ทิวายังนั่งเหม่อมองนิ่งๆอยู่อย่างนั้นเกิน 10 นาที
กาแฟหอมกรุ่น ถูกเสิร์ฟวางลงที่โต๊ะอย่างเบามือ
พร้อมขนมชิ้นเค้กโตอีก 1 ชิ้น ทิวาหันมาเห็น
“พี่ค่ะ ขนมเค้กไม่ใช่ของโต๊ะนี้ค่ะ”
พนักงานเดินกลับไปดูออร์เดอร์ “ของคุณลูกค้าค่ะ”
ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนต่อหน้าของเธอ
“กาแฟดำร้อนๆควรทานคู่กับเค้กชิ้นนี้นะครับ”
หญิงสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง “อ่าว! พี่ภีม”
น้ำเสียงดีใจเมื่อเจอคนรู้จัก ถึงจะไม่สนิทก็ตาม
“ดีครับน้องวา สบายดีนะครับ จะรังเกียจไหม
ถ้าพี่จะขอนั่งด้วยคน” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น
“เชิญนั่งเลยค่ะ วาสบายดีค่ะ พี่ภีมก็คงสบายดี”
“พี่จะสบายดีได้อย่างไร อยู่ๆผู้เช่าก็หายตัวไป
แล้วก็โทรมาขอยกเลิกสัญญาเช่า โดยไม่ยอมรับ
เงินมัดจำคืน อาหารที่อร่อยที่สุดก็หายไปด้วย”
“เรื่องบ้านเช่าต้องขอโทษจริงๆนะคะ คือว่า..”
“ช่างมันเถอะครับ พี่รู้ว่าวาคงจำเป็นจริงๆ
เพราะดูวาจะชอบบ้านหลังนั้นอยู่มาก ถ้าต้องไป
แบบไม่ได้บอกลา ก็คงจะเป็นเรื่องด่วนจริงๆ”
“ขอโทษจริงๆนะคะ พี่ภีม”
ทิวาเอ่ยขอโทษพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“พี่ให้อภัยครับ เพราะวันนี้น้องวาสวยมาก
เจอตอนไม่แต่งหน้าก็ว่าสวยมากแล้ว พอวันนี้
จำแทบไม่ได้เลยครับ” ชายหนุ่มหลุดปากเอ่ยชม
อย่างห้ามใจไม่อยู่ ยิ่งเขาตามสืบประวัติของเธอ
ก็รู้ว่าคู่แข่งหัวใจไม่ธรรมดา แถมยังอยู่บ้านหลัง
เดียวกัน โอกาสแข่งขันสำหรับเขาถือว่าน้อยมาก
แต่เขาก็รู้สึกชอบเธอมากจริงๆและพร้อมแย่งชิง
ทิวารู้สึกประหม่ากับสายตาของชายตรงหน้าที่
จ้องมอง “ว่าแต่ พี่ภีมมาทำอะไรที่กรุงเทพฯค่ะ”
“พี่มาร่วมงานเลี้ยงครบรอบครับ”
“หืมมม จริงหรอค่ะ วาก็มางานนี้เช่นกันค่ะ”
“เกรงว่าเจ้าของงานจะหมองแล้วล่ะ เพราะแขก
ที่มาร่วมงานดันสวยซะขนาดนี้”
บทสนทนาของทั้งคู่พูดคุยกันเกี่ยวกับพวกอาหาร
>> ณ งานเลี้ยงของลูกค้า
จนถึงเวลาเข้างานเลี้ยง ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาในงาน
ทิวาผู้ไม่รู้จักใครเลย เธอโฟกัสเพียงเจ้าของงาน
“สวัสดีค่ะ คุณพิรณี หนูชื่อทิวา มาเป็นตัวแทน
ของคุณลุงการินทร์ค่ะ” ทิวายกมือไหว้อย่าง
นอบน้อม พร้อมกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“ขอบใจมากนะจ๊ะ หนูทิวา” เจ้าของงานเอ่ยขึ้น
ทิวาทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จ ก็แยกออกมานั่ง
อยู่มุมหนึ่งของงาน แล้วสายตาของเธอก็หันไป
เห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคยเดินเข้างานมา ใจหนึ่งก็
รู้สึกดีใจ อีกใจก็ไม่อยากเห็นหน้าเขาในตอนนี้
>>ส่วนกายพอถึงงาน เขาก็รีบเดินเข้ามาในงาน
กวาดสายตามองหาหญิงสาวคนที่ทำให้เขาว้าวุ่น
อยู่ตอนนี้ [นั่งแอบอยู่ตรงนั้นนี่เอง] ร่างสูงกำลัง
จะก้าวขาเดินเข้าไปหาหญิงสาว แต่ก็มีมือปริศนา
มาดึงรั้งแขนของเขาไว้ “พี่กายจริงๆด้วย ดีใจจัง”
ชายหนุ่มหันกลับมามอง “ของขวัญ!!” สาวสวย
ยิ้มหวาน “ดีใจจังเลยค่ะ ที่พี่กายก็มาร่วมงาน
ครบรอบของคุณป้าของขวัญด้วย ไปค่ะ เดี๋ยว
ขวัญจะพาพี่กายไปแนะนำกับคุณป้าค่ะ”
สาวสวยพยายามดึงรั้งแขนของเขา
“ปล่อยก่อน มีคนมาเป็นตัวแทนในงานนี้ไปแล้ว
พี่แค่มาหา..” กายหันกลับไปมองก็ไม่เห็นทิวาแล้ว
“อ่าว กาย มางานนี้ด้วยหรอลูก เชิญด้านในก่อน”
สาวสูงวัยเจ้าของงานเอ่ยเชิญชวน กายจำเป็นต้อง
ตามน้ำเดินตามเจ้าของงานเข้าไปด้านในก่อน
โดยมีสาวสวยอย่างของขวัญคนเคยคุยเก่าเดิน
เคียงข้าง แม้กายจะรู้สึกอึดอัด แต่เขาก็ต้องรักษา
มารยาททางสังคม สายตาของเขายังคงมองหา
หญิงสาวอย่างทิวาคนของใจ..
>>ส่วนทางทิวา..พอเห็นว่ามีสาวสวยมาทักทาย
ชายหนุ่มอย่างกาย เธอก็เลยลุกเดินไปทางอื่น
[สาวสวยคนนี้สินะที่รับสายเมื่อเช้า ตอนเย็นก็ยัง
ควงกันมาออกงานอีก ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมจริงๆ]
ทิวาเดินเข้ามาในมุมนึงของงาน หยิบแก้วไวน์
แล้วเดินไปนั่งชมวิวอยู่เงียบๆ“มานั่งทำอะไรตรงนี้”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ทิวาค่อยๆ หันหลัง
กลับไปมอง “นั่งดูวิวกรุงเทพฯตอนรถติดค่ะ”
“ขอพี่นั่งด้วยได้ไหมครับ” หญิงสาวเผยรอยยิ้มขึ้น
“ลูกชายเจ้าของงานนี้ ต้องขอด้วยหรอค่ะ”
“ว้า!! โป๊ะซะแล้ว ว่าแต่..วารู้ได้ยังไง”
“คุณพสุ เอกพิริยะ ใครๆก็รู้จักมั้งค่ะ คงมีแค่วาที่
พึ่งรู้ว่าพี่ภีมเป็นคนดังเมื่อ 30 นาทีที่แล้วเองค่ะ”
ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ก็ยังเป็นพี่ภีมของวาเหมือนเดิม คนดังอะไรล่ะ”
“หืมมม พี่ภีมมาเป็นของวาตั้งแต่ตอนไหนค่ะ”
“อยากเป็นตั้งแต่ตอนนี้เลย ได้ไหมล่ะ”
“เอิ่ม!! อย่าพูดเล่นแบบนี้สิค่ะ”
หญิงสาวยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว
“เดี๋ยวก็เมาหรอก ดื่มหมดแก้วขนาดนี้”
“พี่ภีมอยากดื่มไหมค่ะ เดี๋ยววาหยิบมาเผื่อ”
หญิงสาวทำท่าจะลุกเพื่อเดินไปหยิบแก้วใหม่
ชายหนุ่มเอื้อมจับมือของเธอ เพื่อให้นั่งลง
“วานั่งเถอะ เดี๋ยวพี่ให้พนักงานเอามาเสิร์ฟ”
“ขอบคุณค่ะ” ชายหนุ่มยังคงจับมือไม่ปล่อย
หญิงสาวขยับมือออกช้าๆ ด้วยความเขินอาย
“อุ๊ย! พี่ขอโทษครับ ลืมตัวไปหน่อย”
ผ่านไปเกือบ 20 นาที พนักงานเดินเข้ามา
“คุณภีมค่ะ คุณท่านให้มาตามค่ะ ได้เวลาขึ้น
กล่าวบนเวทีแล้วค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้
“พี่ภีมรีบไปเถอะ” ทิวาพูดจบยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม
“วาสนใจมาเป็นคู่ควงในงานให้พี่ไหมครับ มันคง
ขายหน้าแย่ที่พี่ทั้งหล่อและรวยแต่ยังโสดเนี้ย”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะแห้งๆ
“อะไรกันค่ะ วาเห็นน๊า มีแต่สาวๆเข้ามาทักทาย
พี่ภีมเพียบเลย แต่พี่ภีมเล่นตัวมากกว่าค่ะ”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน โน้มใบหน้าหล่อ
ลงมาใกล้ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มของหญิงสาว
“พี่เปล่าเล่นตัวนะครับ แต่พี่มีคนที่แอบชอบอยู่
ไม่รู้ว่าจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าวันนี้เธอคนนั้นสวยมาก”
หญิงสาวเอนตัวเพื่อให้ใบหน้าห่างออก
“เอ่อ พะ พี่ภีม งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ”
ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับคำตอบ
ทิวาจำเป็นต้องรับปากเป็นคู่ควงของเขาไปก่อน
หากเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่านี้ ในขณะที่เธอ
กำลังอยู่ในภาวะใจบาง มันอาจจะเลยเถิดกว่านี้
ภีมเดินเข้ามาในงาน พร้อมกับเดินควงสาวสวย
หน้าตาจิ้มลิ้มที่สวยเด่นในงาน หนุ่มๆในงานพา
กันผิดหวังไปตามๆกัน ทิวาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็น
กายยืนอยู่ข้างๆเจ้าของงาน โดยมีสาวสวยอย่าง
ของขวัญหลานเจ้าของงานยืนอยู่เคียงข้างเขา
กายเองไม่เพียงชะงัก แต่ไฟในใจเขากลับลุกโชน
กับภาพที่เห็นทิวาเดินควงคู่มากับลูกชายเจ้าของ
งาน ยิ่งทั้งคู่ดูมีท่าทางสนิทสนมกัน ยิ่งทำให้กาย
ร้อนรนจนทนต่อไปแทบไม่ไหว เขารู้สึกเหมือน
กำลังจะสูญเสียของรักที่สุด ไปให้กับชายอื่น
“เอ๊ะ! นั่นตาภีมไปรู้จักกับหนูทิวาได้ยังไง”
ผู้เป็นแม่และเป็นเจ้าของงานเอ่ยขึ้น
“คุณภีมนี่ตาถึงมากเลยนะคะ คุณทิวาสวยครบ
มองไม่เบื่อเลยค่ะ ถึงจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงของ
คุณการินทร์ แต่คุณการินทร์ก็รักเธอมากค่ะ”
ผู้ช่วยคนสนิทของพิรณีเอ่ยขึ้น
“อืม ฉันเองก็ไม่เคยเห็นตาภีมควงสาวคนไหน
มาก่อนเลย แต่ทิวาก็สวยมากจริงๆ เหมาะกับ
ตาภีมมาก ถ้าตาภีมชอบ ฉันก็จะไฟเขียวนะ
ฉันชอบเด็กนอบน้อมอ่อนโยนอย่างหนูทิวา”
กายที่ยืนห่างออกไป ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
เขาเริ่มหูอื้อ นัยตาแดง ภายในใจของเขาลุก
เป็นไฟลามป่า เขาอยากจะชกหน้าไอ้ผู้ชายคนนั้น
แล้วก็อุ้มเธอออกจากงานไปซะ..เดี๋ยวนี้!!!