>>ประจวบฯ
“พวกเราเปิดโรงแรมนอนกันก่อนเถอะ นี่จะตี1ล่ะ”
“เอาดิ พวกมึงเลือกเลยอยากนอนที่ไหน”
>> ณ โรงแรมริมทะเล
ทั้ง 4 หนุ่มเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมเสร็จ พวกเขา
ก็พากันลงไปนั่งกินข้าวกันอยู่ในร้านอาหารของ
โรงแรมที่ติดชายหาด “เห้ยๆๆ ไอ้กายข่าวมึงกับ
น้องคนนั้นวะ ไปเป็นคู่หมั้นกันตอนไหนวะ”
กายรีบดึงมือถือไปดู “อีห่านี่โคตรอ้อนตีนกูจัด”
“โดนมึงผลัก ขนาดนั้น ยังจะกล้าเอาไปลงข่าว”
“ตอนอยู่สิงคโปร์แม่งทำท่าอ่อยกู เจอกูจับขายก
หงายหลังขาชี้ฟ้า แม่งยังตามมาถึงสนามบิน
กูว่าอีนี่มันโรคจิต อยากเอาชนะ แต่มันจะไม่มี
วันได้สมหวังหรอก กูจะกระทืบให้จมตีนเลย”
“แม่ง!! กายหยาบกลับมาแล้ววะ หายไปนาน”
“ไม่หายหรอก แต่กูเลือกว่าจะไม่หยาบกับใคร
มากกว่าโว้ย” กายเอ่ยตอบเพื่อนๆ
“ไอ้กาย ถ้ามึงเจอน้องวา แล้วมึงจะยังไงต่อวะ
ฟิวแบบจำอะไรไม่ได้นี่ มันจะรู้สึกยังไงบ้างวะ”
อัคนีเอ่ยถามอย่างสงสัย
“กูว่าฟิวคงแบบว่างเปล่า ไม่มีความรู้สึกอะไร
ไม่มีอดีตให้จำจดเลย คงอ้างว้างน่าดูเลย”
ภูผาเอ่ยตอบตามความเข้าใจเอง
“กูไม่รู้ว่าฟิวไหน รู้แค่ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีกับวา
ขนาดสิ่งที่วารักมากที่สุดอย่างแม่ วาก็ยังเลือก
หนีมาได้แบบไม่คิดจะติดต่อกลับไป ตอนอยู่
สิงคโปร์ แค่ติดต่อแม่ไม่ได้ วายังนั่งโทรหาแม่
ทั้งคืน แทบไม่ยอมนอน กูถึงได้พากลับมาไทยไง
ถ้ากูใจแข็งกว่านี้ วาก็คงไม่..” สิงหันรีบพูดแทรก
“ไอ้กาย มึงเลิกโทษตัวเองสักทีเถอะ บางทีที่วา
เลือกจะหนีไป เพราะกลัวมึงรู้สึกผิดแบบนี้ไง
ไหนจะแม่ของวาอีกที่เอาแต่โทษตัวเอง”
“เออ ที่ไอ้สิงมันพูด ก็มีเหตุผลอยู่นะ วาอาจจะ
เลือกหนีไปเพราะแบบนี้หรือเปล่า เลยเลือกไป
นับ 1 ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องมีใครรู้สึกผิด”
“แล้วเรื่องข่าวล่ะ อยากให้พวกกูช่วยอะไรไหม”
“เรื่องนั้นมันไม่ได้สำคัญกับชีวิตกู สิ่งเดียวที่กู
ต้องการในตอนนี้คือตามหาวาให้เจอ เรื่องอื่น
กูจะตามรวบยอดย้อนหลังแน่”
>>เช้าวันรุ่งขึ้น (08.00 น.)
เพื่อนๆพึ่งงัวเงียตื่น ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกายพร้อม
ออกไปตามหาทิวาแล้ว “เชี้ยย กาย!!”
“ถามจริง..มึงได้นอนบ้างป่ะวะ”
“พวกมึงก็นอนไปก่อนก็ได้ กูจะไปหาเลาะๆแถวนี้”
“บ้า! ตั้งใจมาตามหาวา ไม่ได้มาเที่ยว รอแป๊ปนึง”
เพื่อนๆพากันวุ่นวายอาบน้ำแต่งตัว แยกกันไป
ตามแผนที่คุยกันไว้..
>>ฝั่งของทิวา เช้านี้เธอรู้สึกว่ามีภาพของแม่โผล่
ขึ้นมาในหัวของเธอเยอะมาก ทิวาตัดสินใจโทรหา
ผู้เป็นแม่ด้วยเบอร์ใหม่แบบเติมเงิน “สวัสดีค่ะ”
ทิภารับสายด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า เพราะตั้งแต่เกิด
อุบัติเหตุจนทิวาหนีไป เธอแทบไม่ยอมพักผ่อน
เอาแต่โทษตัวเอง “นั่น แม่หรือเปล่าค่ะ” เพียงแค่
ประโยคสั้นๆ ก็ทำให้น้ำตาที่มีเหลืออยู่เพียงน้อย
นิด ไหลพรากลงมาทันที “นั่นวาหรอลูก หนูอยู่
ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง แม่คิดถึงหนูมากเลย”
ประโยคความเป็นห่วงมากมาย ที่ถามเข้ามารัวๆ
จากผู้เป็นแม่ มันทำให้ทิวาที่ได้ยินถึงกับยืนนิ่งตัว
แข็งทื่อ “ใช่ค่ะ วาเองค่ะ วาสบายดีค่ะแม่”
แม้คำพูดของลูกสาวจะดูผิดแปลกไปจากเดิมมาก
เพราะความจำเสื่อม แต่ก็ทำให้ผู้เป็นแม่กลับ
รู้สึกดีใจที่ลูกติดต่อกลับมา “หนูอยู่ไหนค่ะ แม่ขอ
ไปหาได้หรือเปล่า แม่เป็นห่วงหนูมากนะคะ”
ทิวายืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “วาอยู่ที่..” เสียงของ
ข้าวหอมแทรกเข้ามา เรียกให้ทิวารีบออกมา
เพื่อจะไปตะเวนหาทำเลขายของ ทิวาตกใจเลย
กดวางสายไปแบบงงๆ สายตัดไป ทิภารีบโทรหา
กายเพื่อแจ้งข่าว “ครับ คุณภา” กายที่เห็นทิภาโทร
เข้ามาตั้งแต่เช้า “เมื่อกี๊ยัยวาโทรมาค่ะ เสียงทะเล
ชัดมากค่ะ คุณกาย ตามจากเบอร์โทรได้ไหมค่ะ”
“ส่งเบอร์มาที่แชทผมที แล้ววาว่าอย่างไรบ้างครับ”
“คำพูดช่างดูห่างเหินมากค่ะ ฉันเป็นห่วงยัยวามาก
เลยค่ะ ฮือๆ ช่วยตามลูกสาวของฉันกลับมาให้ได้
นะคะ อยากให้ฉันทำอะไรตอบแทน ฉันยินดีค่ะ”
คำพูดของทิภาทำเอาคนได้ยินถึงกับนิ่งไปเช่นกัน
“ครับ ไม่ต้องห่วง ผมจะตามวากลับมาให้ได้ครับ
รวมถึงความทรงจำทั้งหมดของวาด้วยครับ”
พอวางสายทิภาก็ส่งเบอร์เข้าไป “ใครตามสัญาณ
จากเบอร์ได้บ้างวะ ถ้าไม่ใช่ศูนย์เครือข่าย”
“กูรู้จักอยู่ 1 คน แต่มันต้องจับสัญญาณระหว่าง
กำลังโทรนะสิ สัก 1-2 นาทีอ่ะ” “แม่งยากไปวะ”
บทสนทนาจบลง ทั้ง 4 คนก็พากันขับรถเลาะไป
ตามริมชายหาด เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ยังไม่มี
วี่แววว่าจะหาทิวาเจอ “กูว่า เดี๋ยวพวกมึงกลับ
กรุงเทพฯไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องฝึกงานกันอีก”
“แล้วมึงล่ะ จะหาคนเดียวหรอวะ” “อืม กูจะอยู่ที่นี่
จนกว่าจะหาวาเจอ ถ้าไม่เจอกูก็ไม่กลับ กูรับปาก
แม่ของวาไว้แล้ว ยังไงก็ต้องหาเธอให้เจอ”
ระหว่างที่จอดรถพักข้างทาง อยู่ๆรถทะเบียนคุ้นๆ
วิ่งผ่านหน้าไป “เห้ยยย นั่นมันรถคันนั้นนี่”
ทุกคนรีบวิ่งขึ้นรถแล้วขับตามไปทันที “มึงเหยียบ
ให้มิดเลยนะ เดี๋ยวแม่งคาดสายตา” กายเอ่ยสั่ง
รถของกายขับตามไปอย่างห่างๆจนไปถึงบ้านเช่า
“อ่อ มาอยู่กันที่นี่สินะ” รอยยิ้มมุมปากของกาย
เผยขึ้นด้วยความดีใจ “มึงจะเอายังไงต่อ”
“ก็ลงไปเลยดิวะ จะรออะไร” กายเอ่ยขึ้นพร้อม
ก้าวขาลงจากรถ “ส่วนยัยข้าวหอม กูจะจับปล้ำเอง
จะได้ไม่ขัดจังหวะของมึงกับน้องวา” อัคนีเอ่ยขึ้น
ทำให้เพื่อนๆพากันหัวเราะ ชายหนุ่มก้าวเดินตรง
ไปที่บ้านเช่า เสียงกริ่งดังขึ้น ทิวาเดินออกมา
“คุณมาหาใครค่ะ” ทิวารู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มตรง
หน้า อยู่ๆเธอก็รู้สึกปวดจี๊ดที่หัว “วาเป็นอะไรอ่ะ”
กายถือวิสาสะเอื้อมมือไปเปิดประตูรั้วเข้ามา แล้ว
รีบเข้ามาประคองหญิงสาวไปนั่งที่เก้าอี้
“เป็นไงบ้าง ปวดหัวหรอ ไปหาหมอไหม”
“ไม่ไปค่ะ วาปวดจี๊ดๆบ่อยเวลาใช้ความคิด
เยอะๆค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ แล้วคุณเป็น..เอ๊ะ ผู้ชาย
คนในรูปนี่ค่ะ คุณคือพี่กายนี่เอง คู่หมั้นคุณมุกดา”
ชายหนุ่มรู้สึกจี๊ดที่หัวใจ ทั้งทำพูดที่แสนห่างเหิน
เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เขาเข้าใจความรู้สึก
ของทิภาขึ้นมาทันทีว่ามันรู้สึกยังไง “ใช่พี่ชื่อกาย
เป็นแฟนของทิวา ไม่ใช่คู่หมั้นของมุกดา”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับจ้องมองสายตาอัน
ว่างเปล่าของเธออย่างเจ็บปวด “ใครมาหรอ..”
ข้าวหอมที่เห็นเพื่อนเดินออกมานานแล้ว พอเห็น
ทิวานั่งอยู่กับกาย เธอก็ตกใจมาก “พะ พี่กาย”
“หึ! ข้าวหอม ยังจำพี่ได้สินะ” ข้าวหอมค่อยๆก้าว
ขาออกมาจากบ้านอย่างช้าๆ “พี่ฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็น่าจะวันเดียวกับที่ข้าวหอมพาทิวาหนีมาที่นี่อ่ะ”
“อย่าว่าหอมเลยค่ะ วาเป็นคนอยากมาเอง วาไม่
อยากเป็นภาระของใครค่ะ แล้วพี่สบายดีนะคะ”
“อืม ไม่สบายหรอก ยังไม่หายดี แต่พี่ต้องมาเจอ
วาให้ได้ก่อน” “งั้นหอมว่า พี่กายพายัยวาเข้าบ้าน
ก่อนดีกว่าค่ะ” กายพยักหน้า “ฝากหอมไปบอก
เพื่อนๆของพี่ด้วยสิ” ข้าวหอมพยักหน้ารับเบาๆ
ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป