>>ผ่านไป 1 สัปดาห์
กายเข้ามาช่วยงานผู้เป็นพ่อในฐานะรองประธาน
เป็นวันแรก “พ่อขอต้อนรับเข้ามาทำงานอย่างเป็น
ทางการนะ ไอ้เจ้าลูกชาย” “ขอบคุณครับพ่อ”
“ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านรองประธาน” ทิภาเอ่ย
ต้อนรับพร้อมยื่นช่อดอกไม้เพื่อแสดงความยินดี
“โถ่ว คุณภา ทำอย่างกับผมเป็นคนอื่นไปได้”
“ขอนิดนึงค่ะ ก็ที่นี่บริษัทนี่ค่ะ ท่านรองฯ”
“แล้วสาวน้อยคนนี้ล่ะมีอะไรจะพูดไหม หื้มมม”
ร่างสูงปลายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่เยื้องๆ
“งั้น!! วาขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ท่านรองฯ”
ทิวายื่นของขวัญเป็นปากกาสลักชื่อ~การันต์~
“วาก็อีกคน ไม่เอา เรียกแบบเดิมสิ แต่พี่ชอบของ
ขวัญของวามากเลยนะ พี่จะพกมันติดตัวไว้ตลอด”
“ยินดีด้วยนะคะ พี่กายกับตำแหน่งรองประธาน”
เสียงแขกไม่ได้รับเชิญ เดินเข้ามาแสดงความยินดี
“หึ! กูคิดไว้ไม่มีผิด” กายสบถขึ้นพรางมองค้อน
ผู้เป็นพ่อ มุกดาเดินตรงเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้
เพื่อร่วมแสดงความยินดี “ขอบใจนะ”
กายรับช่อดอกไม้จากมุกดาแล้ววางลงพื้นทันที
“เออ พ่อลืมบอก เดี๋ยวหนูมุกดาจะมาทำงานกับ
เราด้วยนะ ในฐานะหุ้นส่วนคนนึง” กายได้ยินสิ่ง
ที่ผู้เป็นพ่อเอ่ย มันทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“มีอะไรลืมบอกอีกไหม บอกมาทีเดียวเลยครับพ่อ”
ผู้เป็นพ่อส่ายหน้าเบาๆรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจ
“เอ่อ แต่ผมลืมบอก เลขาของผมเป็นทิวาเท่านั้น
ถ้าไม่ใช่ทิวา ผมก็จะขอลาออกทันที” ร่างสูงจับ
แขนของทิวาแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที
“เฮ้ยย เมื่อไหร่มันจะโตสักที” ทิภากระซิบข้างหู
ของสามี “ทีคุณยังแก่กะโหลกกะลาเลยนี่ค่ะ”
ทิภาพูดจบก็เดินตามออกมาจากห้องประชุมทันที
“ลุงขอโทษด้วยนะหนูมุกดา” การินทร์เอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ต้องทำงานร่วมกัน มุกเข้าใจ
พี่กายค่ะ คงต้องปรับตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้”
>>กายเดินจุงแขนของทิวาเข้ามาในห้องทำงาน
ของตัวเองอย่างหัวเสีย “ใจเย็นๆสิค่ะพี่กาย”
“พ่อกลับมาทำนิสัยแบบนี้กับพี่อีกแล้ว ไม่รู้ไป
ถูกใจอะไร พวกครอบครัวนั้นนักหนา”
“ก็เคยเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็คงตัดขาดกันยากค่ะ
บางทีคุณลุงอาจอยากได้คุณมุกดามาเป็นสะใภ้
ก็ได้นะคะ ธุรกิจช่วยเกื้อหนุนส่งเสริมกันด้วย”
“พี่ไม่สนใจเรื่องธุรกิจ วันนี้พี่มาที่นี่เพราะอยาก
ช่วยพ่อทำงาน แต่ในเมื่อพ่อเล่นแบบนี้ พี่ก็จะ
ไม่ทนอีกต่อไป พี่ทำงานร่วมกับมุกดาไม่ได้”
พออารมณ์สงบลง กายก็พาทิวากลับไปที่ร้าน
อาหารแทน “แน่ใจหรอค่ะ พี่กายจะมาช่วยวา”
“อืม วาดูส่วนอาหาร พี่จะดูแลส่วนบริการเอง
ส่วนข้าวหอมก็ให้มาช่วยโปรโมทร้านลงสื่อ
วายังอยากไปเปิดสาขาที่ประจวบอยู่หรือเปล่า”
ทิวาได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ถึงกับตาเบิกกว้าง
“อยากสิค่ะ ว่าแต่..ทำไมอยู่ๆพี่กายถึง..”
ชายหนุ่มได้แต่อมยิ้ม แต่ไม่ยอมตอบกลับอะไร
>>ณ บริษัท
ห้องทำงานท่านประธาน
“นี่คุณภา มันครบอาทิตย์แล้วนะที่ไอ้กายมันไม่
เข้าบริษัทเลย ผมต้องทำยังไงกับมันดี”
“ฉันว่าคุณรู้คำตอบดีนะคะ คุณการินทร์”
“แล้วให้ผมทำยังไง ผมไม่ใช่คนขายหุ้นให้กับ
มุกดาสักหน่อย ผมไม่รู้นะว่ามุกดาคลั่งอะไรในตัว
ของไอ้กายนักหนา ทั้งๆที่มันไม่เคยพูดดีกับมุกดา
เลยสักครั้ง ผมก็เป็นผู้ใหญ่ไม่อยากเข้าไปยุ่งมาก”
“งั้นก็ปล่อยให้เด็กๆเขาจัดการกันเองค่ะ อีกอย่าง
ถ้าคุณกายไม่พร้อมจะมาทำงานที่นี่ ใครก็บังคับ
คุณกายไม่ได้หรอกค่ะ เอาจริงๆคุณก็มีส่วนทำให้
คุณกายเป็นแบบนี้ ไม่ใช่หรอค่ะ”
“ยังไง ผมไม่เข้าใจ” การินทร์ขมวดคิ้วครุ่นคิด
“ตั้งแต่ที่มุกดาเข้ามาขอโทษคุณ คุณก็กลับไปเป็น
คนที่ชอบโกหกเกี่ยวกับเรื่องมุกดาอีกครั้ง ฉันถาม
จริงๆนะคะ คุณอยากได้มุกดาเป็นลูกสะใภ้ใช่ไหม
ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะไปคุยกับยัยวาเอง แค่คุณ
บอกกับฉันมาตามตรงเถอะค่ะ คุณลืมในสิ่งที่
มุกดาทำกับคุณ เพียงเพราะแค่คำขอโทษปลอมๆ
แต่คุณเลือกที่จะทำร้ายความรู้สึกของลูกชายซ้ำๆ”
การินทร์ได้แต่เงียบและไม่ได้ตอบโต้ใดๆ
“ถ้าเงียบฉันจะถือว่านั่นคือคำตอบของคุณนะคะ”
ทิภาเดินออกจากห้องทำงานไปทันที!!
[ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ้ย อยู่กับความอ้างว้างไปเลย
แล้วกัน ฉันไม่ทนอีกต่อไป] ทิภาเดินพึมพำออก
จากบริษัทไปด้วยแผนการบางอย่าง!!
>>บ้านหลังใหญ่
ทิภาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าพร้อมเอกสารต่างๆ
“แม่จะไปไหนหรอค่ะ” ทิวาเดินตามมาเห็นพอดี
“ยัยวา ไปเก็บของ เราจะไปอยู่ที่อื่น แม่จะไม่ทน
กับคนปัญหาอ่อนอีกแล้ว” ทิภาเร่งรีบเก็บของ
“แต่แม่ค่ะ แล้วร้าน..” ทิภาหยุดชะงัก จ้องมองหน้า
ของลูกสาว “ร้านนั้นมันเป็นของวา แต่บ้านนี้มัน
ไม่ใช่ของเรา ในเมื่อคุณการินทร์ เขาอยากจะได้
มุกดามาเป็นลูกสะใภ้ แม่ก็ไม่อยากให้วาอยู่ที่นี่
ไปกับแม่นะวา” ทิวาขมวดคิ้วอย่างรู้สึกสับสนแต่
ก็ยอมไปเก็บของตามที่แม่ขอ สองแม่ลูกกำลังจะ
ขนของออกจากบ้าน กายเดินเข้าบ้านมาพอดี
“เดี๋ยวนะครับ นี่คุณภากับวาจะไปไหนกันครับ”
“ฉันกับยัยวาจะย้ายไปอยู่ที่อื่นค่ะ เวลามุกดา
เข้าออกบ้านหลังนี้ จะได้สะดวกๆ ท่าทางพ่อ
ของคุณกายจะอยากได้มุกดามาเป็นสะใภ้นะคะ
ต่อไปนี้ห้ามคุณกายมาเจอยัยวาอีก ลูกสาวของ
ฉันไม่ใช่ของเล่นของใคร” ทิภาพูดจบก็จุงแขน
ของทิวาก้าวออกจากบ้าน “เดี๋ยวครับคุณภา”
ชายหนุ่มคุกเข่าลงต่อหน้าทิภา “เอ่อ นั่น!คุณกาย
จะทำอะไรค่ะ” ทิภาตกใจที่อยู่ๆชายหนุ่มก็คุกเข่า
ลงต่อหน้า “อย่าทำแบบนี้กับผมเลยนะครับ ใช่ว่า
ผมอยู่ที่นี่แล้วจะมีความสุข คุณภาก็รู้ดี วาคือ
ความสุขเดียวที่ผมมี อย่าพรากเธอไปจากผมเลย
นะครับ ผมไม่เคยเห็นวาเป็นแค่ของเล่น”
“พี่กาย ลุกขึ้นเถอะค่ะ แม่ค่ะ วาสงสารพี่กายค่ะ”
ใบหน้าของหญิงสาวเริ่มเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วคุณกายจะเอายังไงค่ะ เพราะฉันไม่ขออยู่ที่นี่”
“ผมกับวาพึ่งซื้อบ้านไว้ พวกเราย้ายไปอยู่ที่นั่น
ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ทิภาหันมามองหน้าลูกสาว สลับกับชายหนุ่มที่นั่ง
คุกเข่าอยู่ตรงหน้า “คุณกายแน่ใจหรอค่ะ ว่าจะไป
กับพวกเรา” “ครับ ผมไม่เคยลังเลเลยสักครั้ง”
“งั้นก็ไปเก็บของสิค่ะ เดี๋ยวฉันขนของขึ้นรถก่อน”
“วาไปช่วยคุณกายเถอะ เดี๋ยวของพวกนี้แม่จัดการ
เอง แต่เร็วๆหน่อยนะ” “ได้ค่ะแม่” ทิวารีบจับแขน
ของชายหนุ่มให้ลุกขึ้น พร้อมกับขึ้นไปเก็บของ
พอขนของขึ้นรถเสร็จ ทั้ง 3 ก็พากันย้ายมาอยู่ที่
บ้านหลังใหม่ .. ส่วนการินทร์กลับมาถึงบ้าน
ตั้งใจจะมาง้อและปรับความเข้าใจกับภรรยา
“ทำไมบ้านเงียบจัง คุณภาอยู่ข้างบนหรอ”
“คุณภา คุณวา คุณกาย ขนของย้ายออกไปจาก
บ้านนี้แล้วค่ะ คุณภาฝากคืนพวกกุญแจรถ/บ้าน
บัตรเครดิต เครื่องเพชรค่ะ แล้วยังฝากบอกว่า
เรื่องหย่าให้คุณท่านส่งเรื่องไปทางคุณทนายค่ะ
ส่วนนี้ของคุณกายค่ะ ฝากคืนคุณท่านเช่นกัน”
สาวใช้เอ่ยจบ ก็วางของทุกอย่างไว้ที่โต๊ะ