การินทร์ได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน เขารู้สึกปวดจี๊ด
ขึ้นมาที่กลางใจ การเงียบของเขาไม่ใช่คำตอบ
แต่เขาแค่เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปให้
ถูกใจคนฟัง แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลาย
มาถึงขนาดนี้ [นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันวะ ฉันก็ไม่ได้
หมายความแบบนั้นสักหน่อย ต้องทำกันขนาดนี้]
การินทร์นั่งคิดทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น พรางดื่ม
เหล้าจนเมามาย อย่างคิดไม่ตก..
เช้าวันรุ่งขึ้น
การินทร์นั่งหลับอยู่ที่โซฟา ยังคงสวมใส่ชุดเดิม
จากเมื่อวาน “คุณท่านค่ะ คุณท่าน ตื่นเถอะค่ะ”
เสียงของแม่บ้านร้องเรียกผู้เป็นเจ้านายดังขึ้น
“อือ ว่าไงหรอ คุณภากลับมาหรือยัง”
“ไม่มีใครกลับมาเลยค่ะ แต่คุณท่านขึ้นไปนอน
ก่อนเถอะค่ะ ยุทธพยุงพาคุณท่านไปข้างบน”
แม่บ้านหันไปสั่งให้คนขับรถช่วยพาผู้เป็นเจ้านาย
ไปส่งที่ห้องนอน
>>บ้านหลังใหม่ (จ.ประจวบฯ)
ทั้ง 3 คน ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่เป็นบ้านที่ติด
ทะเลแบบที่ทิวาชอบ “หื้มม บรรยากาศดีนะเนี้ย”
ทิภาเอ่ยขึ้นพร้อมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
“ใช่ค่ะ วากับพี่กายชอบที่นี่ พี่กายเลยซื้อไว้ เพราะ
เรากำลังแพลนจะเปิดสาขา2 ที่นี่ค่ะ”
ทิภาได้ยินก็ค่อยๆ เผยยิ้มขึ้นอย่างภูมิใจ
“แม่ดีใจนะที่คุณกายรักวาได้ขนาดนี้”
“ค่ะ วาโชคดี พี่กายเป็นผู้ชายที่ชัดเจนและรักวา
แล้วแม่กับคุณลุงล่ะค่ะ จะจบไปง่ายๆเพราะเรื่อง
ของยัยมุกดาจริงๆหรอค่ะ”
“จบแบบนี้ก็ดีแล้ว บางทีเขาก็เหมาะจะอยู่กับเพื่อน
มากกว่าครอบครัว แม่ไม่ชอบการโกหก ทุกครั้งที่
มีมุกดาเข้ามาเกี่ยว เขาก็ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร
แม่ไม่อยากอยู่กับคนแบบนี้อีกแล้ว”
“งั้น!! วาก็เคารพการตัดสินใจของแม่ค่ะ”
สองแม่ลูกสวมกอดกันด้วยความเข้าใจ
กายเดินถือพวงมาลัยพวงใหญ่ ตรงเข้ามาหาทิภา
ก่อนจะค่อยๆย่อตัวลงคุกเข่า
“คุณกาย!! จะคุกเข่าทำไมอีกค่ะ”
ทิภาเอ่ยถามเสียงหลง ด้วยความตกใจ ชายหนุ่ม
พนมมือขึ้น “ผมขอโทษนะครับ สำหรับทุกเรื่อง
ที่ผ่านมา ผมเคยพูดไม่ดี ทำไม่ดีกับคุณภาไว้
ได้โปรดให้อภัยผมด้วยครับ ส่วนเรื่องของวา
ผมจริงจังกับวา อยากแต่งงานสร้างครอบครัว
กับวาจริงๆครับ ต่อไปนี้คุณภาช่วยมองผมใน
ฐานะของลูกเขย ไม่ใช่ลูกเลี้ยงได้ไหมครับ”
สายตาแห่งความจริงใจและจริงจังของชายหนุ่ม
ทำเอาทิภาถึงกับสั่นเทาพร้อมน้ำตาคลอกับสิ่ง
ที่ได้ยินออกมาจากปากของชายหนุ่ม“เอ่อ คือว่า..”
ทิภาอึกอัก “แม่ไม่เคยโกรธอะไรคุณกายเลยค่ะ
แล้วแม่ก็ยินดีต้อนรับคุณกายมาเป็นลูกเขยค่ะ”
ชายหนุ่มหันไปยิ้มให้ทิวาที่นั่งลงข้างๆเขา
“เรียกผมแค่กายก็พอครับคุณแม่” พวงมาลัย
ถูกวางลงบนมือของทิภาอย่างนอบน้อมพร้อม
กับการไหว้จากความจริงใจของชายหนุ่ม
“ส่วนเรื่องของพ่อ ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยวนะครับ เพราะ
ถือว่าผมตัดขาดกับเขาแล้ว ตอนนี้ผมไม่มีสมบัติ
แต่ผมจะไม่ทำให้คุณแม่กับวาต้องลำบากครับ”
ทิภาส่ายหน้าเบาๆพร้อมรอยยิ้ม
“แม่กับวาไม่เคยกลัวความลำบากจ๊ะ ว่าแต่จะเปิด
สาขาที่นี่หรอ มีอะไรให้แม่ช่วยไหม”
“มีค่ะ/มีครับ” ทั้งคู่เอ่ยตอบอย่างประสานเสียง
“เอาสิ ตอนนี้แม่ว่างงานพอดีเลย”
“มันมีสถานที่เหมาะกับการเปิดร้านมากค่ะ แต่ว่า..
เกินงบไปมาก อยากให้แม่ไปช่วยต่อรองราคา
ให้พวกเราหน่อยค่ะ เผื่อเห็นว่ามีผู้ใหญ่ เขาจะลด
ราคาให้ค่ะ” ทิวาเอ่ยความต้องการขึ้น
“ได้สิ งั้นหลังอาหารเช้า เราไปคุยกับเขาเลยไหม”
>>หลังอาหารเช้า ทั้ง 3 ก็ตรงไปหาเจ้าของปล่อย
ขายอาคารตึกที่ทั้งคู่ไปติดต่อเอาไว้..
“สวัสครับ ผมการันต์ที่ติดต่อเรื่องซื้อร้านอาหาร”
“สวัสดีครับ..เอ๊ะ!! นั่นใช่ ทิภาหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ แล้วคุณ..?” ทิภาคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออก”
“ผมเอกมงคลไงครับ จำได้ไหมรุ่นพี่ของภา”
“อ๊าา เดี๋ยวๆ ภาจำได้แล้วค่ะ พี่เอกวิศวะ อุ้ย!
สบายดีนะคะ โห้เกือบ 22-23 ปีแล้วไหมค่ะ
ที่เราไม่ได้เจอกัน” น้ำเสียงและท่าทีของทั้งคู่ดู
สนิทสนมกัน จนกายกับทิวาหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“แล้วน้องๆ 2 คนนี้ก็ คือ..”
“อ่อ นี้ทิวาลูกสาว ส่วนนั่นการันต์ลูกเขยค่ะ คือ
เด็กๆ ชวนมาดูร้านที่พวกเขาอยากเปิดกันค่ะ
ภาเลยตามมาด้วย”
พอทักทายกันเสร็จ เอกมงคลก็พาทั้ง 3 เดินสำรวจ
พื้นที่ร้านโดยรอบ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
“วาชอบที่นี่ค่ะ พี่กายล่ะค่ะ ชอบหรือเปล่า”
“ชอบสิ วิวนี้น่าจะเหมาะกับลูกค้าต่างชาติ”
“ผมว่าพวกเราไปนั่งคุยเรื่องนี้กันต่อที่ร้านอาหาร
ของผมดีกว่าครับ” ทั้ง 3 คนหันมองหน้ากันพร้อม
กับตอบรับคำเชิญ
>>ร้านนั่งชิลล์ริมชายหาด
“หื้มมม ร้านวิวสวยมากเลยนะคะพี่เอก”
“จำวันที่เรามาเที่ยวกันได้ไหม ภาเคยบอกว่า
อยากมีร้านเหล้าเล็กๆเอาไว้นั่งดื่มกับเพื่อนๆ”
“ค่ะ ภาจำได้แต่ไม่คิดว่าพี่เอกจะทำมันจริงๆ”
กายเอนกระซิบทิวา “ทำไม 2 คนนี้เขาคุยกัน
เหมือนฟิวคนเคยรักกันมาก่อนเลยอ่ะวา”
“พี่กายคิดแบบเดียวกับวาเลยค่ะ แต่วาไม่เคย
รู้เรื่องสมัยเรียนของแม่เลยค่ะ ถ้าตามที่แม่พูด
ว่าไม่ได้เจอคุณเอกมา 22-23 ปี ตอนนี้วา 21 ปี
ก็แปลว่าตั้งแต่แม่แต่งงานกับพ่อ พวกเขาก็ไม่
เคยได้เจอกัน หรืออาจจะเป็นแค่รุ่นพี่ทั่วไป”
ทิภากับเอกมงคลนั่งพูดคุยเรื่องในอดีตกันอย่าง
สนุกสนาน ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ส่วนกายก็ชวนทิวาไปเดินเล่น เพื่อให้ทั้งคู่ได้พูด
คุยกันอย่างสะดวก
[แหม!! เสน่ห์แรงทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะ สาวๆบ้านนี้
สมน้ำหน้าพ่อ มีของดีอยู่ในมือแท้ๆ แต่ไม่รักษา
โสดยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มีหนุ่มใหญ่รุ่นพี่มาเริ่ม
ขายขนมจีบซะแล้ว] กายได้แต่คิดในใจพรางนึก
สมน้ำหน้าพ่อของตัวเอง “พี่กาย อมยิ้มอะไรค่ะ”
“พี่แค่แอบสมน้ำหน้าพ่อของพี่น่ะ ไม่รู้ทำท่าไหน
ให้คุณแม่ปี๊ดแตกแล้วหนีมาแบบนี้ ยังไม่ถึง 24
ชั่วโมงเลย เหมือนจะมีหนุ่มๆมาขายขนมจีบแล้ว”
“แล้วอย่างวา ถ้าโสดขึ้นมา พี่กายว่าจะรอนาน
ไหมค่ะ กว่าจะมีหนุ่มๆมาขายขนมจีบให้วา”
ร่างสูงหยุดเดินทันที ก่อนจะโน้มหน้าลงมาจ้อง
มองใบหน้าสวยจิ้มลิ้มของทิวา “ระดับทิวาเนี้ย
ไม่ต้องรอให้โสดหร๊อกมั้ง ก็มีหนุ่มๆมาเฝ้ารอ
ขายขนมจีบให้แล้ว” ใบหน้าจิ้มลิ้มเผยยิ้มเจ้าเล่ห์
“อะไรกันค่ะ พี่กายก็พูดซะเวอร์เชียว”
“พี่เห็นนะ ผู้ชายคนนั้นมากินที่ร้านเราบ่อยมาก
ร้านเปิดมาเดือนกว่า ผู้ชายคนนั้นมากินที่ร้านเรา
เกิน 15 ครั้งแล้วมั้ง หึ!!” ร่างสูงเอ่ยขึ้นกึ่งประชด
“แล้วทีพี่กายล่ะค่ะ ยัยฟ้าครึ้มเอย ยัยนีโม่เอย
ยัยของเก่าเอย ยัยมุกดำเอย บลาๆๆ”
เสียงหัวเราะดังลั่นของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาว
หลุดหัวเราะตามอย่างอดไม่ได้