เพี๊ยะ!!!
“อย่ามาแส่อยากรู้เรื่องของฉัน!! หน้าที่ของนายก็แค่คอยดูแลปกป้องฉัน!! และฟังคำสั่งของฉันเท่านั้น!!”
เธอเดินเข้าไปวาดมือขึ้นสูงแล้วฟาดลงที่ใบหน้าของคนตัวสูงกว่าเต็มแรงจนเขาหน้าหัน หรัญญ์ใช้ลิ้นดุนแก้มข้างที่โดนตบ ก่อนจะหันกับมาทำหน้าเรียบนิ่งข่มใจก้มโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ เขาโดนเธอตบมานับครั้งไม่ถ้วน...ทั้งมีเหตุผลทั้งไร้เหตุผลเพราะเธอคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่ได้
“...ครับ...คุณผู้หญิง”
ยอมตอบรับแต่โดยดีอย่างสงบนิ่ง ศราเห็นอย่างยิ้มก็ยิ้มเยาะและยังคงจ้องมองเขาไม่ละสายตา หรัญญ์ได้แค่เหลือบมองใบหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนหลุบตาลงเลี่ยงสายตาของเธอเพราะไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้
คนอย่างเขาไม่เคยยอมใคร แต่ก็ต้องมายอมผู้หญิงตัวเล็กๆที่ขึ้นชื่อว่าผู้จ้างวานอย่างว่าง่าย ที่ผ่านมาเขาเคยเจอแต่ผู้จ้างวานเอาแต่ใจเพราะอยากจะเข้าหาเขา แต่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่จ้างงานคนไหนดุเดือดเลือดเย็นอย่างเธอคนนี้มาก่อน...
ไม่ใช่ว่าเขาห่วงเงิน แต่เขาห่วงหน้าที่...มันคือประวัติการทำงานของเขาที่ต้องรักษาความเชื่อมั่นเอาไว้ มันจะมีผลต่องานในอนาคตหลังจากสามปีที่จบสัญญา...และไม่อยากให้คนในทีมต้องมาเดือดร้อนด้วย
“ดี! เข้าใจได้ก็ดี!” เธอพูดก่อนจะเดินกลับเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมพลางพ่นลมหายใจระบายความหัวเสีย
หรัญญ์เองก็ยังคงต้องยืนอยู่ที่เดิมอย่างนั้นจนกว่าเธอจะกลับบ้าน บางวันเธอก็กลับดึกและจะเป็นส่วนมากที่เธอกลับดึกๆดื่นๆทุกวัน เขายอมรับในการทำงานหนักของเธอว่าเธอมีความอดทนมากกับการที่นั่งทำงานจริงจังอยู่ที่เดิมเป็นเวลาสิบกว่าชั่วโมงโดยไม่ลุกไปไหนนอกจากเข้าห้องน้ำเพียงครู่เดียวเท่านั้น
“ไอ้หรัญญ์โดนอีกแล้ว” นายน์หันไปกระซิบเชนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เชนหันไปทำท่าว่าให้เขาเงียบๆก่อนจะตอบเพื่อนของตน
“มันก็โดนประจำ มึงก็รู้ว่าคุณผู้หญิงเธอ....”
“หุบปากบ้างได้ไหม!!” เธอแผดเสียงขึ้นอีกครั้งพลางจ้องมองนายน์กับเชนด้วยสีหน้าไม่พอใจ ทั้งสองถึงกับเงียบลงแทบจะทันทีพลางก้มหน้าหลบเลี่ยงสายตาของเธอ
“ฉันไม่มีสมาธิทำงานเพราะพวกนายมัวแต่นินทาฉันเสียงดัง! บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าให้ยืนห่างๆกัน!”
ไม่วายยังเห็นไปเอ็ดพวกเขาแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ คนอื่นอาจจะมองดูว่าเธอจู้จี้จุกจิกกับแค่การยืนรวมกลุ่มกันแต่สำหรับหรัญญ์เขารู้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไรเธอถึงไม่ชอบให้พวกเขาจับกลุ่มกันแบบนั้น...ถ้าหากพวกเขาจับกลุ่มกันให้เธอเห็นเธอคงสติแตกแน่ๆ
หรัญญ์หันไปพยักเพยิดใบหน้าให้นายน์และเชนออกไปนอกห้องทำงานของศรา เธอหันไปมองหรัญญ์ด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่องหลังจากที่เห็นบอดี้การ์ดสองคนเมื่อครู่ที่โดนเธอดุออกจากห้องไป พร้อมกับหันเก้าอี้ไปทางหรัญญ์ที่ยืนอยู่ข้างๆโต๊ะทำงาน เธอเชิดใบหน้าสวยขึ้นแล้วขมวดคิ้ว
“ฉันสั่งให้พวกนั้นออกไปหรือยัง?”
“เปล่าครับ...”
“แล้วใครมันสั่ง?”
“ผมเองครับ...”
“นายเป็นใครถึงกล้ามาออกคำสั่งแทนฉัน?”
“ผมเป็นหัวหน้าของพวกเขา...อีกอย่างในสัญญาว่าจ้างมีเวลาพักครับ” หรัญญ์ยังคงตอบเสียงเรียบนิ่ง เหลือบสายตามองเธอแต่ไม่ได้จ้องมองนานนัก
ทุกการกระทำของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายมีผลกระทบกับจิตใจของเธอ หากทำผิดพลาดก็อาจจะทำให้เธอสติหลุด...แต่นั่นมันก็แล้วแต่อารมณ์ของเธออีกอยู่ดี อารมณ์ไม่เคยคงที่คุ้มดีคุ้มร้าย...บทจะดีก็ดีใจหายบทจะร้ายไม่ว่าใครหน้าไหนก็เอาไม่อยู่...
“อย่างนั้นสินะ...แล้วทำไมนายไม่ไปพักด้วยเลยล่ะ?” เธอเอ่ยพลางจ้องหน้าเขาเขม็งแสยะริมฝีปากขึ้นบ่งบอกถึงอาการของคนที่โดนขัดใจ
“ผมต้องอยู่ดูแลคุณผู้หญิงก่อนครับ...”
“ไปพักสิ”
“.......”
“นายจะขัดคำสั่งของฉันอีกหรือไง? จะหาข้ออ้างอะไรอีก?” ศราพูดพลางเลิกคิ้วขึ้น มุมปากยกแหลมแสยะยิ้มมองคนตรงหน้า...อารมณ์ของเธอเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
หรัญญ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวย แววตาของเธอเขาเดาทางไม่ออกเลยจริงๆว่าจะมาไม้ไหน เมื่อครู่ยังเหวี่ยงวีนอยู่เลย...ตอนนี้เธอทำเหมือนกับว่ากำลังเล่นสนุก
“ไม่ครับ...ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตพักในห้องนี้ก็แล้วกัน” เขาเอ่ยขึ้น หวังจะเลี่ยงการถูกร้องเรียนทีหลัง ต่อให้เขาบอกเธอว่ามันต้องสับเปลี่ยนเวลาพักกันเธอคงไม่ฟัง เพราะตอนนี้เธอจดจ่ออยู่แต่คำว่าในสัญญาว่าจ้างมีช่วงเวลาให้พัก...เพียงประโยคเดียวที่เขาพูดก็เท่านั้น
“ถ้าฉันไม่อนุญาตล่ะ?”
“ขอโทษด้วยครับ...แต่เรื่องงานของบอดี้การ์ผมมีหน้าที่ที่ต้องจัดการเรื่องนี้เอง...”
“นั่นสินะ นายเป็นหัวหน้านี่...หรือว่านายต้องการจัดตารางงานเพื่อที่จะได้มีโอกาสอยู่กับฉันสองต่อสองกันนะ...”
ศราค่อยๆหยัดตัวลุกจากเก้าอี้อีกครั้ง เดินนวยนาดเข้าไปหาหัวหน้าบอดี้การ์ดที่เธอจ้างงานมา เอื้อมมือเล็กไปยังลำคอหนา กรีดกรายปลายเล็บที่ทาสีดำสนิทกรีทเตอร์ทองไล่ลงไปที่แผงอกกำยำของเขา กรีดไล้ปลายเล็บไปตามทางเนคไทด์ เธอเชิดหน้าช้อนมามองเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก
หรัญญ์จ้องมองใบหน้าเธอพลางขบกรามแน่น เขายังคงยืนนิ่งเป็นหุ่นให้เธอเล่นโดยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ แม้ว่าเธอจะเลื่อนใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นมองเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่ปลายคางของเขาก็ตามที เขาทำได้เพียงหลุบสายตามองเธอก็เท่านั้น... เธอคงคิดระแวงเขาถึงได้พูดออกมาแบบนั้น...
“หรัญญ์ นายต้องการอะไรกันแน่...” เธอเอ่ยถามพลางหยอกล้อเขาเล่นด้วยการเลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหู มือเล็กจับกำเนคไทป์ของเขาดึงเอาไว้ บังคับให้เขาโน้มตัวลงใกล้ใบหน้าของเธอ
“.......”
“ว่าไงล่ะ? นายต้องการอะไรบอกฉันมาตรงๆเลยสิ” หันหน้าไปกระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางสีชมพูเรื่ออยู่ใกล้ข้างแก้มเพียงลมหายใจ
“...ไม่มีอะไรที่ผมต้องการครับ คุณผู้หญิง” เขาตอบเสียงเรียบ
“ฮึ!” ศราได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะผ่านลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะผละตัวออกแล้วผลักเขาให้ออกห่างจากตัวเธอ ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งบนโต๊ะทำงานของตัวเอง
เอนตัวเอามือค้ำยันที่โต๊ะเพียงเล็กน้อย สายตาจ้องมองเขาไม่ละสายตา ขาเรียวสับไขว่ห้างจนกระโปรงทรงเอสั้นรัดรูปที่เธอชอบใส่เลิกขึ้น ยังคงจ้องมองใบหน้าหล่อคมสันของเขาอย่างชอบใจที่เขาเบือนหน้าหนี
“มั่นใจเหรอ? อย่ามาเสียดายทีหลังนะ...” เธอเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ผิดจากเมื่อครู่ที่ดูเกรี้ยวกราดจนเขาต้องบอกให้ลูกน้องออกจากห้องไป ราวกับว่าเขาดำลังกลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่เธอชื่นชอบ บางเวลาเขาก็เหมือนกับกระสอบทรายที่เธอเอาไว้ระบายอารมณ์ ศรากำลังสร้างกำแพงกับตัวเองเพื่อบอกว่าตัวเองไม่ได้กลัวเรื่องแบบนั้นอีกต่อไป...
“ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดายครับ”
“นายจะบอกว่าคนอย่างฉันไม่มีค่าให้เสียดายงั้นสิ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ...คุณผู้หญิงน่าจะรู้กฎของพวกผมดี” เขาพูดพร้อมปรายสายตามองใบหน้าเธอ
“ฮึๆ ฮ่าๆๆ” เธอพอใจกับคำตอบของเขาที่ดูจะรู้ทันเธอ ราวกับว่าเขารู้ใจเธออย่างไรอย่างนั้น แต่ในน้ำเสียงหัวเราะนั้นก็มีความรู้สึกหงุดหงิดปะปนอยู่ไม่น้อยที่มีคนอื่นบังอาจมาอ่านใจเธอออกแบบนี้
“ยิ่งผมเป็นหัวหน้า คุณยิ่งเพ่งเล็งผมเป็นพิเศษ...หากผมทำผิดกฎขึ้นมาพวกผมก็ต้องจ่ายคืนคุณสิบเท่า อีกทั้งยังเสียประวัติการทำงานที่ล่วงเกินคนที่ตัวเองคุ้มกัน”
“ฮึ!” ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมุมปาก แต่แววตากลับดูดุดันเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด ที่เขารู้ถึงสิ่งที่เธออยากเล่น
“ผมรู้ว่าคุณผู้หญิงไม่ต้องการเงินจากพวกผม แต่ผมไม่เข้าใจว่าคุณผู้หญิงทำแบบนี้ไปทำไม...”
หรัญญ์พูดพลางหันมาจ้องมองเธอด้วยแววตาเรียบนิ่งอย่างใจเย็น คิ้มเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยราวกับต้องการเค้นคำตอบจากหญิงสาวผู้ว่าจ้างตรงหน้า เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะหงุดหงิดแล้วเหมือนกันที่โดนหยอกล้อเล่นแบบนี้
“ออกไป”
อยู่ ๆเธอก็เอ่ยไล่เสียงเรียบ ใบหน้าที่ยกยิ้มในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา อารมณ์ของเธอไม่ว่าจะทำงานมาด้วยกันหนึ่งเดือนแต่เขาก็ยังคงตามไม่ทันอยู่ดี หากเธอไม่ใช่ผู้ว่าจ้างเขาไม่ปล่อยเธอเอาไว้เป็นหมาหยอกไก่แบบนี้แน่ คงจะสั่งสอนให้รู้บ้างว่าหากกลัวที่จะโดนแบบนั้นก็ไม่ควรทำตัวแบบนี้เพื่อสร้างกำแพงสะกดจิตตัวเอง เพราะมันมีแต่ยิ่งแย่...