ทิวานอนหลับไปอีกครั้งจากฤทธิ์ยา ส่วนทิภา
เอาแต่โทษตัวเอง ที่ทำให้เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้
“คุณแม่ค่ะ ยังไงยัยวาต้องกลับมาจำได้ค่ะ
ใจเย็นๆก่อนนะคะ อย่าพึ่งคิดมาก ของแบบนี้
มันอาจต้องใช้เวลา แต่พวกเราจะช่วยกันค่ะ”
ข้าวหอมปลอบใจแม่ของเพื่อนสนิท
“งั้นแม่ขอฝากยัยวาหน่อยนะ ไม่รู้ว่าคุณกายฟื้น
ขึ้นมาหรือยัง แม่จะขอแวะไปดูสักหน่อย”
ทิภาพูดจบก็ก้าวเดินไปหาผู้ป่วยอีกคนที่ยังนอน
อยู่อีกห้อง มือบางกำลังจะจับลูกบิด เธอเห็นช่อง
ตรงหน้าประตู ก็เห็นว่า กายยังคงหลับอยู่ และมี
ครอบครัวของมุกดามาเยี่ยม เธอกำลังก้าวเท้า
ถอยหลังออกมา แต่การินทร์หันไปเห็นเธอพอดี
เขารีบเดินมาเปิดประตู “คุณภา เข้ามาสิครับ”
ทิภาเดินเข้ามาทักทายครอบครัวของมุกดา
“คุณกายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ ฟื้นขึ้นมาหรือยัง”
“ยังเลย ผมก็หวังว่ามันจะรีบๆฟื้นมาปากหมา
ใส่ผมอีก” การินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมเสียงขำในลำคอ
“แล้วหนูวาล่ะเป็นไงบ้าง ผมยังไม่ได้เดินไปเยี่ยม
เธอเลย” สีหน้าท่าทางของทิภาเปลี่ยนไป
“ยัยวาฟื้นแล้วค่ะ แต่..ยัยวาจำใครไม่ได้เลย”
การินทร์ตาเบิกกว้าง “ห๊ะ!! ความจำเสื่อมงั้นหรอ”
ทิภาพยักหน้าทั้งน้ำตา ผู้เป็นสามีรีบสวมกอด
“ไม่เป็นไรนะคุณ เดี๋ยวหนูวาก็กลับมาจำได้”
มุกดาที่แอบนั่งฟังอยู่ห่างๆก็ยกยิ้มมุมปาก
[ถ้าอีนั่นมันหายไปตอนที่ความจำเสื่อม พี่กาย
ก็จะไม่มีใครอยู่ข้างๆอีก ส่วนฉันก็จะทำหน้าที่
เป็นสาวใสใจดีคอยปลอบใจพี่กายถึงเตียง]
>>ผ่านไป 3 วัน
ยังไม่มีวี่แววว่ากายจะฟื้น ส่วนมุกดาก็มานั่ง
เฝ้ากายทุกวัน ทางทิวาก็ได้ทิภากับข้าวหอม
ช่วยกรอกข้อมูลเข้าสู่สมอง เปิดดูรูปในมือถือ
“แล้วผู้ชายคนนี้คือใครค่ะ” นิ้วชี้ของทิวาจิ้มไปที่
รูปของกาย โดยมีเธออยู่ในรูปนั้นด้วย
“คนนั้นชื่อกายเป็นแฟนของหนูจ๊ะ” ทิภาเอ่ยตอบ
หญิงสาวตาเบิกกว้าง ปากเป็นรูปตัวโอ
“โห้ แฟนของหนูหล่อขนาดนี้เลยหรอค่ะ เขามารัก
หนูได้ยังไง หนูไม่เห็นสวยเลย” ข้าวหอมนั่งอมยิ้ม
“พี่กายชอบแก เพราะถูกลูกบอลของแกกระแทก
เข้าที่ใบหน้าเต็มๆนะสิ เลือดอาบ เลยปิ๊งรักแกไง”
แม้ทิวาจะจำไม่ได้ แต่เธอก็หัวเราะชอบใจใน
คำพูดของเพื่อนสนิท ซึ่งเธอเองก็ยังจำเรื่องราว
ของเพื่อนสนิทไม่ได้เหมือนกัน พูดคุยไม่นานทิวา
ก็หาวง่วงนอนขึ้นมา ส่วนทางทิภาขอตัวกลับบ้าน
เพื่อไปทำอาหารมาเยี่ยมคนป่วย ข้าวหอมอาสา
เฝ้าทิวาไว้ให้.. ข้าวหอมนั่งหาวง่วงนอน เธอเลย
เดินหลบไปนอนที่โซฟาอีกฝั่ง เวลาผ่านไปสักพัก
เสียงคนเปิดประตูเข้ามา ข้าวหอมขยับตัวลุกขึ้น
มองก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงสวยคนนึง เดินตรงเข้ามา
ที่เตียงของทิวา ข้าวหอมรีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อ
แอบถ่าย หญิงสาวคนนั้นลงนั่งข้างเตียง ทิวาที่
ลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี “คะ คุณเป็นใครหรอค่ะ”
หญิงสาวมองซ้าย มองขวา ก็เห็นว่าภายในห้อง
ไม่มีใครอยู่ “ฉันชื่อมุกดาเป็นคู่หมั้นของพี่กาย”
ทิวาขมวดคิ้วพยายามนึกถึงว่าคนชื่อกายคือแฟน
ของเธอไม่ใช่หรอ “พี่กายหรอ เขาเป็นแฟนของฉัน
จะเป็นคู่หมั้นของคุณได้ไง” มุกดายิ้มมุมปาก
“ได้สิ เพราะพ่อของเราสองคนสัญญากันไว้และ
พวกเขาก็เป็นเพื่อนสนิทกัน แถมพ่อของฉันจะ
สนับสนุนเงินทุนทางธุรกิจของพ่อพี่กายอีก
เราทั้งคู่เหมาะสมกันทุกอย่าง แต่ดูเธอสิ เขาคบ
กับเธอมีแต่แย่ลงเรื่อยๆ แถมนี้ก็ยังนอนเป็นผัก
เพราะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสาเหตุก็เพราะเธอ ดูสิว่า
พี่กายคบกับเธอชีวิตของเขามันแย่ลงมากแค่ไหน
เธอยังจะลากเขาไปลงนรกกับเธอด้วยจริงหรอ
ไหนจะแม่ของเธออีก ที่เป็นภรรยาใหม่ของพ่อ
พี่กาย ถ้าเกิดคุณลุงขอเลิกขึ้นมาเพราะเธอทำ
ลูกชายเขาเจ็บปางตายไม่ฟื้น แม่เธอก็ต้องมีชีวิต
ลำบากเพราะมีลูกอย่างเธอ แถมเธอความจำเสื่อม
ภาระชัดๆ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันหนีไปนานแล้ว”
คำพูดของมุกดาที่เอ่ยออกมา ทำให้ทิวาที่จำอะไร
ไม่ได้เริ่มรู้สึกผิด หากเป็นตามจริงดังผู้หญิงคนนี้
บอก เท่ากับว่าเธอถ่วงชีวิตของคนอื่นรวมถึงแม่
ของเธอด้วย “อ่ะ ฉันให้ค่าเดินทางเผื่อเธอต้อง
ใช้มันไปกรอกตัวเลขเอา ว่าเธออยากได้เท่าไหร่”
มุกดาพูดจบยิ้มมุมปาก กำลังจะเดินออกจากห้อง
เธอหันกลับมา “หายไวไวล่ะ จะได้มีแรงหนี”
ทิวากำกระดาษใบหนึ่งจากหญิงสาวไว้ในมือ
ส่วนข้าวหอมพอเห็นว่าทางสะดวก ก็รีบเดินออก
มาหาทิวาทันที “ไม่จริงนะวา อย่าไปฟังอีนั่น”
“แล้วพี่กายยังไม่ฟื้นจริงหรือเปล่า” ข้าวหอม
พยักหน้าเบาๆ “อุบัติเหตุนี้ก็เพราะวาใช่ไหม”
ข้าวหอมนิ่งเงียบกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
“ข้าวหอมว่าไงล่ะ ผู้หญิงคนนั้นพูดถูกใช่ไหม”
“อือ แต่ว่าแกก็ไม่ใช่ต้นเหตุแบบนั้นไง”
“พาฉันไปดูพี่กายหน่อย เขาอยู่ห้องไหน”
ข้าวหอมจำยอมต้องพยุงพาทิวาไปแอบดูกาย
ที่ยังนอนเป็นผักอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
[ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดมันเป็นเรื่องจริงด้วย ฉันฉุดรั้ง
คนอื่นมาตกต่ำหรอเนี้ย รวมถึงแม่ของฉัน]
“ยัยวา แกกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่นะ อย่าคิดบ้าๆนะ”
“ถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทกันจริง ข้าวหอมพอจะช่วย
วาหน่อยได้ไหม วาไม่อยากต้องเป็นภาระของแม่
และไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนอีก”
ข้าวหอมจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างลำบากใจ
“เอาสิ แกอยากให้ฉันช่วยอะไร ฉันยินดีจะช่วย
ทุกอย่างถ้ามันทำให้แกสบายใจขึ้น”
“แค่ช่วยพาวาออกจากโรงพยาบาลก็พอ”
ข้าวหอมพยักหน้าตอบรับ พร้อมกับถอนหายใจ
“ได้ ฉันจะช่วยแก แต่ฉันขอไปอยู่กับแกได้ไหม”
ทิวาพยักหน้าพร้อมเผยยิ้มขึ้น เธอเริ่มเชื่อแล้วว่า
ข้าวหอมน่าจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอจริงๆ
พอทั้งคู่วางแผนกันเรียบร้อย ข้าวหอมรีบออก
ไปหาซื้อชุดมาให้ทิวาเปลี่ยน พร้อมกับเอาเช็ค
เงินสดไปขึ้นเงิน >>ข้อความแจ้งเตือนหักเงิน
ออกจากบัญชี เข้าไปที่มือถือของมุกดา
[หึ่ยยย อีนังนี่มันโลภมากจริงนะ แต่ก็ช่างเถอะ
ไปให้ไกลๆเลย ส่วนพี่กายฉันจะดูแลเขาอย่างดี]
มุกดายิ้มมุมปาก ก่อนจะจ้องมองใบหน้าชายหนุ่ม
ที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ [ตื่นขึ้นมาเร็วๆนะคะ พี่กาย]
>>ฝั่ง..ทิวา พอข้าวหอมจัดแจงธุระทุกอย่างเสร็จ
ก็อาศัยจังหวะที่ทิภากลับบ้าน แล้วก็รีบให้ทิวาไป
เปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมหนีออกจากโรงพยาบาล
>>รถคันใหม่ขับออกจากโรงพยาบาลไปอย่าง
เนียนๆ “ยัยมุกดามันอายุเท่าไหร่ มีเงินเยอะจัง”
“ไม่รู้ดิ ต้องขอบใจนางที่ให้ทุนพวกเขามาตั้งตัว
แล้วเรื่องเรียนของหอมล่ะ พ่อแม่จะไม่ว่าหรอ”
“ปีหน้าค่อยเรียนก็ได้ ไม่รีบ อยากเน้นใช้ชีวิต
มากกว่า ฉันอยากทำให้แกจำทุกอย่างได้ แกจะ
ได้รู้ว่าแกไม่ใช่ตัวถ่วงของใคร ว่าแต่..พวกเรา
จะไปอยู่ที่ไหนดี ภูเขาหรือทะเล”
“ไปทะเลไหม วาอยากไปหาทำเลขายของ”
“งั้น ระยอง จันทบุรี ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบฯ
แกชอบที่ไหน ฉันให้แกเลือกเลย” ทิวาครุ่นคิด
“อืมมม งั้นก็..ประจวบก็แล้วกัน”
“งั้นก็ลุยกันเลยจ้า” ข้าวหอมขับรถไปเรื่อยๆ
จนถึงจุดหมายปลายทาง