อยากอยู่ใกล้ๆ

1346 Words
กายคิดถึงคำพูดของทิภา ตัวเขาเองก็อยากมาอยู่ ใกล้ๆกับทิวาเช่นกัน “แม่ค่ะ พี่กายมีเพื่อน มีสังคม แล้วก็มี..อยู่ที่กรุงเทพฯ ถ้ามาอยู่ที่นี่คงเบื่อแย่” “มีอะไรทำไมถึงไม่พูดล่ะ หืมม” ทิวาส่ายหน้า “เว้นไว้ในฐานที่เข้าใจค่ะ” “แม่ก็แค่แนะนำเฉยๆ แต่ถ้าเป็นอย่างที่ลูกพูดก็ตามนั้นจ้า งั้นแม่ขอขึ้น ไปพักก่อนนะ” พอทิภาเดินเข้าห้องไป กายก็ค่อยๆ เอนตัวเข้ามาใกล้ๆทิวา “แล้วก็มีอะไร หืมม ถ้าวา จะหมายถึงแฟน พี่ยังไม่มีแฟน” ทิวาได้แต่กลั้นยิ้ม เอาไว้ แต่ภายในใจของเธอกลับเต้นรัว กายเองก็ เช่นกัน เขารู้สึกว่าอยากจะบอกให้เธอรู้ว่าตลอด หลายเดือนที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้มีใคร ทิวารีบลุก ไปหยิบน้ำดื่มจากในครัวแก้เขิน กายรีบลุกเดิน ตามไปติดๆ เขารีบสวมกอดเธอจากด้านหลัง “อุ้ย!! พี่กาย จะทำอะไรค่ะ” มือหนาสวมกอดไว้ แน่น ก่อนจะโน้มหน้ามาข้างๆแก้มนุ่มกดจมูกลง แก้มนุ่มสูดดมฟอดใหญ่ ทิวาหันหน้ามาจุ๊ฟปลาย จมูกโด่งของเขาตอบกลับ ริมฝีปากหนาค่อยๆ เลื่อนมาทาบลงจูบปากนุ่ม เสียงครางสั่นกระเส่า ของทั้งคู่ดังอยู่ในลำคอ ก่อนจะผละจูบออกช้าๆ “พี่คิดถึงวามากนะ พี่ขอโทษที่ไม่ฟังเหตุผลของวา พี่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะแค่ความสะใจ จนทำร้ายความรู้สึกของวา พี่ขอโทษนะ” “หนูก็ขอโทษนะคะที่โกหกพี่ หนูควรจะบอกความ จริงกับพี่ ตั้งแต่วันที่กลับมาจากอัมพวา” “หืมม หมายความว่าไง” “ก็วันนั้น วามาเห็นรูปพี่กายที่บ้านคุณลุง วาก็เลย รู้ว่าพี่กายคือผู้ชายคนนั้น” “อ่อ วันนั้นวาถึงดูเหมือนคนจะร้องไห้ใช่ไหม” ทิวาพยักหน้าเบาๆ “ใช่ค่ะ วาควรพูดมันออกไป” ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง ทิวาค่อยๆผละจูบออก “เราไปดูเอกสารกันต่อ ดีกว่าค่ะ” ทิวาเดินแก้เขินไปหยิบน้ำในตู้เย็นแล้ว เดินกลับมาที่โต๊ะ กายเดินอมยิ้มตามหลังทิวากลับ มานั่งตรวจเอกสารต่อ “ช่วงเย็นพี่กายอยากไป เดินเล่นไหมค่ะ” ทิวาเอ่ยถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ จากการจูบเมื่อครู่นี้ “อยากไป พาพี่ทัวร์หน่อยสิ” เสียงเตือน..แชทกลุ่มเพื่อน “การันต์โว้ยยย อาทิตย์หน้าเริ่มฝึกงาน คืนนี้ฉลอง กันป่าว” กายเห็นสิงหันส่งแชทมา เขาเลยรีบเปิด กล้องถ่ายรูปหอมแก้มของทิวาส่งเข้าไปในกลุ่ม “ไม่ว่างวะ พวกมึงไปฉลองกันเลย” กายพิมพ์ ข้อความแนบไปกับรูปภาพ เพื่อนๆอ่านกันเร็วมาก “โบร๋ว)))))))” พร้อมแนบอาหารเม็ด {อัคนี} “อะโบร๋ว!!!” พร้อมแนบอาหารเปียก {สิงหัน} “โฮ้งๆๆๆ” พร้อมแนบชามอาหารหมา {ภูผา} กายหัวเราะลั่น อดไม่ไหว แล้วเขาก็ยื่นมือถือให้ ทิวาอ่านแชทเพื่อนๆ ทิวาขำลั่นเช่นกัน กายเลย วีดีโอคอลกลับไปหาเพื่อนๆ “พวกมีงจะเห่าหอน กันทำไมวะ หนวกหูชิบ” กายมีใบหน้ายิ้มแย้ม “แหม!! หน้าบานกว่าจานใส่ข้าวบ้านกูอีกนะ” ภูผาเอ่ย “มึงอยู่ที่ไหนเนี้ย” อัคนีเอ่ยถาม “อยู่สิงคโปร์ไง” กายเอ่ยตอบ “ไปทำอะไรครับ อาทิตย์หน้าเริ่มฝึกงานไม่ใช่ไง๊” สิงหันถามกลับ “กูจะขอพ่อมาฝึกที่นี่ อาจารย์อนุมัติแล้ว” “อ๋อเหรอ คือ 4 เดือนนี้จะไม่ได้เจอมึงเลยสินะ” “เออ ตามนั้น” “สาธุ!! ขอให้พ่อมึงไม่อนุญาต” เพื่อนๆพากันอมยิ้มที่เห็นหน้าของกายยิ้มบาน เป็นจานดาวเทียม พอคุยกับเพื่อนเสร็จ กายก็ มาช่วยทิวาดูเอกสารต่อ พอถึงช่วงเย็นทิวาก็พา กายออกไปเดินเล่นที่งานสวนประดับไฟ ทั้งคู่ ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศและรูปคู่ของทั้งสองคน >>ผ่านไป 2 วัน พ่อของกายก็บินมาถึง กายอาสาขับรถไปรับ ที่สนามบิน เพราะเขาอยากคุยเรื่องฝึกงาน “หวัดดีครับพ่อ มาผมช่วยถือ” กายหยิบกระเป๋า เดินทางของพ่อใส่หลังรถ แล้วรถก็ขับเคลื่อนไป “แกจะกลับไทยก่อนหรือกลับพร้อมพ่อ” ผู้เป็นพ่อ เปิดประเด็นสนทนา “เอ่อ ผมอยากจะขอฝึกงาน ที่นี่ครับ ผมคุยกับอาจารย์ฝึกได้ครับ พ่อจะว่า ยังไงบ้างครับ” กายเอ่ยถามขึ้นอย่างกังวล “มีเหตุผลไหม ว่าทำไมถึงอยากฝึกงานที่นี่” กายเงียบนิ่งไปหลายวินาทีก่อนจะพูดเหตุผล “ผมชอบน้องวาครับ แล้วผมก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ น้องต้องมาอยู่ที่นี่ ช่วงฝึกงานผมจะได้ช่วยงานพ่อ แล้วก็จะได้ช่วยดูแลน้องวาไปด้วยครับ” “ฝึกงานเสร็จแกจะกลับไปเรียนให้จบใช่ไหม” “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับ อีกเทอมเดียว” “อืม! พ่ออนุญาต แต่แกต้องกลับไปทำวีซ่าก่อน” “ขอบคุณครับ” กายรู้สึกดีใจที่เขาจะได้อยู่ที่นี่ต่อ รถเลี้ยวจอดหน้าบ้าน กายหยิบกระเป๋าของพ่อ ยกเข้ามาในบ้าน “สองแม่ลูกไปไหนแล้วล่ะ “ในครัวครับ ทำอาหารอยู่” ผู้เป็นพ่อจ้องมองหน้า ของลูกชายที่มีใบหน้าอ่อนโยนลงเวลาเขาพูดถึง สองแม่ลูก “นี่เอกสารทั้งหมดเลยหรอ” “ครับ ของปีที่แล้ว ตัวเลขถูกแก้ไปหลายยอด” กายเอ่ยตอบอย่างรู้จริง ทำให้ผู้เป็นพ่อแอบอมยิ้ม [มันรู้จักหนูวาได้ไม่นาน มันโตขนาดนี้แล้วหรอ เนี้ยเจ้าลูกชาย ไม่อยากจะเชื่อเลย ความรักจะ ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้] พอกายพูดคุย กับพ่อเสร็จ เขาก็เดินเข้าไปในครัว ยกจานช้อน มาวางเรียงไว้ที่โต๊ะจำนวน 4 ชุด ทำให้ผู้เป็นพ่อ ได้แต่แอบยิ้มกับการกระทำตรงหน้าของลูกชาย >>สัปดาห์แรกของการฝึกงาน กายเดินตามผู้เป็นพ่ออย่างภูมิฐาน เขาตั้งใจเรียน รู้งานทุกอย่างจากผู้เป็นพ่อ ทิภาเองก็รู้สึกยินดีไป ด้วยที่กายตั้งใจฝึกงาน ทำให้ผู้เป็นสามีเครียด เรื่องลูกชายน้อยลง “เป็นบ้างค่ะคุณ เหนื่อยไหม” ทิภาเอ่ยถามสามี “ไม่เหนื่อย กายมันฉลาดกว่า ที่ผมคิดไว้ สงสัยหนูวาจะสอนมาดี” ทั้งสองหัน มองหน้า “บอกหนูวาไว้หรือยัง คืนนี้เรามีไป งานเลี้ยงคู่ค้าโซนเอเชีย หนูวาจะได้ไม่ต้องเตรียม อาหารเผื่อพวกเรา” ทิภาทำหน้าครุ่นคิด “ฉันคิดว่าคุณน่าจะไปกับคุณกายนะคะ พาไป แนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก” ผู้เป็นสามีพ่นขำขึ้นเบาๆ “เชื่อผมเถอะ กายมันไม่ชอบงานพวกนี้หรอก ยิ่งหนูวาไม่ไป มันไม่มีทางไปหรอก” >>ถึงเวลาเลิกงาน กายแวะลาพ่อกับทิภา ก่อนจะรีบไปรับนักศึกษา ที่มหาลัย “วันนี้เป็นไงบ้าง เรียนหนักไหม” “นิดหน่อยค่ะ ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมด ก็เลยงงๆนิดหน่อย” รถขับมาถึงบ้าน ทิวารีบขึ้นไป อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะรีบลงมาทำกับข้าว กายถือโอกาสเข้าครัวในรอบหลายปี เขาทำสเต็ก เพราะตั้งใจจะกินคู่กับไวน์ ทิวาเดินลงมาได้กลิ่น หอมมาจากในครัว หญิงสาวแอบเดินย่องเบาเข้า มาสวมกอดร่างสูงที่ยืนหันหลังทำอาหารอยู่ “หอมจังเลยค่ะ พี่กายทำอาหารเป็นด้วยหรอค่ะ” รอยยิ้มของกายเผยขึ้นทันทีที่หญิงสาวสวมกอด “ทำไม่เป็นหรอก พี่จะให้วาเป็นหนูทดลอง” “อ่าว! หลอนเลย” มือบางค่อยๆคลายจากกอด หันไปช่วยจัดจานแทน ..จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มกิน อาหารมื้อค่ำด้วยฝีมือของกาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD