บทที่ 4 เกมสงครามประสาท

1134 Words
แสงอาทิตย์ยามสายส่องทะลุผ่านกระจกบานสูงของคฤหาสน์หรู ทาบลงบนโต๊ะอาหารหินอ่อนที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต กลิ่นกาแฟคั่วหอมฟุ้งตัดกับกลิ่นอาหารเช้าแบบตะวันตกที่พิมพ์ตั้งใจให้แม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ทุกคนในครอบครัว ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะกลับปกคลุมด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น “พาย วันนี้มีเรียนกี่โมงลูก เห็นหน้าซีดๆ พักผ่อนน้อยหรือเปล่า?” วิทย์เอ่ยถามลูกเลี้ยงด้วยความเอ็นดู ขณะที่เขาวางหนังสือพิมพ์ธุรกิจลง พายชะงักมือที่กำลังตักข้าวต้ม เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาอาทรของพ่อเลี้ยง “มีเรียนเก้าโมงค่ะพ่อวิทย์... เมื่อคืนพายอ่านหนังสือดึกไปหน่อยค่ะ” “อ่านหนังสือ หรือว่าทำอะไรอย่างอื่นดึกกันแน่” เสียงทุ้มเย็นชาของคินดังแทรกขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพาย สวมเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไม่ยี่หระ สายตาคมกริบจ้องมองพายอย่างจาบจ้วงจนคนถูกมองมือสั่น “ตาคิน... ทำไมพูดกับน้องแบบนั้น” พิมพ์เอ่ยปรามเสียงอ่อน เธอพยายามรักษาน้ำใจลูกเลี้ยงมาตลอดห้าปี แต่ดูเหมือนกำแพงในใจคินจะหนาเกินกว่าที่เธอจะปีนข้าม “ผมพูดความจริงครับน้าพิมพ์ พายเขา ‘ขยัน’ จะตาย... ขยันทำเรื่องที่คนอื่นไม่คาดคิด” คินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือด “อ้อ... วันนี้พายไม่ต้องให้คนรถไปส่งนะ เดี๋ยวฉันไปส่ง พอดีมีธุระแถวหน้ามหาวิทยาลัยเธอพอดี” พายเงยหน้าขึ้นอย่างตระหนก “ไม่เป็นไรค่ะพี่คิน พายไปเองได้...” “ฉันไม่ได้ขอร้อง แต่ฉันสั่ง” คินวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดังกริ๊ก จนวิทย์ต้องขมวดคิ้ว “ก็ดีเหมือนกันนะพาย ให้พี่เขาไปส่งเถอะ พ่อจะได้ไม่ต้องห่วง” วิทย์สรุปความโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการส่งลูกแกะเข้าไปในกรงเล็บของหมาป่า ภายในรถสปอร์ตคันหรูที่แล่นทะยานไปบนถนนสายหลัก ความเงียบงันน่าอึดอัดเข้ายึดครองพื้นที่ คินขับรถด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างวางพักไว้ที่หัวเกียร์อย่างสบายอารมณ์ ผิดกับพายที่นั่งตัวลีบติดประตูรถ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง “ทำไม... นั่งรถกับฉันมันจะตายหรือไง? หรือว่ากลัว ‘ผัวเก็บ’ ที่คณะจะมาเห็นเข้า” “พี่คิน! พูดจาให้เกียรติพายบ้าง” เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บ ใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “เกียรติเหรอ?” คินแค่นหัวเราะ เขาเหยียบเบรกกะทันหันจนตัวพายโยนไปข้างหน้า รถจอดสนิทอยู่ที่ไหล่ทางซึ่งค่อนข้างลับตาคน “เธอยังเหลือเกียรติอะไรให้ฉันให้เกียรติอีกพาย? ในเมื่อเมื่อคืนเธอก็ยังครางเรียกชื่อฉันแทบทั้งคืนอยู่เลย” “หยุดพูดเถอะค่ะ... พายขอร้อง” พายยกมือขึ้นปิดหู น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมา “ที่ฉันไปส่งวันนี้ เพราะฉันรู้ว่าไอ้รุ่นพี่นั่นมันมาป้วนเปี้ยนแถวตึกเรียนเธอ” คินโน้มตัวเข้าหา ความกดดันแผ่ซ่านจนพายหายใจไม่ออก “จำใส่หัวไว้นะพาย เธอจะเป็นลูกสาวที่แสนดีของพ่อฉัน หรือจะเป็นนางบำเรอของฉันในห้องนอนก็เรื่องของเธอ แต่ห้าม... ให้ผู้ชายหน้าไหนมาแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด” “พี่คินไม่มีสิทธิ์มาสั่งพายแบบนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” พายรวบรวมความกล้าตอกกลับไป คินตาขวางทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วบีบแน่น “ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ? งั้นมาทบทวนหน่อยไหมว่าเราเป็นอะไรกัน” เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับกระชากร่างบางเข้ามาป้อนจูบอย่างรุนแรง พายพยายามดิ้นรนแต่มือเล็กลีบเท่ากำปั้นนั้นสู้แรงมหาศาลของเขาไม่ได้ จูบของคินเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและการแสดงความเป็นเจ้าของ เขาบดขยี้ริมฝีปากเธอย่างป่าเถื่อนจนได้รสฝาดของเลือด พายรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย ความสับสนระหว่างความเกลียดชังและความปรารถนาตีรวนอยู่ในอกจนเธอเผลอตอบสนองสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว เมื่อคินเห็นว่าเหยื่อเริ่มโอนอ่อน เขาจึงถอนจูบออกช้าๆ ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้าย “นั่นแหละ... รสชาติของคนที่เป็น ‘ของฉัน’ ต่อหน้าคนอื่นเราอาจจะเป็นพี่น้องที่รักกัน แต่จำไว้ว่าเนื้อตัวเธอทุกตารางนิ้วมันเป็นของฉันคนเดียว” คินขับรถมาส่งพายที่หน้าตึกคณะด้วยความเร็วสูง ทันทีที่รถจอด พายก็รีบเปิดประตูลงไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เธอวิ่งตรงไปยังกลุ่มเพื่อนด้วยความรู้สึกอับอายและสับสน “พาย! เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าดูไม่ดีเลย” 'นนท์' รุ่นพี่ประธานสโมสรนักศึกษาที่แอบชอบพายอยู่เดินเข้ามาทักด้วยความอดเป็นห่วงไม่ได้ เขาพยายามจะยื่นมือไปแตะไหล่เธอเพื่อปลอบประโลม พายสะดุ้งสุดตัวและถอยห่างโดยอัตโนมัติ ภาพของคินที่จ้องมองมาจากในรถที่ยังไม่ขับออกไปทำให้เธอตัวสั่น นนท์มองตามสายตาพายไปจนเห็นคินที่ลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง สายตาคมปราบของชายในรถจ้องมองนนท์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ คินเหยียบคันเร่งเสียงดังสนั่นก่อนจะทะยานรถออกไป ทิ้งควันจางๆ และความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง พายทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ‘ความสุขของพ่อแม่... พายต้องรักษาไว้’ เธอท่องประโยคนี้ในใจซ้ำๆ เธอยอมให้คินย่ำยีศักดิ์ศรี ยอมให้เขาใช้ความแค้นมาลงที่ร่างกายเธอ เพียงหวังว่าวันหนึ่งเขาจะใจอ่อนและเลิกจองเวรแม่ของเธอเสียที แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไป คินกลับยิ่งถลำลึกลงไปในวงจรแห่งความเกลียดชัง... และเธอก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างเธอกับเขา ใครกันแน่ที่จะพังทลายลงก่อนกัน ยามเย็นของวันนั้น พายจงใจกลับบ้านค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอคิน แต่เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าบ้าน เธอก็พบว่าคินนิ่งรออยู่ที่ห้องโถงกลางบ้าน พร้อมกับรูปถ่ายในมือ... รูปที่เธอนั่งคุยกับนนท์ที่ใต้อาคารเรียน “นั่งคุยกันหนุงกะหนิง..คงจะมีความสุขมาก” คินกระซิบบอกเธอตอนที่เดินสวนกันเพื่อขึ้นบันได เขาทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะในลำคอที่ทำให้พายรู้ซึ้งว่า คืนนี้... เธอคงไม่รอดพ้นจาก ‘บทลงโทษ’ ที่เขากำลังจะยัดเยียดให้ภายใต้ความมืดที่ไร้ทางออกอีกตามเคย_
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD