>> ณ ประเทศไทย
การินทร์พยายามง้อเมียและโทรหาลูกชาย แต่!!
ไร้การตอบรับจากทั้งคู่ “คุณภา คุยกันก่อนสิ”
“ไปคุยกับเพื่อนของคุณเถอะค่ะ น่าจะเข้าใจกัน
ง่ายกว่า แล้วก็ชวนกันไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยด้วย
จะได้มีเรื่องคุยต่อยาวๆ เหตุบังเอิญทั้งหลายมัน
จะได้มีอีกเรื่อยๆ”การินทร์เอื้อมจับมือของภรรยา
“นี่คุณ กำลังพาลไปทั่วแล้วนะ” ทิภาหันมาด้วย
ความโกรธ “ใช่ ฉันมันพาล เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจ
ว่าทำไมคุณกายถึงได้ก้าวร้าว พูดจาแย่ๆแบบนั้น
ตอนนี้ฉันเข้าใจล่ะ เพราะมีพ่อเห็นแก่ตัวแบบคุณ
ไง ลูกถึงได้มีพฤติกรรมต่อต้านได้ขนาดนี้”
“คุณภา!! มันจะเกินไปแล้วนะ”
“ใช่ มันเกินไป เพราะฉันสงสารลูกของคุณ”
ทิภาโบกแท็กซี่ได้ก็รีบขึ้นแล้วให้รถรีบขับไป
ด้วยความเร็ว [แม่งเอ้ย! แล้วกูต้องทำยังไงวะ
มีแต่คนเอาตัวเองเป็นใหญ่ ชักไปกันใหญ่]
การินทร์กลับมาบ้านก็ไม่เห็นทิภา พอถามแม่บ้าน
ก็รู้ว่าทิภาไม่ได้กลับบ้าน โทรไปก็ปิดเครื่อง
เขาได้แต่นั่งกุมขมับอย่างเหนื่อยใจ
>>เวลาผ่านไปจนถึง 5 ทุ่มก็ไร้วี่แววว่าทิภาจะ
กลับมาบ้าน การินทร์เริ่มกังวลใจหนักมาก
>>ณ สิงคโปร์
กายเดินออกจากสนามบิน เขาเรียกรถให้ขับไป
ส่งที่บริษัท กายนั่งตรวจดูเอกสาร จนถึงเวลา
เลิกงาน เขาก็ให้รถที่บริษัทไปส่งที่บ้าน ก็เห็นว่า
ทิวากลับมาถึงบ้านแล้ว กำลังทำอาหารมื้อค่ำอยู่
กายเดินเข้ามาในบ้านด้วยกุญแจสำรอง มือหนา
ค่อยๆสวมกอดทิวาจากข้างหลัง “อุ๊ย!!” ทิวาค่อยๆ
หันหน้ากลับมามอง “พี่กาย ไม่ได้กลับไทยหรอค่ะ”
“อืม มีเรื่องนิดหน่อย” ทิวาหันกลับมาสวมกอด
ชายหนุ่มเช่นกัน “เกิดอะไรขึ้นค่ะ” ร่างสูงไม่ได้
ตอบกลับอะไร เขาทำเพียงกอดหญิงสาวไว้นิ่งๆ
ทิวาก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย .. จนกาย
ยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทิวาฟัง เธอถอนหายใจ
“ต้นเหตุเป็นเพราะหนูหรือเปล่าค่ะ เรื่องมันถึงได้
เป็นแบบนี้” ทิวาเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเศร้าลง
“ไม่ใช่เพราะวา แต่เพราะพ่อของพี่ต่างหาก เขาทำ
อะไรไม่เคยแคร์ความรู้สึกของคนอื่น”
กายพยายามอธิบายเพื่อไม่อยากให้ทิวาคิดมาก
“พี่ขอยืมมือถือของวาหน่อยสิ ของพี่แบตหมด”
ทิวาเดินไปหยิบมือถือมายื่นให้ชายหนุ่ม ก่อนจะ
เดินกลับไปทำอาหารต่อ กายตั้งใจจะแชทไปหา
แม่ของวาเรื่องกระเป๋าเดินทาง พอเปิดแชทของ
ทิภา กายก็ตาเบิกกว้าง เห็นประวัติการแชท
เขาพอจะเดาๆได้ว่า ข้อความแชทนี้ถูกส่งมาหลัง
จากเขาเดินหนีออกมาจากสนามบิน กายอ่านทุก
บรรทัดอย่างละเอียด แชท..จากแม่
“วา ถ้าหากแม่สั่งให้วาเลิกกับคุณกาย ห้ามติดต่อ
ห้ามเจอกันอีก หนูจะทำตามที่แม่ขอได้ไหมลูก”
“แม่หมายความว่ายังไงค่ะ หนูไม่เข้าใจ”
“แม่กำลังรู้สึกว่า ..คุณการินทร์ดูพยายามจะจับคู่
คุณกายกับมุกดา เขาคงอยากให้ลูกชายของเขา
ได้คู่กับลูกสาวของเพื่อนสนิท แต่ไม่กล้าพูดตรงๆ
เพราะหนูเป็นลูกสาวของแม่ ที่แม่ส่งแชทไปถาม
หนูแบบนั้น เพราะแม่อยากให้หนูเตรียมใจไว้บ้าง”
“ได้ค่ะ อะไรที่ทำให้แม่สบายใจ หนูยินดีจะทำค่ะ”
กายรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที เขารีบพิมพ์แชทส่ง
กลับไปหาทิภา “กายไม่ยอมให้คุณภามาพราก
ทิวาไปจากกายเด็ดขาด ส่วนเรื่องของพ่อ กายจะ
จัดการเองครับ” ทิภาเห็นแชทนี้ตอนกำลังนั่งรถ
แท็กซี่หนีสามีออกมาจากสนามบิน [ฉันก็ไม่อยาก
ทำให้ลูกสาวของฉันต้องเสียใจเช่นกัน หากเรื่องนี้
ต้องมีคนผิด คนๆนั้นต้องเป็นคุณค่ะ คุณการินทร์]
ทิภายกยิ้มมุมปาก .. ส่วนกายพอส่งข้อความเสร็จ
เขาก็ยืนขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าหาก
ต้องแตกหักกับพ่อขึ้นมาจริงๆ เขาอาจจะขัดสน
เรื่องการเงิน ขณะที่กายกำลังคิดหาวิธี อาหารเย็น
ก็เสร็จพอดี ทั้งคู่นั่งกินข้าวกัน ไปด้วยความเงียบ
ทิวาที่ครุ่นคิดกับแชทของผู้เป็นแม่ กายก็ครุ่นคิด
หากจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอ โดยไม่มีเงินของ
พ่อมาคอยซัพพอท เรียนก็ยังไม่จบ การหางาน
ไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นแต่.. อยู่ๆกายก็เหมือนจะนึก
อะไรดีๆออก “พี่เห็นแชทของแม่วาแล้วนะ”
ทิวาจากนั่งเหม่อลอยก็ตาเบิกกว้างขึ้นทันที
“พี่กายแอบดูแชทส่วนตัวของหนูหรอค่ะ”
“ปะ เปล่านะ ที่ยืมมือถือของวาก็ตั้งใจจะโทรไปหา
แม่ของวานั่นแหระ เรื่องกระเป๋าเดินทางน่ะ”
“อ่อค่ะ งั้นพี่กายก็เห็นคำตอบแล้ว”
ทิวาหลุบสายตามองต่ำลงไปใต้โต๊ะ ปลายนิ้ว
ทั้ง2ข้างจิกด้ามช้อนกับส้อมเอาไว้แน่น มือหนา
เอื้อมมากุมมือของหญิงสาว “แต่พี่ไม่ยอมให้มัน
เป็นแบบนั้นหรอกนะ แล้วพี่ก็พิมพ์แชทบอกแม่
ของวาไปแล้วด้วย” ปากหนาค่อยๆเผยรอยยิ้มขึ้น
ทิวาเงยหน้าขึ้น จ้องมองใบหน้าหล่อคมของชาย
ที่อยู่ตรงหน้า เขาช่างมีแววตาแห่งความจริงใจ
“พี่กายพูดจริงหรอค่ะ” ใบหน้าหล่อคมพยักขึ้นลง
เบาๆพร้อมรอยยิ้ม พอทั้งคู่กินอาหารมื้อค่ำเสร็จ
ทิวายังคงเก็บกวาดทำความสะอาดครัว ส่วนกาย
นั่งอยู่คอมพิวเตอร์อย่างจดจ่ออยู่กับบางอย่าง
เพียงไม่นาน ทิวาก็เดินเข้ามาหากาย
“กระเป๋ากลับไทยไปแล้ว ทีนี้พี่กายจะใส่อะไรค่ะ”
“พี่จะแก้ผ้า” ทิวาอมยิ้มในคำตอบของชายหนุ่ม
“คิดจะอ่อยเหยื่อหรอค่ะ อร๊ายย” หญิงสาวตกใจ
เมื่อถูกมือหนาคว้าเอวของเธอดึงลงมานั่งบนตัก
แกร่ง สายตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นหน้าจอ
คอมพิวเตอร์ “นี่มันอะไรกันค่ะ” ทิวาจ้องมองตา
เป็นประกายขึ้นมาทันที “เราจะเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ
ไปด้วยกัน วาคิดว่าไง” ทั้งคู่หันมาจ้องตาพร้อมกัน
“หนูเอาด้วยค่ะ มีอะไรให้หนูช่วยได้บ้างค่ะ”
“วาแค่ตั้งใจเรียนก็พอ ส่วนพวกนี้ พี่จะจัดการเอง
พอวาเรียนจบก็ค่อยกลับมาช่วยพี่”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจะมีคำว่าเราได้ยังไงกันค่ะ จริงๆ
เรื่องเรียนหนูไว้รอสอบใหม่ปีหน้าก็ได้ค่ะ หรือไม่
ก็เรียนมหาลัยแบบเปิดก็ได้ค่ะ ขอแค่ให้หนูได้ช่วย
อะไรพี่กายได้บ้าง” ใบหน้าหล่อคมเผยยิ้มขึ้น
“พี่แค่เตรียมการไว้เฉยๆ ถ้ามันต้องแตกหักกับพ่อ
ขึ้นมาจริงๆ พี่จะได้มีเงินตรงนี้มาช่วยซัพพอทไง”
“แฟนของหนูช่างน่ารักจังเลยค่ะ” ปากนุ่มกดลง
จุ๊ฟแก้มของชายหนุ่ม รอยยิ้มมุมปากของเขา
ค่อยๆเผยชัดเจนขึ้น อย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่เขา
จะรีบปิดคอมพิวเตอร์ แล้วช้อนอุ้มร่างหญิงสาว
ขึ้นห้องนอนทันที “เด็กยั่วต้องโดนอะไรน๊าา”
คำพูดของชายหนุ่ม ทำเอาหญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าว
ที่กลางกายสาว “แล้วต้องโดนอะไรค่ะ” มือหนา
วางร่างหญิงสาวลงนอนบนเตียงอย่างเบามือ
พร้อมคร่อมร่างของเธอไว้ “อืม ก็โดนแบบนี้ไง”
สิ้นสุดคำพูดของเขา ใบหน้าหล่อคมก็ก้มหน้าลง
ซุกไซร้ซอกคอกับ2เต้า อย่างไม่สนใจอะไรอีกเลย