“ก็นั่งด้วยกันสิ พี่มากันแค่นี้เอง”
หญิงสาวหันกลับมา “ไม่เป็นไรค่ะ พวกพี่ตาม
สบายเลยค่ะ หนูไม่อยากมีปัญหาอีก” กายสังเกต
ใบหน้าของหญิงสาวเหมือนคนโดนตบมา มือหนา
เอื้อมจับไหล่ของเธอหันกลับมา “นั่นหน้าไปโดน
อะไรมา” นิ้วสากค่อยๆเขี่ยๆแก้มนุ่มเบาๆ
“ก็โดนแฟนของพี่มาดักตบแบบไม่ทันตั้งตัวไง”
เสียงของสาวอีกคนเอ่ยขึ้นจากอีกฝั่งทำให้ 4 หนุ่ม
หันไปมอง [เชี้ยยย!! สวยจัง] อัคนีตะลึงในความ
สวยห้าวๆของสาวอีกคนที่พึ่งเข้ามาร่วมวงสนทนา
“พอเถอะแก ให้เรื่องมันจบแค่นี้ วาก็ผิดจริงๆที่ไป
ทำแฟนของพี่เขาบาดเจ็บ” กายขมวดคิ้วเริ่ม
ประมวลผล “แฟนที่ไหน ชื่ออะไร พี่ไม่เคยมีแฟน”
“อีรุ่นพี่ฟ้าใสไงค่ะ นี่พี่กายจำเมียตัวเองไม่ได้ คงมี
เยอะมากเลยสินะ” ข้าวหอมเอ่ยขึ้นอย่างโมโห
“เห้ยย น้องพูดจาดีๆหน่อย” สิงหันเอ่ยปามรุ่นน้อง
“นี่ก็พูดดีที่สุดล่ะ ป่ะยัยวา พวกเราไปนั่งตรงนู้น
ก็ได้ อย่าอยู่ใกล้พวกมีเมียเป็นหมาบ้าเลย เดี๋ยว
แม่งก็มาไล่กัดอีก” ข้าวหอมเอ่ยขึ้น ส่วนอัคนีก็รีบ
เอ่ยแย้งเช่นกัน “นี่ๆใครมีเมีย พูดดีๆกล่าวหา
ลอยๆระวังตัวไว้นะ” กายที่ยืนลูบไล้แก้มนุ่มอยู่
“ผู้หญิงคนเมื่อเช้าใช่ไหม แค่คนรู้จักไม่ใช่แฟนพี่
ถ้าอยากจะไปตบคืนก็เต็มที่เลย ส่วนเรื่องที่ทำพี่
เจ็บตัว ก็ต้องมีอะไรมาปลอบใจพี่นะครับ” เพื่อนๆ
ถึงกับขยี้หูตัวเอง เขาแทบไม่เคยได้ยินกายหลุด
พูดครับหรือคำสุภาพกับสาวคนไหนมาก่อนเลย
“พี่กายพูดเองนะ เดี๋ยวเย็นนี้อีรุ่นพี่ฟ้าใสเจ็บแน่”
ข้าวหอมผู้หญิงแกร่งที่ไม่ยอมให้ใครมาทำร้าย
เพื่อนรักของเขาอยู่ฝ่ายเดียวได้เอ่ยขึ้น
“งั้นก็นั่งกินข้าวด้วยกันซะตรงนี้ไปเลย จะได้รู้ว่า
พี่ไม่เคยมีแฟน” กายเอื้อมจับถาดอาหารและจับ
แขนของทิวาขยับมานั่งลงที่โต๊ะ “พวกมึงไม่กิน
ข้าวหรือไง ยืนเหม่อกันอยู่ได้” เพื่อนๆรีบพากัน
แยกย้ายไปคนละทาง “ข้าวหอมก็นั่งที่นี่ด้วยกันสิ”
ข้าวหอมไปนั่งฝั่งตรงข้าม [การแสดงของฉันก็ได้
ผลเกินคาด คอยดูนะ ฉันจะไปแหกหน้าอีฟ้าใส
หน้าปลาร้านั่น กล้ามาทำร้ายเพื่อนรักของฉัน ถ้า
มันได้มาเห็น พี่กายกำลังเอาใจยัยวา มันจะรู้สึก
ยังไงบ้างน๊า] ข้าวหอมแอบถ่ายรูปทั้งคู่เก็บไว้
“เอ่อ แล้วพี่กายไม่กินข้าวหรอค่ะ” ทิวารู้สึกเขิน
ที่ถูกสายตาคมของกายจ้องมอง “กินครับ แต่พี่ยัง
เจ็บจมูกและปาก จากลูกบอลเมื่อเช้าอยู่เลย”
“หนูขอโทษจริงๆนะคะ บอลมันหลุดตาข่ายออกมา
ได้ไงก็ไม่รู้ค่ะ งั้นพี่กายอยากกินอะไรค่ะ เดี๋ยวหนู
ไปซื้อให้” กายได้แต่นั่งจ้องมองใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม
ของเธอ เขาเจอสาวสวยมาไม่ใช่น้อย แต่กับคนนี้
เขารู้สึกอยากนั่งจ้องมองเธอตลอดเวลา เพื่อนๆที่
รอซื้อข้าวอยู่พากันสะกิด “ดูไอ้กายดิ อาการหนัก”
“เห้ยย อย่างไอ้กายมันเคยจริงจังกับใครที่ไหน
พวกมึงก็รู้ดี เรามาคอยนับถอยหลังดีกว่า ว่ามัน
จะคีฟลุคได้สักกี่วัน” ภูผาเอ่ยท้าทาย
“กูว่ายังไงก็เกินปี เพราะกูไปสืบมาล่ะ น้องทิวามี
พวกหนุ่มๆมาตามขายขนมจีบเพียบ แต่ยังไม่เคย
สนใจซื้อขนมจีบจากเจ้าไหน ถ้าไอ้กายเลือกจะจีบ
น้องทิวา ก็เหนื่อยหน่อยวะ” สิงหันเอ่ยบอกเพื่อนๆ
“แล้วชื่อเสียงของไอ้กายดีๆทั้งนั้น คงจะจีบติด
หรอกนะ เว้นแต่ต่อยท้องแล้วลากเข้าโรงแรม”
อัคนีเอ่ยเสริม พร้อมเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ
>>ผ่านไป 1 สัปดาห์
ช่วงเวลาบ่าย 3 โมง
“โอ้ยยยย สัปดาห์แรกรายงานก็เพียบเลย ไหนจะ
กิจกรรมรับน้องอีก ร่างจะพัง” ข้าวหอมบ่นพึมพำ
“ก็เป็นน้องใหม่นี่ เขาสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำแหระ”
ทิวาเอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจ
“เออนี่!! แล้วอีพี่กายเนี้ย มันชักจะยังไงอยู่น๊า”
“วาเป็นคนทำพี่เขาเจ็บจริงๆนี่ มันไม่ยังไงทั้งนั้น”
“ระวังตัวหน่อยนะ ยัยวา ฉันไปสืบมา พี่กายเจ้าชู้
ตัวพ่อเลยนะ ที่เขาบอกว่าไม่มีแฟน ก็ใช่สิ เพราะ
พี่เขาไม่คิดจะจริงจังกับใคร คงแค่สนุกบนเตียง
ระเบียง โต๊ะกินข้าวอ่ะ” ข้าวหอมพูดจบ ทิวาก็ขำ
ลั่นทันที ระหว่างสองสาวกำลังเดินพูดคุยกันเพื่อ
ตรงไปลานจอดรถ “ทำไมเลิกเรียนเร็วจัง”
สองสาวหันกลับมามองพร้อมกัน “พี่กาย!!”
ทั้งคู่เอ่ยชื่อของกายอย่างประสานเสียง เพราะไม่
คิดว่าจะเจอเขาในเวลานี้ “อาจารย์วิชาสุดท้าย
ไม่มาค่ะ เลยได้กลับเร็วค่ะ” ทิวาเอ่ยตอบ กายเดิน
เข้ามาใกล้ๆ “แก้มหายเจ็บหรือยัง” เพราะตลอด
1 สัปดาห์ที่ผ่านมา กายเอายามาทาให้เธอทุกวัน
“หายแล้วค่ะ” กายยังคงจับคางของเธอเชิดขึ้นมอง
ซ้าย มองขวา สำรวจร่องรอย “อืม ไม่มีรอยช้ำล่ะ”
ทิวายกมือไหว้รุ่นพี่อีกครั้ง “ขอบคุณนะคะ หนูทำพี่
เจ็บตัวแท้ๆ พี่ยังจะมาเสียเวลาดูแลแผลให้หนูอีก”
“แล้วนี่จะกลับกันแล้วหรอ” กายเอ่ยถามขึ้น
“ใช่ค่ะ” ข้าวหอมรีบพูดเสริม “ว่าจะไปกินปิ้งย่าง
ร้านอยู่ข้างๆห้างดังกันค่ะ เผื่อพี่กายสนใจอยาก
จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเรา” ข้าวหอมพูดจบก็ถูก
ทิวาตีแขนอย่างไม่จริงจัง “โอ๊ยย เจ็บนะยัยวา”
ข้าวหอมร้องเจ็บขึ้น แม้เพื่อนจะไม่ได้ตีแรงแต่
แอคติ้งของเธอมาเต็มเสมอ “แกไปพูดน่าเกลียด
แบบนั้นทำไมล่ะ .. พี่กายอย่าไปฟังยัยหอมนะคะ”
“พี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงทั้งสองคนได้อยู่แล้ว ว่าแต่!!
พี่ชวนเพื่อนๆไปด้วยได้ไหม” สองสาวหันมองหน้า
กันแล้วอมยิ้ม “อมยิ้มอะไรกัน” “ถ้า 5 คนขึ้นไปฟรี
ห้องวีไอพีคาราโอเกะค่ะ” กายหัวเราะขึ้นทันที
“ต่อให้ไม่ถึง 5 คน นั่งห้องวี พี่ก็จ่ายไหวน่า”
กายพูดจบก็รีบกดโทรหาเพื่อน “เจอกันปิ้งย่าง”
กดวางสายพร้อมส่งโลเคชั่นเข้าไปในแชทกลุ่ม
จากนั้นกายก็พาสองสาวตรงไปที่ร้านปิ้งย่างทันที
ส่วนเพื่อนๆเปิดดูแผนที่กันอย่างงงๆ “ไอ้ห่ากาย
มันอารมณ์ไหนของมันวะ อยู่ๆชวนแดกปิ้งย่าง”
“เออจริง กูเคยชวน มันบอกระวังมะเร็งจะถามหา”
“ให้กูทายเล่นๆ มันไม่ได้ไปเองหรอก ถ้าเดาต่อ
ก็น่าจะน้องทิวา เพราะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มันเดิน
เข้าออกคณะอักษรฯมากกว่าคณะของตัวเองอีก”
“แล้วทิ้งให้พวกเรารับหน้ากับพวกเด็กๆของมัน
แม่ง!! โคตรเชี้ยเลย” เพื่อนๆพากันบ่นอุบอิบ
“งั้นพวกเรารีบๆไปกันเถอะ ร้านนี้ดังมีแต่ของดีๆ
กูจะสั่งแต่ของแพงๆให้ขนหน้าแข้งของไอ้กายร่วง
สัก2-3 เส้น” จากนั้น 3 หนุ่มก็แยกกันไปรถใคร
รถมัน ส่วนฝั่งของกายที่ไปถึงก่อนก็พาสองสาว
เข้าห้อง VIP เริ่มสั่งอาหารแบบไม่ต้องรอ ระหว่าง
ที่ทิวากำลังเปิดดูเมนู ข้าวหอมก็ทำหน้าที่กดเพลง
ไว้ฟังระหว่างกินปิ้งย่าง