ความห่วงใยจากคนรัก

1423 Words
หลังกินอาหารเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกลับเข้า ห้องนอนของตัวเอง ทิวาที่แอบห่อของกินขึ้นมา เพราะเห็นว่าชายหนุ่มกินข้าวไปไม่กี่คำ ส่งแชท..พี่กาย “พี่กายนอนหรือยังค่ะ หนูเอาของกินไปวางไว้ให้ ที่หน้าประตูนะคะ” กายเปิดแชทอ่านอย่างรวดเร็ว “พี่ไม่หิว วาเอากลับไปเถอะ” ทิวาอ่านแชทก็รู้สึก สงสารชายหนุ่ม “ค่ะ งั้นฝันดีนะคะ” ทิวาปิดแชท แล้วก็ล้มตัวนอนลง โดยไม่ได้ออกไปเอากระปุก ของกินกลับมา เสียงลูกบิดหน้าประตูดัง แกร็กๆ ทิวาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเปิดประตู “พี่กาย! มีอะไรหรือเปล่าค่ะ” กายแทรกตัวเข้ามา ในห้อง พร้อมกับกระปุกอาหาร “หืมม เอ่อ” ทิวายืนมองกายเดินเข้าในห้องแบบงงๆก่อนจะ ปิดประตูแล้วเดินมานั่งที่เตียง กายนั่งตักอาหาร ที่ทิวาทำไว้ให้เข้าปากอย่างรีบร้อนด้วยความหิว “ค่อยๆกินก็ได้ค่ะ เดี๋ยวติดคอหรอก” พอกายกินอาหารจนอิ่ม เขาเดินหายเข้าไปใน ห้องน้ำเพียงครู่ ก่อนจะเดินมาล้มตัวลงนอนทาบ ทับร่างของทิวาเอาไว้ “พี่กาย กลับไปนอนที่ห้อง ของตัวเองเลยนะคะ” มือบางพยายามดันร่างสูง “ไม่เอา ขอพี่นอนด้วยนะ เดี๋ยวก็ต้องกลับไทยแล้ว” “งั้นพี่กายก็นอนดีๆสิค่ะ เสี้ยนของพี่มันตำหนูแล้ว” ชายหนุ่มขำขึ้นอย่างชอบใจ ก่อนจะเริ่มซุกไซร้ นัวเนียหญิงสาวอย่างเร่าร้อน “อื้ออ พี่กาย อ๊าส์” “อื้มม วาอยากโดนเสี้ยนตำแรงๆไหม หื้มม ว่าไง” ร่างสูงจับลำเอ็นใหญ่ถูไถร่องสวาทอย่างยั่วยวน มีเพียงแค่ชุดนอนเนื้อผ้าบางเบาขวางกั้นไว้ “อื้ออ อ่าส์ ถ้าพี่จะถูขนาดนี้ หนูจะห้ามได้ยังไงค่ะ” ชายหนุ่มทาบลงจูบอย่างไม่รอช้า ก่อนทั้งคู่จะเริ่ม ทำกิจกามเข้าจังหวะกันอย่างเร่าร้อนไปหลายยก >>วันเดินทางกลับไทย (เวลา 09.00 น.) ณ สนามบิน (สิงคโปร์) กายสวมกอดทิวาอย่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์ “วา..ช่วงที่พี่ไม่อยู่ วาต้องดูแลตัวเองดีๆนะครับ พี่จะรีบมาทันทีที่ได้วีซ่า เวลาเข้าบ้านก็อย่าลืม ล็อคประตูให้ดี ห้ามนอนดึก กินอาหารให้ครบ 3 มื้อนะ เข้าใจใช่ไหม พี่ถึงไทยแล้วจะโทรหานะ” ทิวายิ้มกว้างกับความเป็นห่วงของเขา “รับทราบ” “ยังจะมายิ้มอีก พี่จริงจังอยู่นะวา” กายขมวดคิ้ว “ค่ะ วาจะทำทุกอย่างตามที่พี่กายบอกเลยค่ะ” “แกจะซีเรียสไปทำไม พ่อก็สั่งคนมาคอยดูแล หนูวาอยู่แล้ว มีรถรับส่งจากมหาลัยถึงบ้าน ก่อนหน้านี้หนูวาก็อยู่คนเดียวมาตั้งหลายเดือน” “ไม่รู้ล่ะ นั่นมันอดีต ผมไม่นับ ผมเริ่มนับปัจจุบัน” ผู้เป็นพ่อแอบอมยิ้มกับคำพูดของลูกชาย..จากนั้น ทิวาก็ไหว้ลาทุกคนเสร็จ เธอก็นั่งรถไปมหาลัยต่อ >>ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่อง กายถือโอกาสงีบด้วย การใส่หูฟัง แล้วดึงหมวกลงมาปิดหน้าเอาไว้ เพียงไม่นาน เขาก็ได้กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังที่หอม เซ็กซี่ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเวียนหัวมาก.. กายลืมตาขึ้นเปิดหมวกออก เห็นมุกดานั่งอยู่ข้างๆ เขายิ่งรู้สึกเซ็งที่ต้องห่างไกลจากคนรัก พอมาเจอ หน้าของมุกดา มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น “เมื่อคืนนอนดึกหรอค่ะ” มุกดาเอ่ยถามขึ้นด้วย ใบหน้ายิ้มแย้ม “อืม มัวแต่อ้อนแฟนทั้งคืนอ่ะ” กายตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉย พร้อมจ้องมองไปที่ ชายวัยกลางคน 2 คนที่นั่งคุยกันอยู่ ด้วยสายตา อาฆาตแค้น [ผมจะไม่เชื่อคำพูดของพ่ออีกแล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แม่งโคตร ผิดหวังเลยวะ สัสเอ้ย!!] กายลุกขึ้นเดินไปหาทิภา “ผมฝากกระเป๋ากลับไทยด้วยครับ” กายพูดจบ ก็เดินออกจากห้องรับรองผู้โดยสารขาออกทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกจากผู้เป็นพ่อ มุกดารีบวิ่ง ตามกายออกมา ดึงแขนของร่างสูง “มุกน่ารังเกียจ ขนาดนั้นเลยหรอค่ะ พี่กาย ทำไมพี่ถึง..” มุกดายัง พูดไม่ทันจบประโยค “เออ กูรังเกียจ เลิกตาม” กายพูดจบก็เดินแยกออกไป ปล่อยให้มุกดายืน หน้าชาท่ามกลางผู้โดยสารจำนวนมาก มุกดาได้ แต่คิดอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมผู้ชายอย่างกาย ถึงไม่แม้จะชายตามองเธอเลยสักนิด เพราะเธอ ก็จัดว่าอยู่ในตระกูลที่ดี ฐานะการเงินดี การศึกษา ของเธอก็อยู่ในระดับที่ดี รวมถึงมีหน้าตาสวยงาม หุ่นก็เซ็กซี่ เรียกได้ว่า มุกดาไปที่ไหนหนุ่มๆต้อง ตามขายขนมจีบกันเพียบ แต่เธอกลับเจอผู้ชาย อย่างกายหมางเมินใส่ เธอก็ยิ่งไม่เข้าใจ “ไอ้กายมันไปไหนแล้วอ่ะ” การินทร์เอ่ยถามมุกดา “เดินออกไปแล้วค่ะ คุณลุง พี่กายเขารังเกียจมุก ขนาดนี้เลยหรอค่ะ มุกยังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ” มุกดาพูดไป น้ำตาคลอไป อย่างห้ามไม่อยู่ เธอก็ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมถึงได้ชอบผู้ชาย คนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอได้มากขนาดนี้ แม้เขา จะทำไม่ดีด้วย แทบไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ แต่เธอ ก็ยังพยายามหาโอกาสเพื่อเข้าใกล้เขา “ลุงว่ามุกดากลับเข้าไปข้างในก่อนเถอะ” “ค่ะ” มุกดาเดินสวนกลับเข้าไปข้างใน การินทร์เห็น หญิงสาวน้ำตาคลอ เขาก็รู้สึกสงสาร ยิ่งเป็น ลูกสาวของเพื่อนที่เคยสนิทด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึก ผิดกับการกระทำของลูกชาย จนเขาอยากจะลอง ดัดสันดานลูกชายของตัวเองบ้าง ทิภาที่เดินตาม ออกมา “คุณค่ะ ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วค่ะ” ทิภาเอ่ย “เห้อ! ผมเหนื่อยใจจังเลยคุณ ไอ้กายมันทำอะไร ไม่ไว้หน้าผมเลยสักนิด” ทิภาเอื้อมจับมือสามี “ฉันบอกคุณแล้วไงค่ะ ว่าอย่าไปแผนเยอะกับเขา คุณกายไม่ใช่คนโง่ เขามองทีเดียวก็ดูออกหมด ฉันเข้าใจค่ะ เรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อน แต่คุณก็รู้ ว่าเรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้” “ผมไม่ได้คาดหวังว่าให้มันไปรักมุกดา ผมรู้ว่ามัน รักหนูวาและหนูวาก็เป็นลูกของคุณ แต่ผมก็แค่ อยากให้มันพูดดีๆกับน้องเขาบ้าง ช่วยรักษาหน้า ของผมหน่อย” ทิภาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ “ฉันไม่รู้นะคะ ว่าคุณมองมุกดาเป็นคนยังไง แต่สำหรับฉัน คุณกายชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เจอ ถ้าฉันเป็นมุกดา จะไม่มีวันเข้าใกล้ผู้ชายอย่าง คุณกายเด็ดขาด แต่นี่มุกดากลับไม่สะทกสะท้าน อะไรเลย คุณไม่คิดว่ามันแปลกบ้างหรอค่ะ ขนาด ตอนยัยวาไปสารภาพกับคุณกายว่าเป็นลูกของฉัน พอรู้ว่าคุณกายโกรธมาก ยัยวาแทบไม่อยากไป เรียน ไม่อยากไปให้เขาเห็นหน้าด้วยซ้ำ ถึงได้หนี มาเรียนอยู่ที่นี่ไงค่ะ แต่ถ้าคุณสงสารลูกสาวของ เพื่อนมากนัก ฉันจะสั่งให้ยัยวาห้ามต่อติด ห้าม เจอกับคุณกายอีก เผื่อลูกสาวของเพื่อนคุณจะ เอาชนะใจลูกชายของคุณได้บ้าง” ทิภาพูดจบ ก็เดินสะบัดหน้า ขึ้นเครื่องทันที “เดี๋ยวสิคุณภา” การินทร์รีบเดินตามไปติดๆเอื้อมจับมือภรรยา “เดี๋ยวก่อน ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น คุณอยาก ให้ไอ้กายมันมาถล่มผมเละหรือไง” “ฉันเริ่มคิดล่ะ ว่าคุณต้องการให้มันเป็นแบบนั้น แต่คุณไม่กล้าพูด เพราะยัยวาเป็นลูกสาวของฉัน แต่ไม่ต้องห่วง ยัยวาจะทำตามที่ฉันขอทุกอย่าง” “คุณภา คุณกำลังไม่มีเหตุผลอยู่นะ” “ใช่ค่ะ เพราะหลายวันมานี้ ฉันทนดูมานานแล้วค่ะ จนถึงวันนี้ คุณก็ยังวางแผน จนคุณกายหนีกลับไป เอาจริงๆ ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจ ว่าคุณรักลูก รักฉัน บ้างหรือเปล่า หรือคุณรักแต่ตัวเอง” ทิภาพูดจบก็ ใส่หูฟังเปิดเพลงดังลั่น แล้วก็เอนหลังพิงพนักหัน หน้าไปทางอื่น จนถึงประเทศไทย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD