10. ผู้หญิงคนนั้นล้อเขาเล่น

1656 Words
“เสพสมดั่งใจดีไหมล่ะ? คุณหัวหน้า” เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้าห้องทำงานของเธอมา หรัญญ์แค่โค้งศีรษะลงเล็กน้อยให้กับหญิงสาวที่ยืนหันหน้าออกมองวิวเมืองผ่านกำแพงกระจก แต่เขาไม่ได้ตอบคำถามแนบแนมของเธอแต่อย่างใด ใบหน้าของหรัญญ์ยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ก่อนจะปรายสายตามองเพื่อนๆของเขาที่ก้มหน้านิ่งทำสีหน้าเคร่งเครียดกันเป็นแถว “คุณผู้หญิงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องและถามเข้าประเด็นทันที ที่เธอเรียกเขามาทั้ง ๆที่ไล่เขาออกไปพักแล้ว แต่ก็อย่างว่า...เอาแน่เอานอนกับเธอไม่ได้หรอกมันอาจจะไม่ได้มีเรื่องอะไรก็ได้... “ฮึ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ? แฟนนายงั้นสิ? ถึงใจดีไหมล่ะบอกให้ฉันรู้หน่อยสิ” ศราพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองเขา ใบหน้าสวยแสยะยิ้มจ้องมองเขาไม่วางตา สองเท้าเรียวที่ใส่ส้นสูงสีดำมันวาวเดินปราดเข้าไปหาเขาเชิดหน้าขึ้นรอคำตอบ “ผมไม่ตอบเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานครับ” หลุบสายตาคมจ้องมองหญิงสาวที่เชิดหน้ามองเขาพร้อมกับตอบเสียงเรียบ “เธอเป็นใครล่ะ? ตอบฉันมาสิ” เธอยังคงไม่ฟังคำตอบแรกของเขา ยังคงดึงดันที่จะถามต่อให้ได้คำตอบตามที่ใจต้องการ หรัญญ์ยังคงเลือกที่จะเงียบไม่พูดอะไรต่อเพราะเขาได้ตอบเธอไปแล้ว “ไม่ตอบสินะ...ไม่เป็นไร ฉันสืบเองได้ไม่ยาก เงินน่ะทำได้หลายอย่างทั้งดีและเลว” ศราพูดพลางแสยะยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า หรัญญ์ขบกรามแน่นกับคำพูดของเธอ...คับคล้ายจะดูถูกเขาก็ไม่เชิง อาจจะเป็นเพราะเธอไม่รู้ว่าเงินไม่ใช่ปัญหาของเขา งานที่เขาทำ...เพราะเขาชอบที่จะปกป้องคนอื่นก็เท่านั้น สองสายตาจ้องมองประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร นัยน์ดวงตาคมเข้มแววตาเปลี่ยนไปไม่หลบสายตาของเธอหมือนเช่นเคย แม้ว่าสีหน้าของเขาจะเรียบนิ่งก็ตามที “...เธอไม่ใช่แฟนของผมครับ...ผมยังไม่มีแฟน” กัดฟันตอบคำถามของเธออย่างจำยอม เขาแค่ไม่อยากให้ศราเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับอิงฟ้าเพราะเขาเป็นต้นเหตุ เขาไม่ชอบให้คนรอบข้างของเขาเดือดร้อนนั่นคือประเด็น และอีกอย่างอิงฟ้าก็ไม่ใช่แฟนของเขา “เมียงั้นสิถ้าไม่ใช่แฟน” ศราพูดออกมาพลางยกยิ้มอย่างพอใจที่เขายอมตอบออกมา แม้เขาจะไม่ได้อยากจะตอบก็ตาม แต่ก็ถือว่าเขาไม่ได้ขัดใจเธอ “ไม่ใช่เมีย...แค่...” หรัญญ์เงียบลงหลบเลี่ยงสายตาไปทางอื่น จะพูดออกไปก็ยังไงอยู่...เหมือนเขาไม่ให้เกียรติผู้หญิง แค่นี้ก็ดูไม่ให้เกียรติแล้ว...แต่มันก็เป็นเรื่องจริงสำหรับสถานะของอิงฟ้าและเขา “แค่อะไร?” ศราก็ยังคงจี้ถามเขา เธอเอามือไขว้หลังวางท่าพร้อมเอียงหน้าไปทางสายตาคมที่หลบเลี่ยงไปอีกทาง หรัญญ์ดึงสายตามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา “คุณผู้หญิงก็น่าจะรู้นะครับ คงไม่ต้องให้ผมแจงรายละเอียด” เขากล่าว “ฮึ! ผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมดสินะ” เธอพูดแค่นั้นก็หันหลังให้เขา ยืนกอดอกหันมองออกไปยังวิวเมืองดังเดิม หรัญญ์มองแผ่นหลังของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเอาลิ้นดุนข้างแก้มอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ยังคงเก็บสีหน้าดุดันของตนเอาไว้แล้วหันไปถามเธออีกครั้ง “ว่าแต่...คุณผู้หญิงมีเรื่องอะไรหรือครับ?” “ไปสืบเรื่องผู้ชายคนนั้นมาให้ฉัน” เธอพูดตอบโดยไม่หันไปมองเขา “ผู้ชายคนนั้น?” “ฉลาดแต่เรื่องผู้หญิงหรือไง?” พูดพร้อมหันกลับมาแสยะยิ้มส่งให้เขาอย่างเย้ยหยัน ในความคิดของศราผู้ชายก็คิดแต่เรื่องบนเตียงไม่คิดเรื่องอื่นบ้างเลย...มันเป็นความคิดเห็นอคติที่เธอมีมาตั้งแต่อดีตอย่างที่เธอเคยเจอแต่พวกผู้ชายแบบนั้น แต่ไม่มองโลกในความเป็นจริงว่าผู้ชายไม่ได้เลวทุกคน “.......” “ผู้ชายที่มาเรียกร้องทุกวัน...ว่าเป็นพ่อของฉัน” เธอเอ่ยเสียงเรียบสีหน้าที่แสยะยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นชา แววตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อพูดถึงชายวัยกลางคนคนนั้น หรัญญ์สังเกตสีหน้าของเธอก็ถึงขมวดคิ้วจนเธอเลี่ยงสายตาไปทางอื่น ในเมื่อเธอบอกว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พ่อแล้วจะสนใจทำไม... “มองแบบนี้หมายความว่าไง?” ขนตาเป็นแพงอนงามสะบัดขึ้นสายตามองหรัญญ์ที่มองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างหวาดระแวง หรัญญ์จึงหลุบสายตาลงเลี่ยงสายตาของเธอ “เปล่าครับ...ผมจะรีบจัดการให้” “ดี... อย่าคิดที่จะตั้งคำถามกับฉัน” ไม่ยุติธรรมเลย เธอสามารถถามเขาได้แต่เขากลับถามอะไรเธอไม่ได้ หรัญญ์มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจ้ำอ้าวไปยังโต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง คว้ากระเป๋าแบรนด์หรูขึ้นแล้วเดินผ่านเขาพร้อมพูดขึ้น “วันนี้ฉันจะกลับเร็ว” “ครับ” เขาตอบก่อนที่เธอจะเดินนำเขาไป หรัญญ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามเธอออกไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว อีกใจก็นึกสงสารที่เธอเป็นแบบนี้... “งามหน้าไหมล่ะมึง คุณผู้หญิงเปิดสปีคเกอร์โฟนดังลั่นห้องเลย” นายน์เดินเข้ามาตบบ่าหรัญญ์ก่อนที่คนอื่นๆจะเดินตามเข้ามารายล้อมเขา “แล้วมีใครอยู่ในห้องบ้าง?” หรัญญ์เอ่ยถามพลางขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เธอจงใจทำให้เขาขายหน้าอย่างนั้นสินะ แต่หารู้ไม่ว่าเขาเพื่อนๆไม่มีอะไรปิดบังกันอยู่แล้ว “ดีที่มีแต่พวกกู” ธามเอ่ย “กูละเชื่อเลยว่ามึงจะไปหา...” เชนเอ่ยพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เพื่อนของตนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเรวินตีไหล่เพื่อไม่ให้หลุดพูดชื่อออกมา “อย่าพูดเชียวนะมึง หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง” เรวินเอ่ย “กูว่ารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่จะวีนอีก” นายน์พูดพลางเดินนำคนอื่นๆไป “รับมือไม่ง่ายเลยนะคุณผู้หญิงคนนี้” เชนเอ่ยพลางส่ายหน้าเดินตามนายน์ไปทันที ก่อนที่คนอื่นๆจะเดินตามไปเช่นกัน หรัญญ์ถอนหายใจหันกลับเดินตามเพื่อนของเขาไป หากเขาไปช้าก็คงไม่วายโดนเธอเล่นงานอีกแน่ คนอื่นๆนั่งรถอีกคัน ในรถของศราจะมีเพียงหรัญญ์ที่เป็นคนขับรถให้เท่านั้น ถึงเธอจะจ้องเล่นงานเขาเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้นอกจากเขา อาจจะเป็นเพราะคำว่าหัวหน้าทีมค้ำคอเธอจึงเลือกที่จะไว้ใจเขามากกว่าคนอื่นๆ ถึงจะไม่ได้ไว้ใจมากเท่าไหร่ก็ตาม ศราจะไว้ใจแค่ตัวเองและป้าเพ็ญเท่านั้น บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทได้ยินเพียงเสียงของไฟเลี้ยวเป็นระยะๆ แม้แต่เสียงเครื่องยนต์ของรถคันหรูอย่างเบนซ์ลีย์ก็ไม่มีให้ได้ยิน จนทำให้บรรกาศระหว่างคนทั้งคู่ดูน่าอึดอัด ศราที่นั่งกอดอกอยู่เบาะหลังก็หันออกไปมองวิวนอกรถ หรัญญ์มองเธอผ่านกระจกเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปจนมาถึงบ้านหลังใหญ่ เรียกว่าคฤหาสน์ก็ไม่ผิด ทันทีที่จอดรถเขาก็ยังคงทำหน้าที่เหมือนเช่นเคย ลงจากรถแล้วเปิดประตูให้ศราที่นั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง เธอก้าวเรียวขาสวยลงจากรถโดยไม่ใส่ใจกระโปรงสั้นที่เลิกขึ้นเลย หรัญญ์ก็ยังให้เกียรติเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนเช่นเคย ศราเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้ม...เธอพึ่งสังเกตเขาจริงๆจังๆก็วันนี้.. “คุณผู้หญิง..?” หรัญญ์ถึงกับต้องหันกลับมามองผู้เป็นเจ้านายทันทีพร้อมหัวคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย สีหน้าแววตาของเขาแสดงความไม่เข้าใจในการกระทำของเธอในตอนนี้ เรียวขาสวยยกขึ้นเขี่ยท่อนขาแกร่งของเขาไปมา เอนตัวค้ำยันเบาะที่ตัวเองนั่งอยู่เอาไว้เชิดหน้าสวยขึ้นช้อนสายตามองเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนที่ปลายรองเท้าสีดำมันวาวของเธอจะเลื่อนขึ้นไปถึงจุดหวงแหน มือหนาของเขาก็คว้าจับข้อเท้าของเธอเอาไว้ สายตาคมจ้องมองเธอ ศรายังคงยกยิ้มอย่างพอใจ “ถึงบ้านแล้วครับคุณผู้หญิง...ข้อเท้าของคุณแดงหมดแล้ว คงต้องพักใส่ส้นสูงสักหน่อยนะครับ” “ฮึ!” หรัญญ์เอ่ยพลางค่อยๆย่อตัวนั่งยองลง ก่อนจะก้มหน้าปลดรองเท้าให้เธอโดยไม่เงยหน้าขึ้น ศรามองตามการกระทำของเขาด้วยสีหน้าหงุดหงิด รอยยิ้มในตอนแรกค้างจนกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูอารมณ์เสีย...เธอเล่นกับเขาไม่สำเร็จ... หรัญญ์ถอดรองเท้าส้นสูงของเธอทั้งสองข้างพร้อมกับหิ้วมันไว้ เบือนหน้าลุกขึ้นเลี่ยงที่จะเห็นกระโปรงสั้นที่เลิกขึ้นก่อนจะหันไปมองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เชิญเข้าบ้านครับ” “นายถอดรองเท้าฉันแล้วฉันจะเดินยังไง” เธอยังคงเชิดหน้าเอ่ยถามเขาอีกครั้ง “...ถ้าอย่างนั้นรอผมตรงนี้สักครู่ เดี๋ยวผมไปเอาสลิปเปอร์....” “อุ้มฉันสิ หรัญญ์...” “........” “อุ้มฉันขึ้นห้อง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD