กายกอดหญิงสาวค้างไว้ พร้อมกับก้มมากระซิบ
“เสื้อตัวเดียวในโลก จริงๆด้วย” ทิวาได้แต่อมยิ้ม
“พี่กายไปล้างมือได้แล้วค่ะ” ร่างสูงไม่มีทีท่าจะ
ปล่อยจากกอด “รอให้สีมันเข้าที่ก่อนสิ” พอเขาพูด
จบ ก็เอาคางวางบนบ่าของหญิงสาว “ตัวหอมจัง”
“พี่กาย ปล่อยได้แล้วค่ะ” กายขำขึ้นเบาๆก่อนจะ
ยอมปล่อยกอด พอเปลี่ยนเสื้อเสร็จ ทั้งคู่ก็ไปเดิน
เล่นกันต่อจนถึงช่วงค่ำทิวาซื้อของกินกลับไปด้วย
หลายอย่าง กลับมาถึงกรุงเทพฯ กายก็แวะไปส่ง
ทิวาที่คอนโด ก่อนจะขับรถกลับคอนโดตัวเอง
“พี่กายค่ะ หายไปไหนมาค่ะ” เสียงของนีน่าดังขึ้น
กายหันไปมอง “พี่จะหายไปไหน แล้วมันจะทำไม”
สาวสวยรีบเดินตรงเข้ามากอดแขนร่างสูงแนบชิด
“พี่กายอย่าพึ่งโกรธนีน่าสิค่ะ เราขึ้นไป..คุยกันต่อ
ที่ห้องของพี่กายดีกว่าค่ะ” สาวสวยออดอ้อน
“พี่เหนื่อยและอยากพัก นีน่ากลับไปก่อนเถอะ”
“เดี๋ยวนีน่าช่วยนวดคลายเหนื่อยให้นะคะ”
“กลับไป” เสียงแข็งกระด้างของกายดังขึ้น
นีน่าจำใจต้องกลับไปก่อน อย่างอารมณ์หงุดหงิด
[อย่าให้รู้นะพี่กายว่ากำลังไปตามจีบอีผู้หญิง
คนไหนอยู่ นีน่าไม่ยอมแน่]
ฝั่ง..ทิวาเดินขึ้นห้องเอาของไปเก็บ แล้วเธอก็กลับ
ลงมานั่งแท็กซี่เพื่อไปหาแม่และพ่อเลี้ยง
>>บ้านแม่กับพ่อเลี้ยง
เป็นครั้งแรกที่ทิวามาที่นี่ “สวัสดีค่ะแม่” ทิวาเอ่ย
“สวัสดีค่ะคุณลุง” แล้วก็หันไปไหว้พ่อเลี้ยงของเธอ
“หวัดดีจ้า หนูวา มาซะค่ำ กินอะไรมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ผู้เป็นแม่รีบเข้ามาสวมกอด
“จะมาก็ไม่คิดจะโทรบอกแม่เลยนะ” ผู้เป็นแม่แอบ
ตำหนิลูกสาว “หนูเอาขนมมาฝากค่ะ เลยแวะมา”
“ไปๆ เข้าไปนั่งในบ้านกันก่อน ว่าแต่หนูวาจะย้าย
มาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่” ทิวาขมวดคิ้ว พร้อมครุ่นคิด
“น่าจะอาทิตย์หน้าเพราะสัญญาเช่าหมดพอดีค่ะ”
“ดีๆ บ้านมีแค่คนแก่ 2 คนเหงาแย่เลย” พ่อเลี้ยง
เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทิวาเดินเข้าไปในบ้าน
ก็มองเห็นรูปของผู้ชายคนนึง “เอ๊ะ!! นั่นมัน..”
“นั่นลูกชายของลุงเองชื่อกาย” ทิวายืนมองรูป
อย่างตกใจ “พะ พี่กายเป็นลูกชายคุณลุงหรอค่ะ”
“พี่เขาก็เรียนมหาลัยเดียวกับหนูวานั่นแหระ”
[ผู้ชายที่เกลียดแม่ฉัน คือพี่กายคนนี้จริงๆหรอ]
ทิวายืนนิ่ง เพราะเธอก็รู้สึกดีๆกับเขาอยู่ไม่น้อย
พออยู่กันแค่สองคนแม่ลูก ผู้เป็นแม่จึงเอ่ยขึ้น
“เป็นไรหรือเปล่าลูก หนูยืนมองรูปของพี่เขาอยู่
นานแล้วนะ หรือว่าเจอพี่เขาแล้ว หืมม ว่ายังไงจ๊ะ”
ผู้เป็นแม่เห็นลูกสาวยืนนิ่งอยู่นาน “ใช่ค่ะ หนูเจอ
พี่เขาด้วยความบังเอิญค่ะ เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่าน
แต่พี่เขาดีกับหนูมากเลยนะคะ” ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้ว
“ที่พี่เขาดีกับหนู เพราะเขายังไม่รู้ว่าหนูเป็นใคร
มากกว่า ถ้าเขารู้ว่าหนูเป็นลูกของแม่ คงไม่ดีกับ
หนูแน่ๆ แม่รู้สึกเป็นห่วงหนูจังเลย หนูอยู่ให้ห่าง
จากพี่เขาเอาไว้นะลูก อย่าไปยุ่งกับเขาเข้าใจไหม
รับปากกับแม่ก่อนค่ะ” ทิวากลืนน้ำลายเฮือกลงคอ
“ค่ะ หนูจะพยายามอยู่ให้ห่างๆพี่เขา แม่ไม่ต้อง
เป็นห่วงนะคะ” ทิวารับปากแม่อย่างลำบากใจ
>>คอนโดของทิวา (4 ทุ่มกว่า)
ทิวาลงจากรถแท็กซี่มาก็ตกใจมาก ที่เห็นรถของ
กายจอดอยู่ [นั่นมันรถของพี่กายนี่นา] ทิวาส่อง
มองเข้าไปในรถก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในรถ เธอเดิน
มาที่ล็อบบี้ก็เห็นกายนั่งอยู่ “พี่กาย!!มาทำอะไรค่ะ”
“เอ้า! วา หายไปไหนมา พี่โทรหาตั้งหลายสาย
นึกว่าเป็นอะไรเลยรีบขับรถมาดู แต่นิติบอกว่า
วาออกไปข้างนอก ไปไหนมา หื้มมม พี่เป็นห่วง”
ร่างสูงยิงคำถามรัวๆพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ
หญิงสาว “เอ่อ หนูเอาขนมไปฝากแม่กับพ่อมาค่ะ
แล้วก็รีบจนลืมมือถือไว้บนห้องค่ะ” ทิวาจ้องมอง
สายตาของร่างสูงที่มองเธอด้วยความห่วงใย
[สายตาแบบนี้ ถ้าพี่กายรู้ว่าหนูเป็นใคร พี่ก็คง
จะเกลียดหนูไปด้วยใช่ไหมค่ะ] หญิงสาวคิดหนัก
และมีใบหน้าเศร้าลง “เป็นไรไป พี่ยังไม่ทันว่าอะไร
เลยนะ พี่ก็แค่เป็นห่วง เอ่อ มีหนังเข้าใหม่ วาอยาก
ไปดูไหม พรุ่งนี้พี่จะมารับ” ทิวาจ้องหน้าของร่างสูง
“อยากไปค่ะ” เธอเอ่ยตอบรับไปอย่างลำบากใจ
[อีกแค่ครั้งเดียวนะวา ต้องถอยออกมาจากพี่เขา
ไม่งั้น ทุกอย่างมันจะแย่ไปกว่านี้] ทิวายืนส่งกาย
จนรถของเขาขับออกไปจากคอนโดของเธอ ทิวา
เดินคอตก ถอนหายใจแรง กลับขึ้นห้องไป
>>เช้าวันรุ่งขึ้น
คอนโดของทิวา (เวลา 11.00 น.)
รถของกายเลี้ยวเข้ามาที่ลานจอดรถ ส่วนทิวา
ลงมานั่งรอกายอยู่ที่ล็อบบี้ พอเห็นรถของกาย
เธอก็รีบเดินตรงไปหาเขา “รอนานไหมครับ”
“ไม่ค่ะ หนูพึ่งลงมาค่ะ” แล้วทั้งคู่ก็มุ่งตรงไปยัง
ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จากนั้นทั้งคู่ก็พากันไป
กินข้าว แล้วก็พากันไปดูหนัง “อยากไปทำอะไร
อีกไหม หรืออยากจะไปช็อปปิ้ง” หญิงสาวส่าย
หน้าเบาๆ “ไปเล่นเกมส์ดีกว่าค่ะ” กายพ่นขำอยู่
ในลำคอ ก่อนจะเดินตามหญิงสาวไป กิจกรรม
ของวันเสาร์-อาทิตย์ที่เคยน่าเบื่อสำหรับกาย แต่
ตอนนี้ทุกอย่างกลับทำให้เขาสนุกและมีความสุข
จนเขาแอบวางแพลนสำหรับสัปดาห์หน้าที่จะชวน
ทิวาไปทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดด้วยกัน..
>>วันเวลาผ่านไป 1 เดือน
ทั้งกายและทิวา ต่างก็สนิทกันมากขึ้น แม้ทิวาจะรู้
ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี ถ้าหากกายรู้ความจริงขึ้นมา
เขาก็คงจะเกลียดเธอ แบบที่เขาเกลียดแม่ของเธอ
แต่พอได้อยู่ใกล้ๆเขา มันก็ทำให้เธอหลงลืมเรื่อง
พวกนี้ไปเสียสนิท
>>คณะอักษรฯ (เวลา 10.40 น.)
“รู้สึกว่าแกจะสนิทกับพี่กายมากเลยนะ แล้วนี่แก
คบกับพี่กายแล้วหรอ ไหนบอกว่าแม่ห้ามไม่ให้ไป
เข้าใกล้พี่กายยังไงล่ะ หื้มม มันยังไงกัน”
“ป่าว ยังไม่ได้คบกันสักหน่อย ส่วนเรื่องนั้น เอ่อ
ฉันพยายามแล้ว แต่พี่กายก็น่ารักนี่นา ก็ไม่รู้จะ
ปฎิเสธยังไง ฉันต้องทำยังไงดี หรือย้ายมหาลัย?”
“ยัยวา แต่คนที่จะเจ็บที่สุดคือแกนะ คิดดีๆ ฉันห่วง
แกมากเลยนะ แต่ยังไงฉันก็จะอยู่ข้างๆแกนะเว้ย”
ทิวาสวมกอดข้าวหอม “ขอบใจนะเพื่อนรัก”
>>คณะบริหาร
“แหมๆๆ คุณการันต์ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เสาร์อาทิตย์
ไม่เคยจะว่างเลยน๊าา ช่วงนี้” อัคนีเอ่ยแซวเพื่อน
“เออจริง อย่างที่ไอ้อัคมันพูด เสาร์อาทิตย์มึงไป
ไหนนักหนาวะ ไม่เคยว่างเลย หรือว่าช่วงนี้มึงแอบ
พาเด็กคนไหนไปซั่มวะ ถามจริง ใช่น้องวาป่ะวะ”
“พูดเหี้ยไรวะ กูแค่พาน้องเขาไปกินข้าว ไปดูหนัง
ไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ ไม่ได้ไปซั่มอะไรแบบนั้น”
กายเอ่ยคำอธิบายกับเพื่อนๆไปตามความจริง
“เหี้ยยย จริงดิ!! คนอย่างกาย การันต์ เนี้ยนะ
จะปล่อยกระต่ายน้อยหลุดรอดมาได้เป็นเดือน”
ภูผาเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ
“แล้วพวกมึงจะทำไมวะ มายุ่งอะไรกับชีวิตของกู
กูก็ไม่ใช่พวกที่จะซั่มกับผู้หญิงทุกคนนะเว้ย คนนะ
ไม่ใช่หมา ที่จะเที่ยวผสมพันธุ์ไปเรื่อย พวกมึงก็..”
“เอ้า!! ก็เด็กๆของมึงแต่ละคน ก็เห็นซั่มมาหมด
นี่หว่า ใครจะไปรู้วะ ว่ามึงจะเว้นคนสำคัญไว้”
“งั้นแสดงว่า..มึงก็จริงจังกับน้องวาแล้วนะสิ”
“ไม่รู้วะ รู้แค่ เวลาได้อยู่ใกล้ๆ กับน้องเขาแล้ว
มันทำให้กูรู้สึกสนุกและมีความสุขอย่างบอก
ไม่ถูกเลยวะ ชีวิตก็ไม่น่าเบื่อเหมือนเมื่อก่อน”
กายพูดคุยกับเพื่อนๆถึงเรื่องของทิวา มันก็ยิ่ง
ทำให้เขาคิดถึงเธอขึ้นมาทันที เขาชักไม่แน่ใจ
ว่าเขากำลังตกหลุมรักเธอไปแล้วหรือเปล่า