>>ห้องนอนการินทร์
เวลาเกือบบ่าย 2
เขาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น คงเป็นครั้งแรกในรอบ
หลายสิบปีที่เขาตื่นขึ้นมาในเวลานี้และอยู่ใน
สภาพเสื้อผ้าชุดเดิม ไม่ได้อาบน้ำ เขาลุกนั่งมอง
ไปรอบๆห้องก็มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีเสียง
หวานๆคอยปลุกเขาในทุกเช้า บรรยากาศภายใน
ห้องเงียบเหงา จนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
หลังอาบน้ำเสร็จ การินทร์ลงมานั่งกินข้าวมื้อแรก
ในเวลาเกือบบ่าย 3 “คุณท่านค่ะ คุณระวีมาหาค่ะ”
“อืม ให้นั่งรอไปก่อน” การินทร์นั่งกดโทรหาทิภา
และลูกชายไร้การตอบรับ เข้าไปดูโซเซียลของ
ลูกชายถึงกับสำลักข้าว เมื่อภาพชายหญิงคู่นึง
นั่งอยู่ข้างๆกัน แม้จะเป็นภาพนั่งหันหลัง แต่เขา
ก็จำมันได้ดีว่าผู้หญิงคือภรรยาของเขา การินทร์
พยายามซูมดูรูปอยู่หลายรอบ [ไอ้กายนะไอ้กาย
ไม่คิดจะช่วยพ่อมันเลย เอาตัวรอดไปคนเดียว
ไอ้ลูกเวร] ระวีนั่งรออยู่นานจนทนไม่ไหวเดินเข้า
มาหาการินทร์ถึงโต๊ะกินข้าว “พี่การินทร์ค่ะ”
สาวสวยเดินโยกย้ายส่ายสะโพกเข้ามา
“ทำไมไม่รออยู่ที่ห้องรับแขก” น้ำเสียงไม่พอใจ
เอ่ยถามขึ้น “ก็ระวีรอมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำไม
พี่การินทร์ถึงได้ทานข้าวนานจังค่ะ”
“ถ้ารอไม่ได้ก็กลับไปซะ ใครเชิญให้มา”
คำพูดของการินทร์วันนี้ ช่างแตกต่างจากวันนั้น
ที่เธอเจอเขา นอกจากจะไม่ใยดีแล้ว ยังมีท่าที
ไม่พอใจกับการที่เธอมาแบบไม่บอกล่วงหน้า
“ระวีขอโทษค่ะ งั้นระวีออกไปนั่งรอก็ได้ค่ะ”
“ก็บอกให้กลับไปยังไงวะ แม่งเอ้ย ฟังภาษาคน
ไม่รู้เรื่องหรือยังไง นึกจะมาก็มา ไม่นัดล่วงหน้า
คิดว่าที่นี่เป็นอะไรวะ กลับไปซะ เธอกับฉันมันจบ
ไปตั้งนานแล้ว ฉันไม่ชอบคบผู้หญิงที่เคยขึ้นเตียง
เป็นเพื่อน กลับไป แล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก”
ความเกรี้ยวกราดของการินทร์ก็ไม่ต่างอะไรกับ
ลูกชายของเขา ระวีรีบเดินออกจากบ้านไปด้วย
ความหงุดหงิดใจ การินทร์สูดหายใจเข้าลึกสุด
ก่อนจะโทรหาผู้ช่วย “ฉันอยากสละตำแหน่งและ
ขายหุ้นทั้งหมดที่มี ฝากช่วยจัดการให้ฉันด้วย”
“ห๊ะ อะไรนะคะท่านประธาน มันเกิดอะไรขึ้นค่ะ”
ผู้ช่วยสาวเอ่ยถามด้วยความตกใจ
“ช่วยไปจัดการ ตามที่ฉันสั่งให้ทีนะ”
“ถ้าท่านประธานทำแบบนั้น หุ้นบริษัทต้องตกฮวบ
แน่นอนเลยค่ะ ช่วยคิดอีกทีได้ไหมค่ะ”
“ไปจัดการตามนั้น ยังไงลูกชายของฉันมันก็ไม่มา
รับช่วงต่ออีกแล้ว ฉันทำทุกอย่างพังหมดแล้ว”
สายเรียกเข้า..ประวิทย์
“ว่าไง ประวิทย์”
“มันเกิดอะไรขึ้นวะ อยู่ๆจะลงจากตำแหน่งไม่พอ
มึงยังจะขายหุ้นทิ้งอีก”
“มึงก็ซื้อไปและบริหารต่อกับลูกสาวของมึงสิ
กูเหนื่อยและอยากพัก กายมันก็ไม่ช่วยกูแล้ว”
“พ่อลูกมันจะตัดกันขาดได้ยังไง มึงคิดมากไป”
“เพราะคิดน้อยไปไง มันเลยพังแบบนี้ เอาเป็นว่า
ถ้ามึงไม่ซื้อ กูก็จะไปขายให้คนอื่นอยู่ดี”
พอคุยสายกับเพื่อนเสร็จ การินทร์ก็ออกไปที่
ร้านอาหาร “สวัสดีค่ะ คุณลุง” ข้าวหอมเอ่ยทักทาย
“หนูวากับกายเข้ามาที่ร้านบ้างไหม”
“น่าจะมาพรุ่งนี้ค่ะ เห็นว่าวันนี้พากันไปดูพื้นที่ร้าน
ที่จะเปิดสาขา2 ที่ประจวบค่ะ” การินทร์พยักหน้า
>>เวลา 10.00 น. ในวันถัดมา การินทร์มาดักรอ
กายกับทิวาที่ร้าน ทั้งคู่เห็นก็ตกใจ “พ่อ!/คุณลุง”
“กาย หนูวา พ่อขอคุยด้วยหน่อย” การินทร์เดิน
นำทั้งคู่ไปโซนด้านหลัง แล้วทั้ง 3 คนก็นั่งลง
“คุณภาอยู่ที่ไหน” การินทร์เอ่ยถามขึ้นอย่าง
ตรงจุด กายหันมองหน้าของทิวา “พ่อจะอยากรู้
ไปทำไม ในเมื่อพ่อไม่ใช่คนในครอบครัวเรา”
“พ่อกับคุณภากำลังเข้าใจกันผิดและพ่อผิดเอง
ที่วันนั้นเลือกที่จะเงียบ ขอพ่อได้อธิบายให้คุณภา
ฟังก่อนได้ไหม แกไม่คิดจะช่วยพ่อบ้างหรือไง
หนูวาช่วยลุงหน่อยเถอะนะ”
“พ่อหยุดเลย ไม่ต้องไปทำให้วาลำบากใจ พ่อก็รู้
ว่าวาเป็นคนขี้สงสาร ใจอ่อน งั้นผมขอโทรถาม
คุณแม่ก่อน ว่ายังอยากจะฟังคำพูดของพ่ออีก
หรือเปล่า” กายเดินออกจากโต๊ะไป เพื่อกดโทร
หาทิภา พอคุยสายกับทิภาเสร็จ เขาก็เดินกลับมา
“ตกลง คุณภาว่ายังไงบ้าง”
“รอ 20 นาทีครับ เดี๋ยวคุณแม่มา ถ้าไม่มีอะไรแล้ว
ผมกับวาขอตัวก่อน มีงานต้องไปทำอีกเยอะ”
“เดี๋ยวนะ!!! เมื่อกี๊แกเรียกคุณภาว่าอะไรนะ”
“ก็เรียกคุณแม่ไง” การินทร์พ่นขำขึ้นในลำคอ
“แกนี่มันเปลี่ยนสีไวกว่ากิ้งก่าอีกนะ ไอ้กาย”
“ตอนนี้ผมเป็นลูกเขยเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่ลูกเลี้ยง
ของอดีตสามีอย่างพ่อสักหน่อย”
“อดง อดีต อะไร ฉันไม่เลิก ไม่หย่าเด็ดขาด”
“นั่งแก่ๆตรงนี้รอไปก่อนแล้วกัน ผมกับวาจะเข้า
ไปเช็คสต๊อกของในครัว เอ๊ะ! ว่าแต่พ่อไม่เข้า
บริษัทหรือไง เวลานี้ เดี๋ยวหุ้นก็ตกฮวบหรอก”
“ช่างแม่งหุ้นมันสิวะ ฉันขอสละจากตำแหน่งล่ะ
ใครอยากมาบริหารก็ให้มันมาทำ”
“โถ่ว!! อะไรไปดลใจน๊า คุณการินทร์ถึงยอมทิ้ง
อนาคตอันยิ่งใหญ่ไปได้เนี้ย ผมเห็นพ่อรักนัก
รักหนาไม่ใช่หรอ บริษัทนี้” ทิวาดึงแขนของกาย
ให้หยุดพูด “พี่กาย! นั่นพ่อของพี่นะคะ ทำไมพูด
กับท่านแรงจัง แค่นี้คุณลุงก็คงทุกข์ใจพอแล้วค่ะ”
“จ้า แม่นางฟ้าตัวน้อยของพี่ พี่เห็นแก่วาหรอกนะ
พ่อพี่หนังหนาหน้าทนจะตาย คำพูดแค่นี้ทำอะไร
พ่อพี่ไม่ได้หรอกน่า อย่าไปสงสารเลย”
“เห้อ!! เวรกรรมอะไรของหนูวากันนะ มาเจอผู้ชาย
ปากหมาหน้าเหม็นอย่างไอ้กายได้”
“หมาในปากของผมมันเลือกคุยกับคนน่า พ่ออย่า
เป็นห่วงเลยกับวามันเป็นแค่หมาชิวาว่า แง่มๆๆ”
ทิวาหัวเราะขึ้นกับท่าทางของกายที่ทำปากงับๆ
ลับฝีปากกับพ่อเสร็จ กายก็จุงมือทิวาเข้าไปเช็ค
สต๊อกสิ้นเดือน ก่อนที่ร้านจะเปิด ส่วนการินทร์ก็
เดินตามพวกเด็กๆเข้าไปดูขั้นตอนการทำงาน
ระหว่างที่รอทิภา “พ่อจะตามมาทำไม แก่แล้ว
ก็ไปหาที่นั่งรอข้างนอกเถอะ” สองพ่อลูกมองตากัน
“ขอมาดูขั้นตอนทำงานบ้างไม่ได้หรือยังไง”
“ไม่ได้ มายืนดูก็ต้องมาช่วยทำงาน ก่อนอื่นพ่อไป
ใส่หมวกคลุมผมกับถุงมือก่อนเลย แล้วเอาใบนี้
ไปเช็คผักให้ผมหน่อย ผมจะสั่งของ”
การินทร์แอบยิ้ม แม้ลูกชายจะไม่เคยมาสนใจงาน
ที่บริษัทเลย ยังดูไม่เป็นผู้ใหญ่ในสายตาของใคร
หลายคน แต่ก็ใช่ว่า..เขาจะทำงานไม่เป็น เขากลับ
บริหารจัดการร้านอาหารได้เป็นอย่างดีและยังมี
คำพูดที่ใช้กับลูกน้องในร้านที่ต่างออกไป..
ทิภาเดินเข้ามาในร้านก็ไม่เห็นการินทร์ผู้มีมาดนิ่ง
ของผู้บริหารนั่งอยู่บริเวณนั้น จึงเปิดเข้ามาในครัว
เพื่อจะสอบถามกาย เพราะเธอคิดว่าการินทร์คง
รอไม่ไหวและกลับไปแล้ว “กาย คุณการินทร์กลับ
ไปแล้วใช่ไหม แม่ไม่เห็นอยู่ที่โต๊ะเลย”
กายกับทิวาหันไปมองที่ตู้แช่ผัก ภาพที่ทิภาเห็น
การินทร์กำลังมุดเข้ามุดออกอยู่ในตู้แช่เพื่อเช็ค
สต๊อกผัก “อ่าว คุณภามาแล้วหรอ รอผมสักครู่นะ
เหลืออีก 5 รายการ จะเสร็จแล้ว” เสียงเอ่ยบอก
จากในตู้แช่ดังออกมา ทิภาส่ายหน้าไม่อยากจะ
เชื่อในสิ่งที่เห็น ก่อนจะเดินเข้ามาช่วยเช็คสต๊อก