เปิดเผยความจริง

1485 Words
ระหว่างนั่งเรียนอยู่ ทิวาคิดทบทวนและตัดสินใจ ที่จะบอกความจริงกับกาย เพราะวันนี้เธอจำเป็น ต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของพ่อเลี้ยงซึ่งก็เป็นบ้าน ของพ่อกายนั่นเอง “ฉันตัดสินใจล่ะ ว่าฉันจะบอก ความจริงกับพี่กาย ส่วนเขาจะโกรธ จะเกลียดฉัน ก็สุดแล้วแต่เวรกรรม” ทิวาเอ่ยบอกข้าวหอม “ก็ดีนะ เจ็บแต่จบ ถ้าเกลียดกันก็แค่เป็นศัตรูและ ฉันจะอยู่ข้างๆแกเอง” ข้าวหอมได้แต่ให้กำลังใจ เพื่อนรักของเธอ ส่งแชท..พี่กาย “เย็นนี้หนูมีเรื่องอยากสารภาพ พี่กายว่างไหมค่ะ” ทิวาส่งแชทไปหากายด้วยหัวใจห่อเหี่ยว “ได้สิครับ พี่ก็ว่างทุกวัน” กายพิมพ์แชทไปยิ้มไป >>ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ทิวาเดินลงมาจากอาคารเรียน ก็เห็นกายมายืน รออยู่แล้ว “อ่าว พี่กาย เลิกเรียนแล้วหรอค่ะ” “ใช่ พอดีวิชาสุดท้ายถูกยกเลิกอ่ะ” กายเอื้อมมือ ไปช่วยถือของ “หวัดดีค่ะพี่กาย ฉันกลับก่อนนะวา กลับก่อนนะคะพี่กาย.. สู้ๆนะวา” ข้าวหอมพูดจบ ก็แยกตัวออกไป “หิวไหม พี่จองร้านอาหารเอาไว้” “ห๊าา จะ จองร้านอาหารทำไมหรอค่ะ” ทิวาตกใจ ที่กายจองร้านอาหารไว้ เพราะเธอตั้งใจจะบอก ความจริงแล้วก็กลับ “พี่มีเรื่องจะคุยกับวาเช่นกัน” รถขับเคลื่อนมาจนถึงร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง.. ทิวามองไปรอบๆร้าน บรรยากาศสุดโรแมนติก เสียงไวโอลินที่ขับกล่อมปะทะสายลมเบาๆ กับ นักศึกษาชายหญิงที่มีเพียงโต๊ะเดียวในตอนนั้น น้ำตาเริ่มคลอที่อยู่นัยตาของทิวาพร้อมจะไหลริน หากเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ทุกอย่าง ที่เขาทำให้ในตอนนี้ มันคงจะน่าประทับใจสุดๆ กายสังเกตเห็นนัยตาของหญิงสาวที่เหมือนจะ ร้องไห้ “วาไม่ชอบร้านอาหารสไตล์นี้หรอ” “ชะ ชอบค่ะ แต่ว่า..[มันไม่คู่ควรกับหนูเลย] ” “แต่ว่า..อะไรหรอ หื้มม” >>อาหารเริ่มทะยอยออกมาเสิร์ฟ มีแต่เมนูโปรด ของทิวา ยิ่งทำให้เธอยิ่งรู้สึกแย่ ระหว่างทั้งคู่เริ่ม ทานอาหารกันไป พูดคุยกันไป สายตาของเธอ เอาแต่จ้องมองใบหน้าที่อ่อนโยนของเขา เพราะ หลังจากวันนี้ เธอคงจะไม่ได้เห็นมันอีก.. “วา เรามาเป็นแฟนกันนะ” อยู่ๆกายก็เอ่ยขึ้นมา [พูดออกไปสิทิวา พูดออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าใจอ่อน] “พี่กายค่ะ คือว่าหนูเป็น..” ความประหม่า น้ำเสียง สั่นๆก็เริ่มเข้ามาสิงที่ร่างกายของเธอ กายมอง อาการของทิวา ทำให้เขาถึงขมวดคิ้วครุ่นคิด “หนูเป็นลูกของแม่ทิภา แม่เลี้ยงของพี่กายค่ะ” ทิวากลั้นลมหายใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้า พูดมันออกมา กายเริ่มขมวดคิ้ว รอยยิ้มค่อยๆ หายไป จนเหลือแค่ความเฉยชาบนใบหน้า “มันเรื่องจริงหรอ เธอรู้อยู่แล้ว แต่ตั้งใจจะมาปั่น หัวของพี่ใช่ไหม” หญิงสาวส่ายหน้ารัวๆ “ไม่ใช่ค่ะ” “ไม่ใช่อะไร แล้วทำไมไม่หลอกต่อไปเรื่อยๆล่ะ จะมาบอกทำไม ยังไงผู้ชายหน้าโง่อย่างพี่ก็ยินดี ให้เธอหลอกอยู่แล้ว” กายกำหมัดไว้แน่น นัยตา เริ่มแดงด้วยความโกรธ “หนูขอโทษค่ะ หนูไม่ได้..” กายลุกขึ้น แล้วเดินออกจากโต๊ะไปทันที ส่วนทิวา ได้แต่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ แม้เธอจะเตรียม ใจมาเป็นอย่างดี แต่เธอก็เสียใจมากที่ทุกอย่าง มันต้องจบลงตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ทิวาเริ่มได้สติ เธอก็เรียกพนักงานเช็คบิล แล้วก็นั่งแท็กซี่กลับ [มันจบแล้ว เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วทิวา แบบนี้ก็ดีแล้ว หนูขอโทษนะคะพี่กาย ฮือๆ หนูขอโทษ ฮือๆ] ทิมาร้องไห้ไป เก็บเสื้อผ้าข้าวของใช้ส่วนตัวใส่ กระเป๋าไป ไม่มีข้อความห่วงใย ไม่มีสายเรียกเข้า จากผู้ชายที่เธอเฝ้ารอ.. >>เช้าวันต่อมา >>ตึกคณะอักษรฯ ทิวาได้แต่มีอาการเศร้าซึม เงียบแทบไม่พูดอะไร ทุกเช้า กลางวัน เย็น เธอมักจะเห็นเขามายืนรอที่ หน้าตึกเสมอ แต่ตอนนี้มันไม่มีโมเม้นท์นั้นอีกแล้ว “ยัยวา โอเคมั้ยวะ ทำไมแกดูเศร้าจังเลยวะ” ทิวาได้แต่สวมกอดข้าวหอมและร้องไห้ออกมา โดยที่ไม่พูดอะไรเลย “ร้องออกมาให้พอ จากนี้ไป แกต้องเข้มแข็งนะวา แกทำถูกแล้ว แกไม่ได้ผิด” >>ตึกคณะบริหาร กายที่เอาแต่นั่งเงียบ เขาแทบไม่ได้นอนเลยตลอด ทั้งคืน ได้แต่คิดวนไป วนมากับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น “เห้ยย ไอ้กาย มึงเป็นไรวะ ข้าวก็ไม่กิน แถมไม่พูด อีก มีเรื่องอะไรปกติมึงก็พูดกับพวกกูหมดนี่หว่า แต่ครั้งนี้มันมีเรื่องอะไรวะ มึงถึงได้อยู่ในสภาพนี้” “เออ..นั่นดิวะ พวกกูเป็นห่วงมึงนะเว้ย มึงพูดได้ทุก เรื่อง พวกกูจะเป็นผู้ฟังที่ดี” กายเงยมองหน้าเพื่อน “ทิวาเป็นลูกของแม่เลี้ยงกู” คำพูดประโยคสั้นๆทำ ให้เพื่อนๆของกายถึงกับนิ่งอึ้งค้างไปกันหมด “ชิบหายจริง” “โคตรเชี้ย” “มันเรื่องห่าอะไรวะเนี้ย” ทั้งภูผา อัคนี สิงหัน สบถขึ้นพร้อมกัน “แล้วมึงไปรู้ได้ไงวะ หรือทิวามาสารภาพ” “ทิวาบอกกูเมื่อคืนตอนกูขอเป็นแฟน แม่งกูหน้าโง่ ขนาดไม่รู้สึกเอ๊ะใจอะไรบ้างเลย” กายเอ่ยขึ้น อย่างอารมณ์หงุดหงิด “แล้วทำไมอยู่ๆถึงมาบอก ในเมื่อโกหกมาเป็นเดือน” ภูผาเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย “กูควรทำยังไงดีวะ หัวใจของกูตอนนี้มันแหลก มากเลยวะ มันเจ็บไปหมด กูไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับ ผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย” นัยตาของกายกลับมา แดงก่ำอีกครั้ง “เอางี้ เดี๋ยวคืนนี้พวกเราไปจัดเต็ม กูจะหาสาวๆที่สวยกว่าทิวาร้อยเท่ามาให้มึงขยี้ยัน หว่างเลย” มือของสิงหันบีบไหล่ของกายเบาๆ “เออ กาย การันต์ มันต้องเดอะเบสท์สิวะ” อัคนีเอ่ยเสริม กายได้แต่พยักหน้าตอบรับเบาๆ และหวังว่ามันจะทำให้เขาลืมความรู้สึกแย่ๆใน ตอนนี้ไปให้หมด..เวลาเลิกเรียน กายยังคงนั่งอยู่ ที่หน้าตึกคณะของตัวเอง สายตาทอดยาวมองออก ไปถึงคณะอักษรฯที่เขาเดินไปหาเธอคนนั้นตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา “เห้ยย ป่ะไอ้กายกลับบ้านกัน” “อืมๆ” กายลุกขึ้นเดินตรงไปที่ลานจอดรถ เขานั่ง อยู่ในรถเป็นเวลาเกือบ 10 นาทีโดยไม่ได้สตาร์ท เครื่อง เหมือนตั้งใจจะรออะไรบางอย่าง ก่อนจะ ขับรถออกไป.. >>ผ่านไป 1 สัปดาห์ ทิวาเอาแต่เรียนและกลับบ้าน วันหยุดเธอก็ไม่ได้ ออกไปไหน เอาแต่หมกตัวอยู่ในสวนหลังบ้านของ พ่อเลี้ยง “ฉันจะทำยังไงดีค่ะคุณ ยัยวาเงียบนิ่งมา 1 สัปดาห์เต็มๆ พูดนับคำได้เลย” ทิภาผู้เป็นแม่เอ่ย ขึ้นอย่างเศร้าใจ “ถ้าเป็นแบบที่คุณเล่า บางทีกาย มันอาจจะไม่ได้เกลียดหนูวาและคุณก็ได้นะ แต่คน ที่มันเกลียดจริงๆอาจจะเป็นผม เพราะตั้งแต่ที่แม่ ของกาย ป่วยหนัก ผมแทบไม่มีเวลาได้ดูแลเธอ จนเธอเสียชีวิตไป กายคงโกรธและเกลียดผม เรื่องนั้น พอแต่งงานใหม่ เขาก็เลยพาลเกลียดคุณ ไปด้วย” หญิงวัยกลางคน เอื้อมกุมมือของผู้เป็น สามีเอาไว้อย่างเข้าใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไป หาหญิงสาวที่นั่งเหม่อลอยอยู่ “หนูวา หนูอยาก ไปเรียนที่อื่นไหม ลุงยินดีส่งหนูไปเรียนได้ทุกที่ ทุกประเทศเลยนะ ถ้าหนูต้องการ” ทิวาค่อยๆหัน มามองตามเสียง พร้อมกับยกมือไหว้ “ขอบคุณค่ะ คุณลุง หนูกำลังคิดว่าจะรอสอบใหม่ ปีหน้าที่มหาลัยต่างจังหวัด” ทิวาเอ่ยตอบ “เอางี้สิ หนูวาไปเรียนที่สิงคโปร์ก็ได้ ลุงกับแม่ จะได้ไปเยี่ยมหนูได้บ่อยๆ หนูก็เข้าไปช่วยงาน ที่บริษัทสาขาย่อยของลุงด้วย ช่วงนี้ลุงได้ข่าวว่า มีการทุจริตภายใน หนูวาก็ไปเรียนที่นู้นและไป เป็นหู เป็นตาให้ลุงด้วย หนูวาลองเอาไปคิดดูก่อน ก็ได้ ถ้าหนูโอเคก็บอกลุงได้เลย ลุงจะติดต่อกับ มหาลัยทางนู้นให้ “ขอบคุณมากค่ะคุณลุง หนูขอ เวลาคิดอีกสัก 1-2 วันนะคะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD