04 ข้าคือชาวสวนก็ต้องทำสวน

1838 Words
04 ข้าคือชาวสวนก็ต้องทำสวน หลังจากเรื่องที่ว่าที่คู่หมั้นของอู๋หนิงเทียนได้จบลงไปแต่มารดาของนางไม่ได้จบเรื่องที่จะแต่งงานให้กับนางเพราะอู๋ซูเม่ยรู้สึกเป็นห่วงบุตรสาวเพราะอยากให้นางเป็นฝั่งเป็นฝาเนื่องจากอู๋ซูเม่ยเห็นนางไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกต่อไปจึงอยากให้มีคนดูแลนาง “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าไม่ต้องแต่งงานแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของมารดายิ้ม ๆ “ไม่!!! เจ้ายังคงต้องแต่งงานเหมือนเดิมเพียงแต่ครั้งนี้แม่จะยอมให้เจ้าได้เลือกสามีด้วยตัวของเจ้าเองก็เท่านั้นแต่แม่ให้เวลาเจ้าสองเดือนเท่านั้น หรือไม่เจ้าก็ต้องพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าเจ้าร่างกายแข็งแรงแข็งแกร่งพอที่จะไม่ต้องพึ่งพาใครในตอนนี้” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของบุตรสาว “ทำไมเป็นอย่างนั้นเจ้าคะ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยถามมารดาถึงเหตุผลเพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาถึงอยากให้นางแต่งงานเร็วอย่างนี้ “ก็เพราะแม่ต้องการอย่างนี้เจ้าก็มีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้น ไม่เห็นเข้าใจยาก” “แล้วถ้าข้าทำสวนเก่งเหมือนเดิมข้ายังต้องแต่งงานอยู่หรือไม่” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นถามอีกครั้ง “ก็ต้องแต่งงานเพราะเจ้าก็ต้องมีครอบครัวของเจ้าแต่เพียงแค่แม่ก็จะให้เวลาเจ้าได้เลือกว่าจะแต่งงานตอนไหนก็แค่นั้น แต่ตอนนี้แม่คิดว่าเจ้าคงทำสวนไม่ได้เหมือนเดิมแล้วเพราะร่างกายของเจ้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว” “ข้าเป็นชาวสวนข้าก็ต้องทำสวนให้เก่งอย่างนั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ใช่อย่างที่เจ้าพูด” “ถ้าข้าทำสวนวันนี้ทั้งวันได้ เก็บไข่ไก่ได้ ท่านแม่จะไม่บังคับให้ข้าแต่งงานในเร็ววันใช่หรือไม่เจ้าคะ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของมารดา “ใช่แม่จะไม่บังคับเจ้าแต่งงานจนกว่าเจ้าจะอยากแต่งของเจ้าเองแต่ถ้าเจ้าทำสวนไม่ได้ ทำงานเหมือนเดิมไม่ได้เจ้าก็มีสองทางเลือกคือแต่งงานกับบุรุษที่แม่เลือกให้หรือแต่งงานกับบุรุษที่เจ้าเลือกเอง” “ได้เจ้าค่ะ วันนี้เราไปทำสวนกัน ข้าจะปลูกผักเลี้ยงไก่ด้วยตัวขอข้าเอง” อู๋หนิงเทียนที่ไม่รู้ว่าการทำสวนมันเหนื่อยแค่ไหน นางรับคำท้าของมารดาในขณะเดียวกันพี่ชายของนางก็คิดว่านางคงทำไม่ได้เป็นแน่เพราะเมื่อวานพี่ชายใช้ให้นางจับไก่มาไว้ในเล้าที่หลังบ้านนางก็ทำไม่ได้ ร้องโวยวายเพราะกลัวไก่จิกทั้ง ๆ ที่นางไม่เคยกลัวมาก่อน “พี่ว่าเจ้าทำสวนไม่ไหวเป็นแน่ เทียนเอ๋อร์ เจ้าไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว” “ข้าต้องทำได้พี่จู ข้าเป็นชาวสวน ข้าก็ต้องทำสวนไม่อย่างนั้นข้าก็ต้องแต่งงานแต่ข้ายังไม่อยากแต่งงาน ข้าก็ต้องทำสวนให้ได้ พี่จูต้องเป็นกำลังใจให้ข้านะ” “พี่เป็นกำลังใจให้เจ้าได้อยู่แล้วแต่พี่กลัวเจ้าไม่ไหวแล้วหมดสติไปอย่างวันนั้นอีก” “ไม่เป็นไรแน่วันนี้ ข้าพร้อมทำหน้าที่ของข้าแล้ว เราไปสวนกันเลยดีมั้ยพี่จู” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็เหมือนอยากไปที่สวนผักเต็มที่เพราะนางอยากพิสูจน์ตัวเองว่านางสามารถเป็นชาวสวนได้เหมือนเดิม “ไปก็ไป พี่เองก็อยากมีผู้ช่วยเหมือนกัน” อู๋ลี่จูพูดขึ้นมาพร้อมกับมองน้องสาวที่มองยังไงก็ไม่ใช่น้องสาวคนเดิมของเขาอีกต่อไป ครอบครัวตระกูลอู๋ออกมาที่สวนผักกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่ออู๋หนิงเทียนมาถึงสวนผักนางมองไปที่แปลงผัก นางไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี “หนิงเทียนยืนนิ่งอยู่ทำไม ทำไมไม่ลงไปปลูกผักล่ะ หรืออยากไปเก็บไข่ในเล้าก่อนดี” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของบุตรสาวที่ตอนนี้กำลังสับสนในการเริ่มปลูกผัก “ข้าขอไปเก็บไข่ไก่ก่อนได้หรือไม่” อู๋หนิงเทียนที่คิดว่าการไปเก็บไข่ไก่น่าจะง่ายกว่าปลูกผัก แต่นางก็เคยลองมาแล้วหนึ่งครั้งแต่นางกลัวไก่มาก ๆ แต่วันนี้นางคิดอยากลองอีกสักครั้ง “เจ้าคิดอย่างนั้นก็ไปกันเลยเดี๋ยวแม่ไปด้วย” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเดินนำหน้าบุตรสาวของนางไป เมื่อถึงเล้าไก่อู๋หนิงเทียนก็ช่างใจอยู่สักพักว่าจะเข้าไปเก็บไข่ไก่ดีหรือไม่ “เข้าไปได้แล้วหนิงเทียนรีบเก็บไข่ไก่จะได้รีบไปปลูกผักช่วยพ่อกับลี่จู” อู๋ซูเม่ยที่เห็นอาการของนางก็รู้ว่านางไม่อยากเข้าไปในเล้าไก่จึงเร่งให้นางรีบทำ “ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเข้าไปเก็บไข่ไก่คนเดียวเอง ท่านแม่ยืนรอข้าอยู่ที่นี่ได้เลยเจ้าค่ะ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยจบก็ค่อย ๆ ก้าวขาของนางเดินช้า ๆ เข้าไปในเล้าไก่ “กรี๊ด ๆ ๆ ๆ อย่าเข้ามานะ ข้ากลัวแล้ว ออกไปนะ อย่าเข้ามานะ” ทันทีที่อู๋หนิงเทียนเดินเข้าไปในเล้าไก่ก็มีเสียงดังขึ้นมาในทันที อู๋ซูเม่ยที่ได้ยินเสียงของบุตรสาวก็ได้แต่ส่ายศีรษะ “มีใครเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะท่านป้า” เจิ้งเยว่เล่อ เป็นเพื่อนของอู๋หนิงเทียนและเป็นว่าที่ภรรยาของอู๋ลี่จู ที่มาสวนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงร้องโวยวายนางก็รีบวิ่งเข้ามาถามในทันที “หนิงเทียนเข้าไปเก็บไข่แล้วก็ร้องโวยวาย เจ้าเข้าไปดูเพื่อนของเจ้าให้ป้าเสียที ป้าเองก็ไม่รู้ว่านางเป็นอะไรเพราะตั้งแต่นางหมดสติไปแล้วฟื้นขึ้นมานางก็มีอาการจำอะไรไม่ได้แล้วก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย” “ข้าขอเข้าไปดูหนิงเทียนก่อนนะเจ้าคะ” เจิ้งเยว่เล่อเอ่ยจบก็รีบเข้าไปในเล้าไก่ทันที สภาพที่เห็นก็คืออู๋หนิงเทียนกำลังยืนร้องไห้เพราะกลัวไก่จนไม่กล้าขยับไปไหน “หนิงเทียนเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดยืนร้องไห้อย่างนั้น ออกไปข้างนอกกับข้า เดี๋ยวข้าพาออกไปเอง” เจิ้งเยว่เล่อจับแขนของเพื่อนให้เดินตามตนออกไป หลังจากที่อู๋หนิงเทียนออกมาจากเล้าไก่นางก็เป็นลมไปในทันที “แค่ให้เก็บไข่ไก่ก็เป็นลมไปเสียแล้ว แล้วอย่างนี้เจ้าจะไม่ให้แม่ห่วงเจ้าได้อย่างไรหนิงเทียน” อู๋ซูเม่ยเอ่ยออกมาพร้อมกับให้เจิ้งเยว่เล่อไปหาผ้าชุบหน้ามาเช็ดหน้าให้กับบุตรสาว อู๋ลี่จูพร้อมกับบิดาก็รีบมาหาอู๋หนิงเทียนทันทีเมื่อได้ยินจากเจิ้งเยว่เล่อว่านางเป็นลม “เทียนเอ๋อร์เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง พี่บอกเจ้าแล้วว่าเจ้าทำไม่ได้ เจ้าทำไมไม่เชื่อที่พูด” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะหาสมุนไพรมาให้นางดมเพื่อบรรเทาอาการ อู๋หนิงเทียนตื่นขึ้นมาก็ยังจะดันทุรังไปปลูกผักแต่ทุกคนต่างห้ามเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ให้นางทำ “ข้าจะไปปลูกผัก ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าแค่ตกใจเสียงไก่ร้องก็เท่านั้น” “ไม่พี่ไม่ให้เจ้าไปทำ เจ้ากลับไปนอนที่บ้านได้แล้ว” “พ่อเห็นด้วยกับลี่จู ร่างกายของเจ้าอ่อนแอเกินไปที่จะทำงานอย่างนี้ได้” “แต่ข้า...” อู๋หนิงเทียนกำลังจะเถียงแต่นางก็ได้แค่เอ่ยออกมาสั้น ๆ แค่นั้นเมื่อพี่ชายของนางห้ามเด็ดขาด “ไม่มีแต่ เจ้าต้องทำตามที่พี่บอก” “เยว่เล่อเจ้าพาน้องข้าและท่านแม่กลับบ้านได้หรือไม่” “ได้เจ้าค่ะพี่จู หนิงเทียนเจ้ากลับกับข้าเสียเถิด ข้าเห็นเจ้าในเล้าไก่แล้ว ข้าเองก็คิดเหมือนทุกคนว่าเจ้าทำงานไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว เจ้าเป็นชาวสวนเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” “ถ้าเป็นอย่างนี้ข้าก็ต้องแต่งงานตามที่ตกลงกับท่านแม่ไว้” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเศร้าขึ้นมาอีกครั้ง “ก็ต้องเป็นอย่างนั้นแต่ตอนนี้เจ้าไม่ต้องคิดเรื่องอื่นกลับบ้านไปนอนพักผ่อนก่อนที่เจ้าจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะพานางกลับบ้านพร้อมกับเจิ้งเยว่เล่อไปส่งนางเป็นเพื่อน “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะป่วยขนาดนี้ ข้าเองก็มัวแต่ยุ่งกับงานสวนจนไม่ได้ไปเยี่ยมเจ้าเสียเลย” “ไม่เป็นไร ข้าสบายดีเพียงแต่ข้าทำงานสวนไม่ได้ก็แค่นั้น” อู๋หนิงเทียนอยากพูดว่านางทำไม่เป็นออกมาเสียมากกว่า “แต่ไม่เป็นไร อีกหน่อยข้าแต่งงานกับพี่จู ข้าจะช่วยพี่จูแทนเจ้าเองนะหลิงเทียน” “นี่เจ้าจะแต่งงานกับพี่จูแล้วอย่างนั้นหรือ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ “นี่เจ้าพูดเหมือนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” เจิ้งเยว่เล่อเองก็งง ๆ และสงสัยว่าทำไมนางพูดเหมือนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน “ป้าบอกเจ้าแล้วเยว่เล่อว่าหนิงเทียนจำอะไรไม่ค่อยได้ อาจเป็นเพราะหมดสติไปทำให้ความจำเลอะเลือน” “น่าสงสารเสียจริงหนิงเทียน” “ไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าสบายดีแต่ข้าแค่หลงลืมไปบ้าง” “ไม่บ้างหรอกเจ้าลืมเกือบทุกเรื่องนั่นแหละ” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมายิ่งทำให้อู๋หนิงเทียนได้แต่ถอนหายใจและคิดในใจว่าก็นางไม่ใช่หนิงเทียน นางคือสวีซูเจิน ไม่ใช่สาวชาวสวนแต่เป็นคุณหนูลูกขุนนางที่ร่ำรวยแต่นางก็ได้แต่คิดเพราะถ้าเอ่ยออกมาทุกคนก็คงหาว่านางวิปลาสเป็นแน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD