ทดสอบระบบความบ้าของกาย

1332 Words
กายกับทิวาเลือกตักอาหารมาได้ 2-3 อย่าง แล้วก็พากันเดินกลับมาที่โต๊ะ พอกายเห็นมุกดา กับแม่ของเธอนั่งร่วมโต๊ะด้วย เขาพ่นลมหายใจ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมพร้อมกับทิวา กายหัน ไปถามทิภา “อ่าว พ่อไปไหนแล้วล่ะครับ” “คุณประวิทย์มาเรียกไปบรีฟก่อนขึ้นเวทีค่ะ” กายพยักหน้าตอบรับ แต่ไม่แม้จะทักทายมุกดา “อาหารถูกปากไหมค่ะ พี่กาย” มุกดาเอ่ยถามขึ้น พร้อมมองทิวาด้วยหางตาอย่างเหยียดๆ จนกาย เองก็รู้สึกได้ ถึงการเหยียด “รสชาติก็งั้นๆอ่ะ” กายเอ่ยตอบน้ำเสียงห้วนๆ แล้วยื่นมือไปกุมมือ ของทิวาเอาไว้ “ที่นี่ยังมีมินิบาร์ไวน์ชั้นดีอยู่นะคะ ถ้าพี่กายสนใจอยาก..ดูด เอ้ย ดื่ม มุกพาไปได้นะ” มุกดาทำสายตายั่วยวน จนทิภาต้องหันหน้าไป มองที่เวทีแทน ทิวาก็ได้แต่มองอาหารในจาน “ขอบใจนะ แต่พี่ไม่ชอบดูด ไม่ชอบดื่มอะไรมั่วๆ” พอกายพูดจบ อยู่ๆปลายรองเท้าของมุกดาก็ยื่น มาเขี่ยๆแถวหน้าแข้งของกาย พร้อมกับส่งสายตา เย้ายวนให้กับชายหนุ่ม [เอ๊ะ!! อีห่านี่ มึงคิดจะลอง ภูมิกับกูใช่ไหม ได้!! เดี๋ยวกูจะจัดให้อายเลย] กายยิ้มมุมปากตอบกลับมุกดา ก่อนจะเอื้อมมือ ลงไป จับที่ขาเรียวของมุกดาแล้วยกขึ้นจนสุด ปลายรองเท้ากระแทกกับใต้โต๊ะเต็มแรง ทำให้ มุกดาหงายหลังขาชี้ฟ้าแบบไม่ทันตั้งตัว “เอ้า!!น้องมุกเป็นไรไหม” กายเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ “ตายแล้ว!! ยัยมุก เป็นไรไหมลูก” แม่ของมุกดา รีบพยุงลูกสาวให้ลุกขึ้น แต่มุกดารู้สึกอายมาก เพราะมีแขกเรื่อจำนวนมาก เธอรีบวิ่งไปตั้งสติ ในห้องน้ำ โดยมีผู้เป็นแม่วิ่งตามไป กายได้แต่ พ่นขำขึ้นในลำคออย่างชอบใจ ทิภากับทิวาก็ หันมองหน้ากันอย่างรู้การกระทำของกาย “ร้ายจังเลยนะคะ แฟนใครเนี้ย” ทิวากระซิบเบาๆ ข้างหูของกาย ปากหนาหันมากระซิบกลับเช่นกัน “แฟนของวาไงครับ ก็ช่วยไม่ได้ อยากยื่นเท้ามา หาเสี้ยนเอง เสี้ยนอันนี้วาก็รู้ดีว่ามันใหญ่แค่ไหน” “พี่กาย!! ทะลึ่งนอกสถานที่อีกแล้วนะ” ชายหนุ่ม หัวเราะขึ้นอย่างอดไม่ไหว ส่วนการินทร์ได้เห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากข้างเวที เขาได้แต่ส่ายหน้า รัวๆอย่างเหนื่อยใจกับสิ่งที่ลูกชายได้กระทำ >> งานเลี้ยงเปิดตัวสินค้า กำลังดำเนินการมาถึง ช่วงที่การินทร์กับประวิทย์ขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวที รวมไปถึงมุกดาลูกสาวของประวิทย์ แต่อยู่ๆพิธีกร ก็ประกาศชื่อของกายให้ขึ้นมาบนเวที “หึ! ยังจะเอาอีกใช่ไหม” กายสบถขึ้นทันทีที่ถูก ประกาศชื่อ แล้วเขาก็เลือกที่จะนั่งนิ่งๆ “พี่กายค่ะ นั่นเขาเรียกชื่อของพี่นี่ค่ะ” ทิวาเอ่ยขึ้น “อยากเรียกก็เรียกไป ใครมันจะหน้าหนากว่ากัน ก็ลองวัดกันดู” สายตาเกรี้ยวกราดของกายจ้อง มองขึ้นไปบนเวที “แต่ว่า..” ทิภารีบจับแขนของ ลูกสาวเพื่อไม่ให้พูดต่อ ส่วนทิวาหันไปมองหน้า ของผู้เป็นแม่อย่างแปลกใจ เสียงประกาศชื่อจาก พิธีกรยังคงประกาศเรียกเป็นครั้งที่ 5 จนการินทร์ ต้องหันไปบอกให้พิธีกรหยุดประกาศ แล้วก็หันไป คุยกับเพื่อน “ถ้ามึงไม่อยากให้งานพัง อย่าไปยุ่ง กับมัน ไอ้กายมันบ้า อีกอย่างเมื่อเช้าเราคุยเคลียร์ กันแล้วหนิ” ประวิทย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เห้อ มุกดาไม่ยอมนะสิ แถมขู่จะเอาเรื่องเมียน้อย ไปบอกแม่ของมันอีก กูก็ไม่รู้ต้องทำไงวะ” “งั้นมึงก็เลือกเอา ระหว่างบ้านพังหรือธุรกิจพัง” การินทร์พูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปพูดกล่าวเปิดงาน และส่งต่อให้กับประวิทย์เจ้าของสินค้าได้กล่าวต่อ จากนั้นเขาก็เดินลงจากเวที ตรงกลับมาที่โต๊ะ “แผนของพ่อได้แค่นี้หรอ” ทันทีที่ผู้เป็นพ่อเดินกลับ มาถึงโต๊ะ กายก็เอ่ยขึ้น “แผนบ้าบออะไรวะ ที่มา งานเลี้ยงนี้เพราะถูกเชิญและเห็นว่าเป็นเพื่อนกัน ก็เลยมาแสดงความยินดี ใครจะไปรู้ว่ามันจะเกิด เรื่องแบบนี้ พ่อไม่ได้ร่วมวางแผน และพ่อก็รู้ว่าแก มันหมาบ้าดีเดือดได้แค่ไหน” กายยกยิ้มมุมปาก “ก็อย่าให้มีอีกครั้ง แม่ง!! จะถล่มให้ยับเลย” “พ่อว่าพวกเรากลับบ้านกันเถอะ รถมารอรับล่ะ” พอพูดจบการินทร์ก็พาทุกคนกลับบ้าน โดยไม่ได้ บอกลาเจ้าของงานที่เคยเป็นเพื่อนสนิท >> ณ บ้านพัก “เดี๋ยวฉันทำอะไรง่ายๆให้คุณทานนะคะ” ทิภาเอ่ย บอกกับผู้เป็นสามี ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว ส่วนทิวารีบขึ้นไปเปลี่ยนชุด เพื่อมาช่วยผู้เป็นแม่ ทำอาหาร มือหนาสวมกอดเธอจากด้านหลัง “อุ๊ย!! พี่กาย หนูตกใจหมด เข้ามาทำอะไรค่ะ” ชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอวางลงบนเตียง ทั้งกอด รัดฟัดหอมหญิงสาวไม่ยอมหยุด “พี่กาย หยุดก่อน เดี๋ยวใครขึ้นมาเห็นหรอกค่ะ ปล่อยหนูก่อน” “ไม่มีใครเห็นหรอกน่า พี่คิดถึงกลิ่นหอมๆนี้นี่นา” ใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่มเอาแต่ซุกไซร้ตาม เรือนร่างของหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย ก่อนที่เขา จะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองดวงตาของเธอ “อีกไม่กี่เดือนพี่ก็เรียนจบแล้ว วาแต่งงานกับพี่นะ” “พี่เรียนจบ แต่หนูยังเรียนไม่จบนี่ค่ะ” “วาก็เรียนต่อหลังแต่งงานได้นี่นา พี่จะทำงานส่ง ให้วาเรียนจนจบ มีบ้านสักหลัง พอวาเรียนจบ เราก็มีลูกด้วยกันสัก 5 คนดีป่ะ” เสียงหนุ่มสาว พูดคุยกัน ทิภาที่ขึ้นมาตามทั้งคู่ไปกินข้าว แอบ ได้ยินเข้า เธอได้แต่อมยิ้ม ก่อนจะตัดสินใจเคาะ ประตูเรียกทั้งคู่ ก๊อกๆๆ ยัยวา รีบลงไปกินข้าว ได้แล้วลูก แม่ทำเสร็จแล้วจ๊ะ “ค่ะ แม่ เดี๋ยวหนู ลงไปค่ะ” ทิวารีบลุกใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น แล้วเดินออกจากห้องไปก่อน ส่วนกายก็เดิน ตามออกมาติดๆ “เอ้า!! พ่อเห็นแกขึ้นไปข้างบน นึกว่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม “เปลี่ยนใจไง เดี๋ยวรออาบน้ำทีเดียว” กายตอบ เลี่ยงๆโดยที่ไม่รู้ว่าผู้เป็นพ่อรู้ความจริงหมดแล้ว “อีก 2 วัน แกต้องกลับไทยพร้อมพ่อนะ ไปทำวีซ่า” กายได้ยินก็หยุดชะงักทันที หันไปมองหน้าทิวา “รอวีซ่ากี่วัน ผมบินมารอที่นี่ได้ไหม” “เร็วสุด 1 สัปดาห์ ช้าสุด 3 สัปดาห์ แต่มาก่อน ไม่ได้ ต้องรอวีซ่าผ่าน” กายได้ยินคำตอบของ ผู้เป็นพ่อ เขาค่อยๆวางช้อนลง พร้อมกับถอน หายใจ ก่อนจะลุกจากโต๊ะกินข้าวแล้วเดินขึ้นห้อง ทิวามองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างสงสาร ส่วนการินทร์กับทิภา หันมามองหน้ากันพร้อมกับ ยิ้มมุมปากอย่างสะใจ “ทีงี้มันทำหน้าตาน่าสงสาร” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ลูกชาย “คุณก็ไปแกล้งคุณกายทำไมค่ะ ดูสิพึ่งกินข้าวไป ได้ไม่กี่คำเอง” ทิภาต่อว่าผู้เป็นสามี “มันก็ควรรู้จักคำว่ารอบ้างสิ” สองสามีภรรยานั่ง ถกเถียงกันอย่างไม่จริงจังนัก “หนูวาห้ามตามใจ ลูกชายของลุงเด็ดขาด เข้าใจไหมลูก” “ค่ะ คุณลุง” ทิวาเอ่ยตอบพรางพยักหน้าเบาๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD