>>เช้าวันรุ่งขึ้น
>> คณะอักษรฯ
ระหว่างทิวากำลังนั่งกินข้าวอยู่กับข้าวหอม
ก็เหลือบไปเห็นกายเดินควงสาวคนใหม่เดินเข้า
มากำลังมุ่งตรงมาที่โรงอาหาร “แม่งเลวชิบหาย”
ข้าวหอมสบถขึ้นอย่างทนไม่ไหว ไม่เจอหน้ากัน
เลยยังดีซะกว่า “ช่างเขาเถอะหอม เขาจะควงใคร
มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา พวกเรารีบกินเถอะ”
ทิวาก้มหน้าก้มตารีบกินข้าวเพื่อจะได้รีบออกไป
จากตรงนี้ เสียงประกาศชื่อของทิวาก็ดังขึ้น
“อาจารย์เรียกแกทำไมวะวา”
“ฉันจะย้ายที่เรียนอ่ะ อยู่ที่นี่ต่อฉันต้องเป็นซึมเศร้า
แน่ๆ ขอโทษนะหอม ที่ฉันต้องทิ้งแกไป แต่ฉัน!!
พยายามแล้ว ยิ่งเห็นพี่กายกับสาวๆของเขา ฉันก็
ยิ่งเจ็บปวดมากกว่าเดิม” ทิวามีใบหน้าเศร้าลง
“อืม ฉันเข้าใจแก ไม่แน่ เดี๋ยวฉันไปอ้อนป๊าก่อน
เผื่อจะตามแกไปเรียน เพราะป๊าก็อยากให้ฉันได้
ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ” ข้าวหอมเอ่ยขึ้น
“ถ้าเป็นแบบนั้นจะดีมากเลยหอม งั้นวาไปหา
อาจารย์ก่อนนะ” ทิวายอมเดินอ้อมแหวกพุ่มไม้
ออกไปอีกทางโดยไม่ผ่านตรงที่กายกับสาวสวย
นั่งอยู่ พุ่มไม้ขูดเป็นทางยาวจนมีเลือกไหลซึม
[โอ๊ยย เจ็บชะมัดเลย] ทิวาค่อยๆโผล่ออกมาจาก
พุ่มไม้ก็เจอรุ่นพี่คนนึงยืนสูบบุหรี่อยู่ “หลบใคร”
ทิวาเงยหน้าขึ้นมา “หลบเจ้าหนี้ค่ะ” ชายร่างแกร่ง
หล่อ หุ่นสูงใหญ่เดินเข้ามา ยื่นมือให้ “มาสิ”
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ มันแค่ติด..” ร่างแกร่งส่ายหน้า
“ไม่ไหวก็ขอความช่วยเหลือได้นะ ไม่คิดเงินหรอก”
มือสากจับใต้รักแร้ของหญิงสาว แล้วยกขึ้นจาก
พุ่มไม้ “ขอบคุณมากค่ะ” ทิวายกมือไหว้พร้อมกับ
รอยยิ้มจางๆ ร่างแกร่งพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้น
ทิวาก็เดินจากไป [สวยขนาดนี้นี่เอง ไอ้กายถึงได้
ตามจีบ สงสัยจะจีบไม่ติดสินะ ถึงเปลี่ยนคนควง]
ชายร่างแกร่งมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวจน
สุดสายตา.. >>ฝั่งกาย เขาตั้งใจควงสาวในคณะ
เดียวกันกับเธอ เพื่ออยากมาทำให้เธอเจ็บปวด
แบบที่เขารู้สึกเจ็บปวดบ้าง แต่พอหันมาอีกที เขาก็
ไม่เห็นทิวาแล้ว [แม่งหายไปไหนแล้ววะ หึ ทนดูไม่
ได้สินะ ทีนี้เธอจะได้รู้ถึงความเจ็บปวดและถูก
หยามหน้า แบบที่ฉันเจอ] ข้าวหอมเดินผ่านมาทาง
ที่กายนั่งอยู่ “ข้าวหอม ทำไมถึงอยู่คนเดียว”
กายเอ่ยทักขึ้นเพราะอยากรู้ว่าทิวาหายไปไหน
“ซ้อมไว้ค่ะ เดี๋ยวทิวาไปเรียนที่อื่น หอมจะได้ชิน”
“หมายความว่ายังไง” กายขมวดคิ้วทันที
“ก็หมายความว่า..” ข้าวหอมหยุดพูดแล้วหันไป
มองสาวสวยที่นั่งอยู่ “อุ้ย!! แฟนพี่กายสวยดีนะคะ
ยินดีด้วยค่ะ” ข้าวหอมพูดจบ ก็รีบเดินจากไปทิ้ง
คำปริศนาที่ค้างคาใจไว้ให้กายคิดต่อ
“รู้จักข้าวหอมด้วยหรอค่ะ พี่กาย” สาวสวยเอ่ย
ถามขึ้น พร้อมกับขยับมานั่งแนบชิด จนกายรู้สึก
อึกอัด “ที่ตั้งเยอะฝ้ายจะมานั่งเบียดพี่ทำไม”
น้ำเสียงของกายเริ่มไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เขาจะ
ลุกขึ้นแล้วเดินกลับคณะ ทิ้งให้สาวสวยนั่งเหวอ
“พี่กายค่ะ พี่กาย” เสียงเรียกของสาวสวยไม่เข้าหู
เขาเลยสักนิด
>>คณะบริหาร
“ไอ้สิง มึงพอมีคนสืบให้หน่อยได้ไหมวะ อาจารย์
โฟนเรียกทิวาไปทำไม” กายเอ่ยถามด้วยสีหน้า
กังวล “ไม่ต้องสืบ น้องวาลาออกจากมหาลัยวะ”
ภูผาเอ่ยขึ้น “มึงรู้ได้ไง นี่เปิดเทอมมาเดือนกว่า
แล้ว ทำไมถึงจะลาออกวะ” กายเอ่ยถามอย่างไม่
เข้าใจ “ก็มึงเล่นไปควงสาว เย้ยน้องเขาทุกวัน
เป็นกูก็หนีวะ เรื่องนี้มึงคงไม่ได้เจ็บแค่คนเดียว
หรอก กูว่าน้องเขาก็คงไม่ต่างกัน ก็มึงเล่นไป
เกลียดแม่ของน้องเขาหนิ กูไม่รู้หรอกนะว่าที่มึง
ควงคนนี้คนนั้น ไปที่คณะของน้องเขา แล้วมึงมี
ความสุขหรือเปล่า แต่ตอนนี้มึงก็เตรียมสบายใจ
ได้เลย เพราะน้องเขากำลังจะไปจากที่นี่แล้ว”
ภูผาเอ่ยจบก็ตีไหล่ของเพื่อนเบาๆ “ยินดีด้วยวะ”
จากนั้นภูผาก็เดินขึ้นตึกเพื่อรอเรียนวิชาแรก
“ไอ้ห่าภูก็พูดซะ อย่าไปฟังมัน แบบนี้ก็ดีแล้ว
ผู้หญิงสวยๆดีๆยังมีอีกเพียบพร้อมสยบแทบเท้า
ของมึงทุกคน จะไปแคร์ทำไมวะ อยากจะย้ายไป
ไหนก็ช่างแม่งดิ” อัคนีเอ่ย แล้วทั้ง 4 หนุ่มเข้าเรียน
กายเรียนไม่รู้เรื่อง เอาแต่เหม่อมองออกไปนอก
หน้าต่าง พร้อมกับถอนหายใจ แชทเด้งขึ้นรัวๆ
จากสาวๆของเขา กายไม่แม้จะยอมเปิดอ่านสัก
ข้อความเดียว [การกระทำของฉันมันรุนแรงจน
เธอถึงกับทนไม่ได้ ถึงต้องหนีไปเลยหรอ ฉันควร
จะมีความสุขสินะ ที่เห็นเธอเจ็บปวดบ้าง]
>>เวลาช่วงเลิกเรียน
กายที่แอบมาส่องก็เห็นข้าวหอมเดินลงมาจากตึก
เพียงลำพัง ไร้เงาของทิวา [ไปง่ายๆแบบนี้เลย
หรอวะ ไม่สงสารเพื่อนที่ต้องอยู่คนเดียวเลยหรอ
เธอมันเห็นแก่ตัวมากทิวา] กายเดินกลับไปที่รถ
พร้อมกับขับรถออกไปโดยไม่สนใจฝ้ายสาวสวย
ที่เขาพึ่งควงได้ไม่ถึงชั่วโมง สาวสวยที่วิ่งตามรถ
ของกายจนเหนื่อย [พี่กายเป็นอะไรของเขาวะเนี้ย
ไม่เห็นฉันจริงๆหรือแกล้งไม่เห็นกันแน่วะ โคตรงง
ชิบหาย เมื่อเช้าฉันก็ไม่ได้พูดอะไรไม่ดีเลยนี่ ทำไม
อยู่ๆถึงเมินกันแบบนี้วะ] ฝ้ายสบถอย่างไม่เข้าใจ
ส่วนกายก็ขับรถไปจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ส่องมอง
เข้าไปในบ้าน ก็ดูบรรยากาศเงียบเหงา เขาจึงบีบ
แตรรถ ประตูใหญ่ค่อยๆเปิดออก กายขับรถเข้า
มาอย่างช้าๆ แม่บ้านออกมาต้อนรับ “คุณกาย
กลับบ้านสักทีนะคะ ป้าคิดถึง” แม่บ้านที่เลี้ยงกาย
มาตั้งแต่เด็กๆโผเข้าสวมกอด “ป้าสบายดีนะครับ”
“ป้าก็สบายดีจ้า ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวป้าตั้ง
โต๊ะให้” กายมองไปรอบๆภายในบ้าน
“พ่อกับเมียใหม่ไม่อยู่หรอครับ”
“ไปส่งหนูวาที่สนามบินค่ะ” แม่บ้านเอ่ยตอบ
กายถึงกับตกใจสุดขีด “ห๊ะ!!! สนามบิน ไปจังหวัด
อะไรหรอครับ” กายเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้
“จังหวัดอะไรกันค่ะ สิงคโปร์นู้นค่ะ”
“ห๊ะ!!! อะอะไรนะป้า” “หนูวาไปเรียนที่สิงคโปร์ค่ะ
เห็นคุณท่านว่า จะให้หนูวาเข้าไปช่วยงานบริษัท
ย่อยที่นู้นด้วย วงในส่งข่าวมาว่ามีการทุจริตกัน
ภายในองค์กร ป้าก็ห่วงหนูวาไปอยู่ตัวคนเดียว
แบบนั้น เกิดมีเรื่องแบบฆ่าปิดปากอย่างในละคร
ก็แย่เลย หึ่ยย ไม่อยากจะคิดเลยค่ะ” พอได้ยิน
เรื่องราวทั้งหมดมันทำให้กายรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว
เขาไม่คิดว่าเธอจะหนีไปไกลขนาดนี้ ..กายกำลัง
นั่งตกอยู่ในภวังค์ความคิด
สายเรียกเข้า..อัคนี ก็ดังขึ้น
“ว่าไงไอ้อัค มีไรวะ” กายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้า
“เห้ยย มึงอยู่ไหนวะ พวกกูมารอที่ร้านกันแล้ว”
“เออๆ เดี๋ยวกูตามไป อีก 20 นาที” กายเดินขึ้นไป
ชั้นบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า [ห้องยังอยู่สภาพเดิมทุก
อย่างเลยวุ้ย สงสัยจะมาทำความสะอาดทุกวัน]
กายเดินลงมาก็เหลือบไปเห็นสวนหลังบ้าน เขา
เดินเข้าไปก็เห็นคนสวนกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่
“เอ้า คุณกาย สวัสดีครับ” คนสวนเอ่ยทักทาย
“ทำสวนใหม่หรอครับ น่ารักดี”
“ฝีมือคุณวาครับ เธอฝากให้ผมช่วยรดน้ำให้”
กายเหลือบไปเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่ปลูกแยกออก
ไป มันคุ้นตาว่าเขาเป็นคนเลือกต้นไม้นี้ให้เธอ