แสงอาทิตย์ยามสายส่องทะลุผ่านกระจกบานสูงของคฤหาสน์หรู ทาบลงบนโต๊ะอาหารหินอ่อนที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต กลิ่นกาแฟคั่วหอมฟุ้งตัดกับกลิ่นอาหารเช้าแบบตะวันตกที่พิมพ์ตั้งใจให้แม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ทุกคนในครอบครัว ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะกลับปกคลุมด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น
“พาย วันนี้มีเรียนกี่โมงลูก เห็นหน้าซีดๆ พักผ่อนน้อยหรือเปล่า?”
วิทย์เอ่ยถามลูกเลี้ยงด้วยความเอ็นดู ขณะที่เขาวางหนังสือพิมพ์ธุรกิจลง
พายชะงักมือที่กำลังตักข้าวต้ม เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาอาทรของพ่อเลี้ยง
“มีเรียนเก้าโมงค่ะพ่อวิทย์... เมื่อคืนพายอ่านหนังสือดึกไปหน่อยค่ะ”
“อ่านหนังสือ หรือว่าทำอะไรอย่างอื่นดึกกันแน่”
เสียงทุ้มเย็นชาของคินดังแทรกขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพาย สวมเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไม่ยี่หระ สายตาคมกริบจ้องมองพายอย่างจาบจ้วงจนคนถูกมองมือสั่น
“ตาคิน... ทำไมพูดกับน้องแบบนั้น” พิมพ์เอ่ยปรามเสียงอ่อน เธอพยายามรักษาน้ำใจลูกเลี้ยงมาตลอดห้าปี แต่ดูเหมือนกำแพงในใจคินจะหนาเกินกว่าที่เธอจะปีนข้าม
“ผมพูดความจริงครับน้าพิมพ์ พายเขา ‘ขยัน’ จะตาย... ขยันทำเรื่องที่คนอื่นไม่คาดคิด”
คินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือด
“อ้อ... วันนี้พายไม่ต้องให้คนรถไปส่งนะ เดี๋ยวฉันไปส่ง พอดีมีธุระแถวหน้ามหาวิทยาลัยเธอพอดี”
พายเงยหน้าขึ้นอย่างตระหนก “ไม่เป็นไรค่ะพี่คิน พายไปเองได้...”
“ฉันไม่ได้ขอร้อง แต่ฉันสั่ง”
คินวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดังกริ๊ก จนวิทย์ต้องขมวดคิ้ว
“ก็ดีเหมือนกันนะพาย ให้พี่เขาไปส่งเถอะ พ่อจะได้ไม่ต้องห่วง” วิทย์สรุปความโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการส่งลูกแกะเข้าไปในกรงเล็บของหมาป่า
ภายในรถสปอร์ตคันหรูที่แล่นทะยานไปบนถนนสายหลัก ความเงียบงันน่าอึดอัดเข้ายึดครองพื้นที่ คินขับรถด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างวางพักไว้ที่หัวเกียร์อย่างสบายอารมณ์ ผิดกับพายที่นั่งตัวลีบติดประตูรถ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ทำไม... นั่งรถกับฉันมันจะตายหรือไง? หรือว่ากลัว ‘ผัวเก็บ’ ที่คณะจะมาเห็นเข้า”
“พี่คิน! พูดจาให้เกียรติพายบ้าง”
เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บ ใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความโกรธ
“เกียรติเหรอ?”
คินแค่นหัวเราะ เขาเหยียบเบรกกะทันหันจนตัวพายโยนไปข้างหน้า รถจอดสนิทอยู่ที่ไหล่ทางซึ่งค่อนข้างลับตาคน
“เธอยังเหลือเกียรติอะไรให้ฉันให้เกียรติอีกพาย? ในเมื่อเมื่อคืนเธอก็ยังครางเรียกชื่อฉันแทบทั้งคืนอยู่เลย”
“หยุดพูดเถอะค่ะ... พายขอร้อง”
พายยกมือขึ้นปิดหู น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมา
“ที่ฉันไปส่งวันนี้ เพราะฉันรู้ว่าไอ้รุ่นพี่นั่นมันมาป้วนเปี้ยนแถวตึกเรียนเธอ”
คินโน้มตัวเข้าหา ความกดดันแผ่ซ่านจนพายหายใจไม่ออก
“จำใส่หัวไว้นะพาย เธอจะเป็นลูกสาวที่แสนดีของพ่อฉัน หรือจะเป็นนางบำเรอของฉันในห้องนอนก็เรื่องของเธอ แต่ห้าม... ให้ผู้ชายหน้าไหนมาแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด”
“พี่คินไม่มีสิทธิ์มาสั่งพายแบบนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” พายรวบรวมความกล้าตอกกลับไป
คินตาขวางทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วบีบแน่น
“ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ? งั้นมาทบทวนหน่อยไหมว่าเราเป็นอะไรกัน”
เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับกระชากร่างบางเข้ามาป้อนจูบอย่างรุนแรง พายพยายามดิ้นรนแต่มือเล็กลีบเท่ากำปั้นนั้นสู้แรงมหาศาลของเขาไม่ได้ จูบของคินเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและการแสดงความเป็นเจ้าของ เขาบดขยี้ริมฝีปากเธอย่างป่าเถื่อนจนได้รสฝาดของเลือด
พายรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย ความสับสนระหว่างความเกลียดชังและความปรารถนาตีรวนอยู่ในอกจนเธอเผลอตอบสนองสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว เมื่อคินเห็นว่าเหยื่อเริ่มโอนอ่อน เขาจึงถอนจูบออกช้าๆ ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้าย
“นั่นแหละ... รสชาติของคนที่เป็น ‘ของฉัน’ ต่อหน้าคนอื่นเราอาจจะเป็นพี่น้องที่รักกัน แต่จำไว้ว่าเนื้อตัวเธอทุกตารางนิ้วมันเป็นของฉันคนเดียว”
คินขับรถมาส่งพายที่หน้าตึกคณะด้วยความเร็วสูง ทันทีที่รถจอด พายก็รีบเปิดประตูลงไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เธอวิ่งตรงไปยังกลุ่มเพื่อนด้วยความรู้สึกอับอายและสับสน
“พาย! เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าดูไม่ดีเลย”
'นนท์' รุ่นพี่ประธานสโมสรนักศึกษาที่แอบชอบพายอยู่เดินเข้ามาทักด้วยความอดเป็นห่วงไม่ได้ เขาพยายามจะยื่นมือไปแตะไหล่เธอเพื่อปลอบประโลม
พายสะดุ้งสุดตัวและถอยห่างโดยอัตโนมัติ ภาพของคินที่จ้องมองมาจากในรถที่ยังไม่ขับออกไปทำให้เธอตัวสั่น นนท์มองตามสายตาพายไปจนเห็นคินที่ลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง สายตาคมปราบของชายในรถจ้องมองนนท์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
คินเหยียบคันเร่งเสียงดังสนั่นก่อนจะทะยานรถออกไป ทิ้งควันจางๆ และความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง พายทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก
‘ความสุขของพ่อแม่... พายต้องรักษาไว้’
เธอท่องประโยคนี้ในใจซ้ำๆ
เธอยอมให้คินย่ำยีศักดิ์ศรี ยอมให้เขาใช้ความแค้นมาลงที่ร่างกายเธอ เพียงหวังว่าวันหนึ่งเขาจะใจอ่อนและเลิกจองเวรแม่ของเธอเสียที แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไป คินกลับยิ่งถลำลึกลงไปในวงจรแห่งความเกลียดชัง... และเธอก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างเธอกับเขา ใครกันแน่ที่จะพังทลายลงก่อนกัน
ยามเย็นของวันนั้น พายจงใจกลับบ้านค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอคิน แต่เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าบ้าน เธอก็พบว่าคินนิ่งรออยู่ที่ห้องโถงกลางบ้าน พร้อมกับรูปถ่ายในมือ... รูปที่เธอนั่งคุยกับนนท์ที่ใต้อาคารเรียน
“นั่งคุยกันหนุงกะหนิง..คงจะมีความสุขมาก” คินกระซิบบอกเธอตอนที่เดินสวนกันเพื่อขึ้นบันได
เขาทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะในลำคอที่ทำให้พายรู้ซึ้งว่า คืนนี้... เธอคงไม่รอดพ้นจาก ‘บทลงโทษ’ ที่เขากำลังจะยัดเยียดให้ภายใต้ความมืดที่ไร้ทางออกอีกตามเคย_