>> ณ ประจวบฯ
ทิวากับข้าวหอมพาเดินหาบ้านเช่าราคาถูก
แล้วทั้งคู่ก็ไปหยุดอยู่บ้านหลังนึง “หลังนี้เช่าจะ
เท่าไหร่นะ สวยดี หน้าบ้านหันไปหน้าหาดพอดี”
ทิวาเอ่ยขึ้นพร้อมกดเบอร์โทรออก “สวัสดีครับ”
“สนใจบ้านเช่าหน้าหาด เดือนละเท่าไหร่ค่ะ”
“เอ่อ ผมอยู่ใกล้ๆพอดี รอสักครู่ครับ เดี๋ยวเปิด
บ้านให้เข้าไปดูข้างใน” ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที
ชายร่างสูงใหญ่ขับรถหรูมาจอด สองสาวหันมอง
พร้อมกัน “แม่เจ้าโว้ย หล่อคักหล่อแน่” ข้าวหอม
เอ่ยขึ้นพร้อมตาเยิ้ม “อือ ก็หล่อจริงแหระ” ทิวา
ที่ยืนมองความหล่อออร่าเดินตรงเข้ามา
“สวัสดีครับ คุณที่โทรเรื่องบ้านเช่าใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ เดือนละเท่าไหร่ค่ะ” [สวยขนาดนี้พี่ให้
น้องอยู่ฟรียังได้เลยจ๊ะ ทำไมแม่งสวยจังวะ]
“เอ่อ 5000 รวมน้ำไฟครับ” 2 สาวพูดขึ้นพร้อมกัน
“ห๊ะ!! 5000 รวมน้ำไฟ” ชายหนุ่มถึงกับตกใจ
“พะ แพงไปหรอครับ” ทิวาส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม
[ถ้าน้องจะยิ้มแบบนี้ อยู่ฟรีไปเถอะ ให้ตายสิ]
“เอาหลังนี้เลยค่ะ พร้อมย้ายเข้าอยู่วันนี้เลยค่ะ”
“แต่ว่า..บ้านมันยังไม่ได้ทำความสะอาด”
“ไม่เป็นไรค่ะ พวกหนูจัดการเองค่ะ”
ทิวาส่งข้าวหอมไปจัดการเรื่องสัญญาเช่า
ส่วนเธอก็ก้มๆเงยๆปัดกวาดเช็ดถูบ้าน
“น้องชื่อข้าวหอม แล้วคนนู้นใช่ ข้าวสวย
หรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสนใจ
“คนนั้นชื่อทิวาค่ะ สวยกว่าข้าวเยอะ จริงไหมค่ะ”
ข้าวหอมพูดจบก็หัวเราะขึ้น ชายหนุ่มพยักหน้ารัว
พอทำสัญญาเช่าเสร็จ ข้าวหอมก็รีบมาช่วย
เพื่อนทำความสะอาด ชายหนุ่มขับรถกลับไป
ผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีก็มีแม่บ้าน 2 คนถืออุปกรณ์
ทำความสะอาดมาช่วยด้วย รวมถึงชายหนุ่ม
“เอิ่ม! จริงๆไม่ต้องก็ได้นะคะ พวกหนูทำเองได้”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะวา พี่อยากช่วย”
“รู้จักชื่อของหนูด้วยหรอค่ะ”
“ครับ ข้าวหอมบอก ส่วนพี่ชื่อภีมนะ มีปัญหาอะไร
โทรหาได้ 24 ชม.เลยนะครับ”
“เป็นคู่แข่งกับเซเว่นหรอค่ะ 24 ชม.” แล้วทั้งคู่ก็
หัวเราะขึ้นทันที ก่อนจะเร่งทำความสะอาด
>>ช่วงเวลา 17.00 น.
สองสาวออกไปเดินตลาด ซื้อของมาไว้ทำอาหาร
“เอ๊ะ! บ้านหลังข้างๆมีคนมาเช่าแล้วหรอ”
ข้าวหอมออกมายืนรับลมทะเลหน้าบ้าน
“หัดเป็นป้าข้างบ้านไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เดือนละ 5 พัน ฉันคิดว่าจะหมื่นกว่าบาทซะอีก”
“อาจจะเพราะความสวยของหอมไงเลยลดครึ่งนึง”
“ชิ!! พี่ภีมเขาสนใจทิวาสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้
มากกว่าจ้า ถามถึงตลอด แถมยังส่งแม่บ้านมา
ช่วยทำความสะอาดอีก เจ้าตัวก็มาช่วยด้วย”
“พี่ภีมก็หล่อ แบบดูภูมิฐานดีนะ แต่วาชอบแบบ
หล่อกระล่อนแบบพี่กายมากกว่า หล่อดื้อๆดี”
“หื้มมม แล้วหนีมาทำไมล่ะ ยัยตัวแสบ”
“ก็วาจำอะไรไม่ได้เลยนี่ ถ้าพี่เขาฟื้นขึ้นมาจะรู้สึก
ผิดแค่ไหน ถ้ารู้ว่าวาความจำเสื่อม แล้วก็จะเสีย
เวลามาดูแลวา ฟื้นความจำให้วา ภาระดีๆนี่เอง
ถ้ามุกดาเป็นคู่หมั้นกับพี่เขาก็ดีกว่า เหมาะสมกัน
มันดีกว่าคนความจำเสื่อมอย่างวาเป็นไหนๆ”
“ฉันจะทำให้แกจำทุกอย่างให้ได้เอง แล้วตัวแก
ก็ไม่ใช่ตัวภาระย๊ะ จำไว้ด้วย” ข้าวหอมบีบจมูก
ของทิวาอย่างหมั้นเขี้ยว กลิ่นอาหารลอยโชย
ออกไปนอกหน้าต่าง “ทำอะไรกินครับ หอมจัง”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นที่หน้าบ้าน“เอ้า พี่ภีม”
ข้าวหอมเดินออกมาตามเสียง “มีธุระอะไรหรือค่ะ”
“พี่เอาโต๊ะกับเก้าอี้มาให้ครับ เผื่ออยากนั่งเล่น
หน้าบ้านรับลมทะเลช่วงกลางคืน” ข้าวหอมยิ้ม
[แหม! พี่ภีมไม่เก็บไว้รุกวันหลังบ้างเลยนะ]
“ขอบคุณคงไม่พอ ถ้าไม่รังเกียจทานข้าวเย็น
ด้วยกันไหมค่ะพี่ภีม ยัยวาทำกับข้าวอร่อยมากค่ะ”
“พี่ยินดีรับคำขอบคุณเป็นของกินครับ”
ทั้งภีมและข้าวหอมช่วยกันยกอาหาร อุปกรณ์จาน
ช้อนมาตั้งโต๊ะใหม่ที่หน้าบ้าน ทิวาถืออาหารอย่าง
สุดท้ายเดินตามมา “โห้! โต๊ะสวยจัง คิดถึงปิ้งย่าง
กับจิบเครื่องดื่มเลยอ่ะ บรรยากาศลมทะเลแบบนี้”
“พี่มีเตาให้ยืมนะ วาอยากกินวันไหนทักบอกพี่ได้”
“ขอบคุณมากนะคะพี่ภีม แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้วค่ะ”
แล้วทั้งสามคนก็ลงมือทานอาหารมื้อค่ำ รสมือ
ของทิวาโดนใจชายหนุ่มสุดๆเรียกได้ว่ากินข้าว
หมดไป 2 จานอย่างงงๆ “ตายๆ พี่กินข้าวหมด
ไปตั้ง 2 จาน เป็นครั้งแรกเลยนะเนี้ย”
“ก็มันอร่อยใช่ไหมค่ะ พี่ภีม ฝีมือเพื่อนหอม”
“อร่อยจริงๆนะ แบบนี้เปิดร้านได้เลย เดี๋ยวพี่จะไป
อุดหนุนวาทุกวันเลย” ทิวาเผยรอยยิ้มขึ้นในคำชม
[ความสวยก็กินใจแล้วจะแย่แล้ว ยังจะทำอาหาร
อร่อยอีก เห้อ!! ขออุ้มไปเก็บไว้ที่บ้านได้ไหมนะ]
ชายหนุ่มลอบมองหญิงสาวเรื่อยๆ พรางคิดในใจ
อยากจะได้เธอไปเป็นแฟน..หลังอาหารมื้อค่ำ
สองสาวก็กลับเข้าบ้านอาบน้ำ เตรียมเข้านอน
เพราะพรุ่งนี้พวกเธอจะออกไปหาทำเลขายของ
ทิวารู้สึกจี๊ดๆที่หัว “เห้ยย ยัยวาโอเคไหม”
“ฉันปวดหัวมากเลยแก แล้วก็มีภาพของแม่
ของพี่กาย ของพ่อพี่กาย มันแวฟๆมาเต็มไปหมด”
“งั้นแกนอนพักก่อนนะ” ข้าวหอมรีบพาทิวาเอน
นอนลงเตียง “ให้ฉันมานอนด้วยไหม”
“ไม่เป็นไร ฉันนอนคนเดียวได้”
>> บ้าน ณ กรุงเทพฯ
กายออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ตรงกลับเข้า
บ้านทันที “พ่อ! ชีวิตนี้เราจะอยู่กันแต่เรื่องโกหก
ใช่ไหม พ่อจะเอาแบบนั้นใช่ไหม”
“กาย คือว่าพ่อไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ว่า..”
“พอๆ ผมไม่มีเวลาจะฟังคำแก้ตัวของพ่อ เอาเป็น
ว่า เรื่องของวา พ่อตามไปถึงไหนแล้ว ผมจะตาม
ต่อเอง แล้ววาไปกับใคร” กายจ้องมองผู้เป็นพ่อ
“วาไปกับข้าวหอม พ่อตามจากทะเบียนรถ
พวกเขาพากันไปประจวบฯ แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่อำเภอ
ไหน เพราะมีมุมอับของกล้องหลายจุด ทำให้ไม่รู้
ว่ารถวิ่งเลี้ยวไปเส้นทางไหน ดันมีสามแยก”
“ไม่เป็นไร ผมจะตามต่อเองครับ”
“แต่แกยังไม่หายดีเลยนะ แกควรพักผ่อน”
“แล้ววาล่ะครับ เธอจำอะไรไม่ได้เลย ถ้าใครไปพูด
อะไรผิดๆกรอกใส่หูเธอ มันจะยิ่งแย่ไปอีก ผมรอ
ไม่ได้หรอก ผมจะทำให้เธอเห็นว่าเธอไม่ใช่ภาระ
หรือตัวถ่วง แล้วผมก็อยากรู้ว่าหมาตัวไหนมันไป
กรอกข้อมูลใส่หัวของเธอ ว่าเธอคือภาระ ตัวถ่วง
จนเธอต้องหนีไป ถ้าผมรู้ ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่”
กายพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องทำงานของพ่อ
“คุณกายค่ะ คือ ขอฉันไปด้วยได้ไหมค่ะ”
“คุณภารอที่นี่ดีกว่าครับ ถ้าเจอวาแล้วผมจะรีบ
โทรบอกครับ ว่าแต่..มีใครเข้าไปเยี่ยมวานอกจาก
คุณภากับข้าวหอมไหมครับ”
“ตอนดูกล้องวงจรปิด เห็นมุกดาเข้าไปค่ะ”
“แล้วตอนฟื้นมาล่ะครับ เธอเป็นอย่างไรบ้าง”
“ยัยวาจำชื่อตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งเห็นรูปคู่กับ
คุณกาย ฉันบอกว่าเป็นแฟนของเธอ ยัยวายัง
ถามติดตลกว่าหล่อขนาดนี้ ทำไมมาชอบผู้หญิง
ไม่สวยแบบเธอ ฉันไม่เชื่อว่ายัยวาจะหนีไปเอง
และข้าวหอมไม่มีวันไปพูดอะไรให้ยัยวาคิดมาก
จนต้องหนีไปแน่นอนค่ะ”
“งั้นก็ฝีมือมุกดา เดี๋ยวได้เจอกัน” กายสบถอย่าง
หัวเสีย เขายืนคุยกับทิภาครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดิน
ทางไปยังจุดหมายปลายทาง โดยมีเพื่อนๆอีก
3 คน ไปช่วยตามหาด้วย