ชีวิตพลิกด้าน

1583 Words
ตอนที่ 1 กริ๊งๆ …!!! เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นมา มือเรียวขาวปัดป่ายเพื่อหาต้นตอของเสียง เมื่อคว้าโทรศัพท์มาได้ก็เปิดเปลือกตาสีมุกที่เพิ่งตื่นด้วยท่าทางงัวเงีย ร่างบางเห็นชื่อของสายเรียกเข้าก็ตาสว่างทันที เพราะเป็นชื่อของหัวหน้างานจอมเฮี๊ยบ จึงรีบกดรับสายในทันที “ฮัลโหล…สวัสดีค่ะพี่เปรม”เมลรีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูเป็นทางการ ‘นั่นใช่ เมลดาหรือเปล่าคะ’ปลายสายถามเสียงนิ่ง “ใช่ค่ะ…พี่เปรมโทรมาแต่เช้า มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” ‘มีจ้ะ ตอน 11:00 น. ช่วยเข้ามาที่สำนักงานด้วยนะ มีเรียกประชุมด่วนทั้งสายงาน ห้ามขาดลามาสายล่ะ’หล่อนเอ่ยกำชับกับลูกน้อง “รับทราบค่ะพี่”เมลตอบรับอย่างแข็งขัน ‘โอเคจ้า แค่นี้นะจ๊ะ’ “ขอบคุณค่ะพี่” เมื่อกดวางสายแล้วก็ถอนหายใจยาว ‘‘รู้สึกใจคอไม่ดีเลยแฮะ เมื่อคืนก็ฝันร้ายจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่านะ“ เมื่อพูดจบร่างเพรียวบางของหญิงสาวก็รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะตอนนี้ก็สายแล้วอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงเวลานัด อย่างน้อยเธอจะต้องไม่ใช่คนที่ไปสายแน่นอน "ซ่า…" เสียงฝักบัวในห้องน้ำที่เปิดสุดแรงเพื่อต้องการให้ความเย็นของน้ำช่วยไล่ความง่วงที่ยังมีอยู่ เมลดา อิสระอังกูร หรือ เมล สาวสวยวัย 25 ปีที่ตอนนี้ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินติดอันดับต้นๆ ในประเทศหรือที่คนทั่วไปเรียกว่านางฟ้า เธอได้ทำงานที่บริษัทนี้มาครึ่งปีแล้ว ด้วยเงินเดือนและเงินต่างๆ ที่ได้รับในแต่ละเดือนก็ถือว่าสูงกว่าคนทั่วไปแต่ว่าเงินในแต่ละเดือนของเมลนั้นเกินครึ่งนึงต้องจ่ายให้กับทางบ้าน เนื่องจากภาระหนี้สินของทางครอบครัว เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านและเป็นเสาหลักคอยส่งเงินค่าใช้จ่ายในทุกๆ เดือนให้พ่อแม่และน้องชายที่ยังเรียนอยู่และยังต้องส่งค่างวดธนาคารในแต่ละเดือนด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเงินเดือนที่ดูเหมือนจะมากในสายตาของคนทั่วไปเมื่อต้องจ่ายค่าต่างๆ และหักค่าใช้จ่ายของตัวเธอเองด้วยแล้ว แทบไม่มีเหลือเก็บเลย เธอหวังว่าจะทำงานนี้ไปได้นานๆ อย่างน้อยก็เพื่อพยุงชีวิตของเธอและครอบครัวไปได้ในทุกๆ เดือน เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว เมลก็รู้สึกสดชื่นขึ้น หญิงสาวนั่งแต่งหน้าที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างอารมณ์ดี วันนี้ต้องบรรจงแต่งหน้าให้สวยเฉียบ! เพราะการประชุมต้องรวมคนทั้งแผนก ซึ่งแผนกที่เธอทำงานอยู่ก็ใหญ่มาก วันนี้เธอได้ใส่ชุดสูทสีครีมที่ดูเข้ารูป ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปร่างผอมเพรียวและผิวขาวอมชมพูของเธอ เมลมองตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ ปลายนิ้วเรียวเกี่ยวลอนผมที่ดัดอ่อนๆ สีน้ำตาลยาวสลวยแล้วยิ้มให้กับตัวเองในกระจก “เธอช่างสวยจริงๆ เลยเมลดา” เสียงหวานใสพูดชมตัวเองดังขึ้น ถ้าใครมาได้ยินคงหัวเราะแน่แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็สวยจริงๆ เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วเมลก็สะพายกระเป๋าถือสีน้ำตาลใบเก่งที่เธอชอบมาก เดินออกจากที่พักเพื่อออกไปเรียกแท็กซี่ไปที่บริษัท เดินจากหน้าหอพักออกมาประมาณ 100 เมตรก็ถึงถนนสายหลัก เมื่อยืนรอสักพักก็ปรากฏแท็กซี่เขียวเหลืองขับผ่านมา เธอจึงโบกเรียกรถให้ไปที่บริษัท เมื่อขึ้นไปนั่งบนแท็กซี่แล้ว ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก ปรากฏชื่อของมารดาบังเกิดเกล้าโทรเข้ามา “ฮัลโหล…แม่” “ลูกสาวทำอะไรอยู่หรอ รับช้านะ” ผู้เป็นแม่ทำเสียงงอนๆ “หนูก็รับเร็วแล้วแม่ ตอนนี้อยู่บนรถน่ะกำลังจะไปที่บริษัท แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” “อ้าวหรอ…ก็ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีเดือนนี้เจ้ามาร์ช น้องชายแกโทรมาขอเงินเพิ่มแต่แม่มีไม่พอ แกช่วยโอนไปให้มันหน่อย”แม่เอ่ยสั่งด้วยความเคยชิน “อีกแล้วหรอแม่ หนูเพิ่งโอนไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ”เมลพูดด้วยเสียงที่เริ่มดังขึ้น จนลุงโชเฟอร์หันมามองเธอ “แม่ก็ไม่รู้! ค่าใช้จ่ายในการเรียนของน้อง อาจจะไม่พอก็ได้ แกก็โอนให้น้องมันไปเถอะ” “หนูโอนเงินให้ทุกเดือน แทบไม่มีเงินเก็บแล้วนะแม่ แล้วช่วงนี้มีข่าวโรคระบาดไปทั่วโลก ไม่รู้สายการบินจะว่ายังไง หนูก็ลุ้นๆ ที่เขาเรียกประชุมกันวันนี้หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับงานของหนูเหมือนกัน”เมลบ่นด้วยน้ำเสียงที่ดูกังวลมาก “เออๆ แม่ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้หรอก ถ้าแกมี ก็ช่วยน้องมันด้วยละกันแค่นี้แหละนะ”แล้วแม่ก็วางสายไป เมลถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ได้แต่คิดในใจว่ามีใครสนใจชีวิตเธอบ้างไหม? ตอนนี้รถแท็กซี่ขับมาถึงครึ่งทางแล้ว เมลเปิดโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อดูข่าวที่กำลังโด่งดังในช่วงนี้ นั่นคือโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งดูร้ายแรงมาก บางประเทศประกาศเคอร์ฟิวและบางประเทศถึงขั้นปิดประเทศ ปิดสนามบิน งดเที่ยวบินกันเลย ก็หวังว่าประเทศไทยจะเข้มแข็งและยืนหยัดสู้วิกฤตการณ์โรคระบาดนี้ได้ ตากลมสวยฉายแววตื่นตระหนกขณะดูคลิปวิดีโอที่มีคนแชร์หลักแสน นั่นคือคลิปที่มีคนเดินๆ อยู่ก็ล้มหงายหลังหมดสติไป ซึ่งมีหลายคลิปมากๆ ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว “เดี๋ยววันนี้ต้องซื้อผ้าปิดปากกันเชื้อโรคไปตุนไว้ที่ห้องเยอะๆ แล้ว”หญิงสาวบ่นกับตัวเอง และแล้วก็มาถึงที่บริษัทของเมล บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของสายการบินที่มีสายการบินในประเทศและต่างประเทศมากมาย เมลคิดว่าไม่น่าเชื่อถ้าวันนึงเที่ยวบินจะปิดลงได้ หลังจากจ่ายค่าแท็กซี่แล้วเมลก็เดินเข้าไปในออฟฟิศของบริษัท ที่ดูหรูหราตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีมที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู ที่ในตอนนี้เต็มไปด้วยพนักงานที่มาอยู่รวมกันเพื่อรอการประชุมใหญ่ “เฮ้!ว่าไงเมล ฉันลืมโทรบอกแกเลย แต่คิดว่าพี่เปรมโทรบอกทุกคนแล้ว” เสียงทักทายของเพื่อนสาวตัวเล็กน่ารัก เพื่อนร่วมงานของเมลที่ชื่อว่า โบว์ สาวหมวยที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีที่สุดในสายงานเดินเข้ามาทักทายเธอ “ฉันรู้มาจากพี่เปรมแล้วล่ะ ไม่เป็นไรหรอก แต่แกคิดว่าวันนี้มีประชุมด่วนจะเกี่ยวกับเรื่องอะไรน่ะ”เมลถามเพื่อนสาวด้วยความกังวล “เดาว่าเกี่ยวกับโรคระบาดที่เป็นข่าวดังในตอนนี้แน่นอน”โบว์พูดขึ้นจากเรื่องที่คิดมาก่อนนี้ “คงจะไม่ถึงขั้นต้องปิดสายการบินหรอกนะ อุ๊ฟส์!” โบว์เอ่ยขึ้น พร้อมทำท่าปิดปากล้อเลียน “แกก็พูดไปนั่น ถ้าแบบนั้นเราก็ตกงานน่ะสิ” เมลทักท้วงด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ทันใดนั้นหญิงสาววัยกลางคนที่ทุกคนรู้จักกันดี เดินเข้ามาในห้องโถงบริษัท “เอาล่ะทุกคนเข้าไปในห้องประชุมใหญ่กันได้เลยนะ คะ วันนี้ผู้จัดการแผนกจะเป็นคนเปิดประชุม”พี่เปรมเอ่ยด้วยท่าทางเคร่งขรึม จากนั้นผู้คนหลายสิบคนก็ทยอยเข้าไปในห้องประชุมใหญ่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อทุกคนเข้าไปนั่งประจำที่ครบหมดแล้ว ที่ด้านหน้าโพเดียมปรากฏชายวัยกลางคนสวมแว่นตา รูปลักษณ์ดูภูมิฐานยืนประจำอยู่ นั่นคือคุณพจน์ ผู้จัดการแผนกนั่นเอง “อะแฮ่ม! ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้วนะครับ ผมจะเปิดประชุมตอนนี้เลย เนื่องจากตอนนี้มีข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด ที่ทุกคนก็ได้ดูข่าวจากในทีวีหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คกันบ้างแล้วนะ ส่งผลให้สายการบินต่างประเทศตอนนี้ถูกระงับไปหลายแห่ง ทางบริษัทจึงมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อพยุงความมั่นคงของบริษัทไว้นั่นก็คือ”เขาหยุดพูดพร้อมสูดหายใจลึกขึ้น แล้วพูดต่อไปว่า “ทางบริษัทได้เสนอมาตรการปลดพนักงานบางส่วนออก แต่อาจจะปลดเป็นการชั่วคราวตามสถานการณ์เกี่ยวกับโรคระบาด และผู้ที่ถูกปลดนั้นจะได้รับเงินเดือนล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหลังจากนั้น เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนโปรดอย่ากล่าวโทษบริษัทเพราะบริษัททำตามสถานการณ์เท่านั้น”ผู้จัดการพยายามพูดเสียงดังขึ้น เมื่อมีเสียงฮือฮาจากเหล่าพนักงาน “ผู้ที่ถูกปลดจะมีรายชื่ออยู่ที่คุณเปรม หลังจากประชุมเสร็จ โปรดไปรับเอกสารและเช็คเงินสดดังกล่าวได้เลย จากนี้ก็ขอให้ทุกคนโชคดีและดูแลตัวเองให้ดีเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์โรคระบาดนี้ด้วย ผมขอจบการประชุมเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ” จากนั้นคุณเปรมก็ลุกขึ้นยืนปรบมือให้กำลังใจผู้จัดการแผนก ทำให้หลายๆ คนก็ปรบมือไปด้วยอย่างเสียไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD