“ต้นนั้น ทำไมปลูกแยกไว้ล่ะครับลุง”
“อ่อ มันปลูกยากครับ แต่คุณวาบอกว่าคนพิเศษ
ให้เธอมา เธอต้องปลูกแยก มันจะได้ไม่ตาย เธอ
ดูแลต้นนี้ทุกวัน ประคบประหงมมันอย่างกับเป็น
ลูกเลยล่ะ ผมก็ห่วงมาก ถ้ามันตายขึ้นมา คุณวา
ต้องเสียใจแน่ๆเลยครับ” คนสวนเอ่ยตอบโดยไม่
รู้ว่าเจ้าของต้นไม้ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ กายเดินเข้า
ไปใกล้ๆต้นไม้ “มันปลูกยากมากเลยหรอครับ”
“ผมทำสวนมาหลายปี ต้นนี้ต้องดูแลอย่างดีครับ
ถึงจะแตกใบสวยงามแบบนี้ได้ คนให้มาต้อง
พิเศษมากๆ คุณวาถึงได้ดูแลมันอย่างดีจนแตกใบ
เมื่อสักครู่ก่อนไปสนามบินก็ยังมาจูบลาอยู่เลย”
น้ำเสียงของคนสวนพูดออกมาอย่างเอ็นดู
คำพูดของคนสวนทำให้กายรู้สึกผิด หากเขาไม่ไป
ก่อกวนเธอด้วยการควงผู้หญิงไปเย้ยเธอถึงคณะ
เธอก็คงไม่หนีไปแบบนี้ กายถอนหายใจพร้อมกับ
เดินไปที่รถ “ผมกลับก่อนนะครับป้า ขอบคุณมาก
ที่ดูแลห้องกายให้อยู่ในสภาพเดิมทุกอย่าง”
“อ่อ นั่นคุณภาเป็นคนจัดการทั้งหมดเองค่ะ พวก
ป้าไม่ได้เข้าไปยุ่งเลย พอหนูวาย้ายมาอยู่ ก็รับ
ช่วงต่อจากแม่ของเธอค่ะ” กายพยักหน้ารับ
พร้อมกับขับรถตรงไปหาเพื่อนๆที่ร้านเหล้า
“ไอ้กาย ทางนี้โว้ยยย กว่าจะมาได้” อัคนีเอ่ยขึ้น
“โทษทีวะ ไปทำธุระมานิดหน่อย” กายนั่งลงอย่าง
เหนื่อยใจ “หน้าตาของมึงเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ
มีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ” กายส่ายหน้าพร้อมกับรับ
แก้วเหล้าจากเด็กเสิร์ฟ “มาๆๆ ชนแก้ว” กายยก
หมดแก้วไปหลายรอบ จนเพื่อนๆต้องห้ามเอาไว้
“เห้ยย พวกมึงคิดเรื่องฝึกงานกันไว้ยังวะ” ภูผาเอ่ย
ถามขึ้นกลางวงสนทนา “กูกับไอ้สิงได้ล่ะ” อัคนีเอ่ย
“มึงล่ะ ไอ้กายคิดเรื่องนี้หรือยัง” “ตอนแรกยังไม่ได้
คิดเลยวะ แต่กูพึ่งคิดได้ตอนนี้” กายยิ้มมุมปาก
“ที่ไหนวะ อย่าบอกนะว่าบริษัทของพ่อมึงอ่ะ”
“เออ กูจะฝึกงานที่บริษัทของพ่อกู” กายกระดก
เหล้าจนหมดแล้ว “พี่กายค่ะ” เสียงของฝ้ายดังขึ้น
กายหันไปมอง ก็หันกลับมาทำเหมือนไม่เคยรู้จัก
“เอ้า ไอ้นี่ มึงไม่ทักน้องเขากลับหรือไงวะ”
“ไม่อ่ะ หมดประโยชน์ล่ะ ไม่จำเป็นต้องคุยอะไร”
ฝ้ายเดินเข้ามานั่งข้างๆกาย “พี่กายค่ะ ฝ้ายทำ
อะไรผิดไปหรือเปล่า ทำไมพี่ถึงเมินฝ้ายแบบนี้”
“ไม่ผิดหรอกฝ้าย แค่ฝ้ายจีบง่ายไปหน่อย พี่นึกว่า
ดาวคณะอักษรฯอย่างฝ้ายจะจีบยากกว่านี้ พี่เลย
หมดสนุก ไม่ท้าทายอ่ะ” สาวสวยได้ยินถึงกับงง
“พี่กายหมายความว่าไงค่ะ” กายพ่นขำขึ้นเบาๆ
“ก็หมายความว่า..จีบง่าย พร้อมชวนพี่ขึ้นเตียงไง
ก็ไม่ต่างอะไร จากผู้หญิงคนอื่นๆที่พี่เคยเจอ”
“ไอ้กาย กูว่ามึงเมาแล้ววะ กลับก่อนเถอะ น้องฝ้าย
พี่ว่าค่อยมาคุยใหม่ ตอนมันไม่เมาดีกว่านะ”
“ฝ้ายแค่ไม่เข้าใจคืนก่อนยังคุยดีๆจนถึงเมื่อเช้า
แต่อยู่ๆก็ลุกหนีไป แล้วก็ไม่อ่าน ไม่ตอบแชท
ไม่รับสายขากลับก็ขับรถหนี คือฝ้ายงงไปหมด”
“มึงจะงงอะไรนักหนาวะ กูแค่ควงมึงประชดคน
ไปงั้นๆ มึงสวยตรงไหน แม่งเอาเงินซื้อตำแหน่ง
ดาวคณะมาหรือเปล่าวะ ทิวาสวยกว่ามึงเยอะ”
ภูผารีบปิดปากของกายแทบไม่ทัน
“กูว่ามึงหุบปากก่อนดิ ไอ้กาย ลุกๆเดี๋ยวกูไปส่ง”
ภูผารีบพยุงกายออกจากร้าน ส่วนฝ้ายก็เดินกลับ
ไปหาเพื่อนๆอย่างรู้สึกเสียหน้า เธอตั้งใจจะชวน
กายไปแนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก.. ภูผาพากายกลับมา
ที่รถ “มึงนี่นะ ปากหมาชิบหาย มาไม่ถึงชั่วโมง
แม่งเมาอย่างหมาเลย ปากแข็งแบบมึงสมควร
ที่น้องวาหนีมึงไป ไอ้กายควายสองขาอ่ะมึง”
ภูผาสบถด่าเพื่อน พร้อมกับขับรถไปด้วย
“พากูไปหาน้องวาหน่อย” ภูผาหันมองหน้าเพื่อน
ที่เมาแล้วเอาแต่โวยวายหาทิวา “กว่ามึงจะรู้ใจ
ตัวเอง ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ววะ มูฟออนเถอะ”
รถขับตรงไปที่คอนโดของกาย ภูผาพยุงกายจน
ถึงห้อง “พักผ่อนซะ มึงเลิกเพ้อเจ้อได้ล่ะ ตอนกู
เตือนมึงก็ไม่ฟัง เอาแต่อยากทำให้เขาเจ็บบ้าง
ทีนี้เป็นไง พังกันหมด” ภูผาพูดจบ มองไปที่มุม
ห้องของกาย ก็เห็นรูปคู่ของกายกับทิวาตั้งอยู่
“มึงรักน้องวา แต่เกลียดแม่เขา มึงต้องทำใจวะ
เพราะเส้นทางรักนี้จบตั้งแต่ตอนนี้ก็ยังดีกว่า”
ภูผาส่งกายเสร็จ เขาก็กลับไปหาเพื่อนๆที่ร้าน
“ไอ้กายเป็นไงบ้างวะ”
“อาการหนักเลยวะ ในห้องมันยังมีรูปทิวาเต็มเลย”
“ขนาดมันรู้จักกับน้องเขาแค่เดือนกว่าๆ คลั่งรัก
ขนาดมีรูปเก็บไว้เพียบเลยหรอวะ”
“มันคงรู้สึกพิเศษกับทิวาจริงๆแต่มันก็ปากแข็งและ
ทำว่าไม่ได้รู้สึกอะไรไง”
>>วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป ตลอด 2 เดือน
ที่ผ่านมา กายกลับมาที่บ้านทุกวัน เขาเอาแต่นั่ง
จ้องมองต้นไม้ต้นนั้นอยู่นานสองนาน แล้วก็กลับ
คอนโดไป ทั้งพ่อและแม่เลี้ยงที่เห็นต่างก็พากัน
ถอนหายใจอย่างลำบากใจ
“ผมบอกคุณแล้ว กายมันไม่ได้เกลียดหนูวาหรอก
อาการแบบนี้มันน่าจะตกหลุมรักด้วยซ้ำไป”
“แต่นี่ก็ 2 เดือนเต็มๆแล้วนะคะ ที่คุณกายมานั่ง
นิ่งๆมองต้นไม้ต้นนั้น อาการเดียวกับยัยวาเลย”
“คุณจะรังเกียจไหม ถ้าเด็กสองคนเขารักกัน”
“ฉันไม่เคยรังเกียจเลยค่ะ ถ้าเด็กๆจะรักกัน”
“ผมจะลองหาวิธีกระตุ้น แต่ถ้ากายไม่มาขอโทษ
คุณก่อน ผมก็จะไม่ยอมให้มันได้สมหวังกับหนูวา”
“คุณค่ะ เรื่องของฉันไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ
คุณกายดีและไม่แปลกใจที่แกจะรับไม่ได้”
“หนูวายังรับได้เลย ไม่รู้ล่ะ ตามนี้ก็พอ เอ่อ รอบนี้
ผมติดประชุม คุณจะไปเยี่ยมหนูวาคนเดียวหรอ”
ผู้เป็นสามีเอ่ยถามขึ้น “ค่ะ ว่าจะเอาของกินไปเติม
สต๊อคให้ยัยวาด้วย เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว
ฉันไม่อยากเลื่อนวันค่ะ กลัวของจะเสียซะก่อน”
“งั้นก็ตามนั้น ถ้าผมเสร็จธุระจะรีบตามไปนะ รอบนี้
ตั้งใจว่าจะไปตรวจสอบเอกสารสักหน่อย หนูวา
บอกว่ามีหลายยอดที่ถูกทำตัวเลขขึ้นมาใหม่”
กายที่เดินเข้ามาได้ยินบทสนทนาตอนท้ายเข้า
พอดี “พ่อครับ ผมขอคุยเรื่องฝึกงานด้วยหน่อย”
ทิภารีบเดินแยกออกไปทันที “ได้สิ เข้าไปคุยใน
ห้องทำงานของพ่อก็ได้” กายเดินนำเข้าไปใน
ห้องทำงานของพ่อ “อ่ะ ว่ามา” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น
“ผมจะขอฝึกงานที่บริษัทเป็นเวลา 4 เดือนครับ”
กายวางเอกสารฝึกงาน ผู้เป็นพ่อหยิบเอกสาร
ไปเซ็นต์ “นี่จะเริ่มฝึกงานอาทิตย์หน้าหรอ”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม “ครับ เริ่มอาทิตย์หน้า”
“งั้นเดี๋ยวพ่อจะสั่งเลขาไว้ให้แล้วกัน พ่อต้องไป
ตรวจเอกสารบริษัทย่อยที่สิงคโปร์ 2 สัปดาห์
แต่แกก็เข้าไปเริ่มฝึกงานได้เลยนะ” มือของชาย
วัยกลางคน แตะลงบนบ่าของลูกชายเบาๆ