EP02 Comfort Zone
Ai's Part
@คอนโดอ้าย
Rrr Rrr Rrr
ฉันที่กำลังจะเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกเข้าจากมือถือกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมารับแต่สายก็ตัดไปซะก่อนบ่งบอกว่าปลายสายคงโทรเข้ามาอยู่นานพอสมควรแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็โทรเข้ามาอีก
'Bad boy : ('
ฉันถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นชื่อที่ฉันเมมไว้ของคนที่โทรเข้ามาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าปลายสายคงกำลังหงุดหงิดที่ฉันรับสายช้าอยู่แน่ๆ ไม่อยากจะรับสายเลยแต่ถ้าไม่รับตอนนี้เชื่อเถอะว่าปราบเซียนตามถึงคอนโดฉันแน่ วันนี้ฉันไม่อยากเจอเขาแล้วด้วย
"ฮัล..."
("อยู่ห้องมั้ย ทำไมรับสายช้า")
ฉันยังพูดไม่ทันจบคนใจร้อนก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อนน้ำเสียงหงุดหงิดจนสัมผัสได้
"อ้ายนอนแล้วมันดึกแล้วนะปราบ โทรมาทำไมถ้าไม่สำคัญก็วางไปเลยนะ จะนอน!"
("อย่าเพิ่งนอนลงมารับก่อน")
"อะไรของปราบเนี่ย อ้ายบอกแล้วไงว่าวันนี้ไม่ได้ไม่ต้องมาหา"
("ทำไม! แอบซุกใครไว้หรือไง")
"อย่ามาพาลนะปราบ กลับไปเลย"
("ลง-มา-รับ!")
"ปราบเซียน!"
("เดี๋ยวนี้อ้าย อย่าให้ต้องรอเกินห้านาทีนะ")
ติ๊ด!
พูดจบคนเอาแต่ใจก็ตัดสายไปเลย เฮ้อ จริงๆ เลยเอาแต่ใจเป็นบ้าคนอะไร
สุดท้ายฉันก็ต้องลงมารับปราบเซียนอย่างช่วยไม่ได้เพราะถ้าไม่ลงมาคนอย่างปราบเซียนก็คงหาทางขึ้นไปหาฉันจนได้และถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่จะซวยก็คือฉันเองนี่แหละ
ลงมาถึงล็อบบี้คอนโดก็เจอคนตัวสูงนั่งรออยู่ก่อนแล้วโดยมีพี่ราชานั่งอยู่เป็นเพื่อนพอเห็นฉันลงมาพี่ราชาเขาก็ส่งสายตาเชิงขอโทษมาให้ที่พาปราบเซียนมารบกวนฉันในเวลานี้
"มันเมานิดหน่อยน่ะพี่ฝากหน่อยนะ"
พูดจบพี่ราชาก็ขอตัวกลับเลยแต่เพราะเห็นฉันทำหน้าสงสัยอยู่เขาถึงได้แอบกระซิบว่าปราบเซียนเพิ่งแข่งรถแพ้มาอารมณ์ร้อนเอาเรื่อง
ฉันพยักหน้ารับเหมือนเข้าใจแต่ในหัวตอนนี้คือปวดตุบเลยแค่มองหน้าปราบเซียนเขาก็แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาจนรู้สึกได้
ไม่ทักทายหรือพูดอะไรคนตัวสูงเดินนำฉันเข้าไปในลิฟต์แถมยังแย่งคีย์การ์ดในมือไปแตะกดชั้นห้องฉันเองเสร็จสรรพ
บรรยากาศในลิฟต์ที่มีแค่เราสองคนอึดอัดจนฉันเริ่มวางตัวไม่ถูกง่วงก็ง่วงยังต้องมารับมือกับคนอารมณ์ร้อนอีก
หมับ!
"ทำอะไรปล่อยนะปราบ อื้ออ" อยู่ๆ คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ดันฉันไปชิดกับผนังลิฟต์จับมือฉันชูไว้เหนือหัวก่อนจะก้มหน้าลงมาซุกที่ซอกคอฉันอย่างอุกอาจกลิ่นเบียร์และกลิ่นบุหรี่จากตัวเขาทำให้รู้ได้ทันทีว่าคงดื่มมาไม่น้อย
แต่ถึงจะเมายังไงที่นี่ก็ไม่เหมาะที่เขาจะมาทำตัวรุ่มร่ามใส่ฉันอยู่ดีถึงแม้ในนี้จะมีแค่เราสองคนก็เถอะแต่มันมีกล้องนะ!
"เฉยเหอะน่า" คนหน้ามึนนอกจากจะไม่ฟังแล้วยังรั้งเอวฉันเข้าไปชิดตัวจนร่างกายเราแนบชิดกัน เสื้อคลุมที่ฉันใส่มาถูกเขาแหวกออกจนเห็นสายเดี่ยวข้างในโชว์ผิวขาวๆ ที่กำลังโดนริมฝีปากร้อนกดจูบสัมผัสมันไปทั่ว
"อื้ออ ไม่เอาปล่อยเดี๋ยวนี้นะปราบ!"
ยิ่งดิ้นปราบเซียนยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดร่างกายฉันจนแทบขยับไม่ได้ลมหายใจอุ่นร้อนของเขากำลังรินรดบนผิวทำฉันขนลุกแต่ไม่ได้เคลิ้มหรอกนะนี่มันในลิฟต์ไง จะมาทำในนี้ไม่ได้!
“ปะ ปราบพอ อื้ออ" โชคร้ายที่ห้องฉันอยู่ชั้นเกือบบนสุดและลิฟต์คอนโดฉันไม่แวะรับคนระหว่างชั้นด้วยสิทำให้ปราบเซียนมีเวลาเล่นกับร่างกายฉันนานหลายนาทีเลย
ริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาอย่างแรงดูดดึงขบเม้มปากฉันจนรู้สึกเจ็บ คนเอาใจพยายามสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นฉัน พยายามเบี่ยงหน้าหนีเท่าไหร่ก็ไม่พ้นจนต้องปล่อยให้เขาดูดดึงความหวานจากปลายลิ้นอย่าง 'จำใจยอม' เพราะสู้แรงเขาไม่ได้
"อื้อๆ"
ฉันครางประท้วงในคอเมื่อเขาไม่เว้นจังหวะให้ฉันได้หายใจแถมยังพยายามเบียดกลางกายไปมากับขาฉันจนรู้สึกถึงตัวตนของเขาที่มันแข็งคับกางเกงยีนจนดุนดันหน้าขาฉันอีก
จะหื่นเกินไปแล้วนะ!
"ปราบพอ อื้อ พอแล้ว อื้มม"
ริมฝีปากและลิ้นร้อนของคนตัวสูงทั้งเลียทั้งดูดลิ้นและปากฉันไม่หยุดจนน้ำลายใสเลอะเต็มขอบปากเราทั้งสอง ปราบเซียนปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระทำให้ฉันดันแผงอกเขาไว้ได้แต่ทว่าแรงของฉันมันเหมือนหมดไปกับจูบสูบวิญญาณของเขาจนไม่มีแม้แต่แรงจะผลักเขาออก
ติ๊ง!
"Sh*t!"
จนกระทั่งเสียงลิฟต์มาหยุดอยู่ที่ห้องฉันพอดีเขาถึงได้ยอมผละออกแต่ก็ไม่วายสบถอย่างขัดใจ ผละออกแค่ไม่กี่วิเท่านั้นคนตัวสูงรีบดึงมือฉันเดินไปที่ห้องสแกนคีย์การ์ดแล้วเปิดเข้าไปในห้องอย่างเอาแต่ใจทันที
ปึง!
"อ๊ะ! ปราบ อื้อ หยุดก่อน"
ปิดประตูอย่างแรงดันร่างฉันชิดกำแพงแล้วตามเข้ามากักขังฉันไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะบดจูบลงมาอย่างรุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือด ยิ่งฉันดิ้นเขายิ่งรุนแรงมือก็อยู่ไม่นิ่งลูบไล้ไปตามร่างกายฉันจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
"อื้ม ไม่ใส่บราซะด้วย"
ทันทีที่มือร้อนสัมผัสเข้าที่หน้าอกฉันคนหื่นก็ครางออกมาอย่างพอใจในขณะที่ปากก็วุ่นวายกับการจูบฉันไม่หยุด
"พอแล้ว อื้ออ อ้าย อ๊ะ บอกว่าไม่ได้ไง"
ฉันครางสั่นเมื่อเสื้อสายเดี่ยวที่ฉันใส่นอนถูกรั้งขึ้นไปกองเหนือหน้าอกส่งให้เต้าอวบเปลือยต่อหน้าคนเอาแต่ใจ เขาครอบปากลงดูดดึงยอดอกฉันอย่างกระหายทันที ทั้งดูดทั้งกัดจนฉันเจ็บไปหมดถึงปากจะปฏิเสธแต่ร่างกายมันกลับทรยศฉันอย่างน่าอายยอดอกแข็งเป็นไตสู้ลิ้นจนคนหื่นได้ใจ
"อย่าขัดใจได้มั้ย อื้มม แข็งสู้ลิ้นขนาดนี้อยากเหมือนกันก็พูดมาเถอะ"
"ไม่ อ๊าา ไม่ได้อยาก อื้ออ วันนี้ไม่ได้ไงปราบ!"
"จิ๊! มันทำไมนักวะอ้าย"
เขาเริ่มหงุดหงิดเมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจฉันทั้งดิ้นทั้งทึ้งจิกผมเขาจนในที่สุดเข้าปราบเซียนก็ยอมผละออกสักที สายตาคมมองฉันตาขวางก่อนจะเปลี่ยนเป็นผิดหวังเหมือนโลกทั้งโลกพังสลายเมื่อฉันพูดประโยคต่อมา
"ก็อ้ายเป็นเมนส์ จำไม่ได้หรือไง!"
"What the f*ck!"
Prabsian's Part
ผมสบถก่อนจะผละออกจากร่างบางที่ดับความต้องการของผมลงเพียงแค่บอกว่า 'เป็นเมนส์'
เดินหลบออกมาจุดบุหรี่สูบที่ระเบียงเพื่อระบายความหงุดหงิดกะจะมาระบายอารมณ์ที่ตอนนี้กำลังร้อนได้ที่แต่อยู่ๆ ก็เหมือนโดนดับฝัน ยัยตัวแสบที่กล้าโนบราลงไปรับผมข้างล่างทำผมขึ้นแล้วมาบอกว่าเป็นเมนส์นี่โคตรใจร้ายเลยว่ะ
สารภาพแบบคนหื่นๆ เลยแค่เห็นเธอใส่ขาสั้นลงไปผมก็ขึ้นแล้ว แล้วตอนอยู่ในลิฟต์กลิ่นตัวหอมๆ กับเสื้อบางๆ ที่พอจับแล้วรู้ว่าโนบรายิ่งทำผมมีอารมณ์ตั้งใจว่าจะมาทำเรื่องอย่างว่าอยู่แล้วยิ่งเจอเธอในสภาพนี้เข้าไปยิ่งทำผมแทบคลั่ง
อ้ายเป็นผู้หญิงที่ดึงดูดฟีโรโมนรุนแรงจนผมห้ามใจไม่ได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ แต่ไม่โทษเธอนะโทษผมที่มันหื่น (กับเธอ) เกินไปนี่แหละพอไม่ได้ดั่งใจก็ต้องจัดการตัวเอง
"หงุดหงิดอะไรมาห๊ะ!"
คนตัวเล็กที่ยังไม่ยอมจัดการเสื้อผ้าที่โดนผมดึงจนหลุดลุ่ยให้เรียบร้อยตามผมออกมา ผมพยายามหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้พ่นควันบุหรี่โดนเธอให้เลิกสูบตอนนี้ไม่ไหวหรอกถึงจะห่วงอ้ายแต่ถ้าไม่ได้สูบผมเป็นบ้ากว่านี้แน่
"ถ้าไม่อยากโดนผ่าไฟแดงก็เข้าไปข้างใน"
"มันจะมากไปแล้วนะปราบเซียน หื่นอะไรขนาดนั้น"
"เข้าไปข้างในน้องอ้าย"
"ไม่!! จนกว่าปราบจะบอกว่าเป็นอะไร"
"อย่าลองดี เข้าไปข้างใน!"
"นี่มันห้องอ้ายนะปราบ มาถึงก็ใส่เอาๆ แล้วยังมาไล่อ้ายอีก ไม่รู้แหละถ้าไม่บอกปราบก็กลับไปเลย"
ผมกดเสียงต่ำขู่แต่ยัยตัวดีก็ไม่ยอมถอย เธอเดินออกมายืนข้างๆ ผมและเถียงในสิ่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้อีกไม่รู้หรือไงว่าแค่เห็นหน้าเธอก็ทำผมปั่นป่วนแทบบ้าจนต้องยกบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดสูบอัดเข้าปอดอีกมวน
อ้ายไม่ได้พูดอะไรเธอปล่อยให้ผมสูบบุหรี่จนหมดมวนจึงเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง
"แข่งรถแพ้?"
"อือ" รู้แล้วยังจะถามยิ่งพูดถึงผมยิ่งหงุดหงิดเนี่ย
"แล้วยังไงมันต้องหงุดหงิดขนาดนี้มั้ยทำอย่างกับไม่เคยแพ้"
"ก็แทบจะไม่แพ้เลยมั้ยวะ"
"แต่แพ้ก็คือแพ้ไงปราบ ยอมรับความจริงซะบ้าง" ตัวแค่นี้แต่แรงฉิบหายพูดออกมาแต่ละคำนอกจากจะเถียงไม่ได้แล้วยังสะกิดใจจนผมจุกไปหมด
"ปล่อยเลยเหม็น" เธอดิ้นเมื่อโดนผมรั้งตัวเข้ามากอดจากทางด้านหลังแล้วซุกหน้าลงบนไหล่เล็ก กลิ่นบุหรี่ที่เพิ่งสูบไปทำเอาอ้ายเบ้หน้ายกมือปิดจมูกเหมือนรังเกียจกัน
"ก็เลิกสูบแล้วนี่ไง"
"แต่มันยังเหม็นอยู่ดีไงปราบ : ("
"แล้วตามออกมาทำไม?"
"เอ๊ะ อื้อ! บอกว่าเหม็นไง" คนที่บ่นเหม็นโดนผมดูดปากไปทียิ่งทำให้คิ้วเรียวขมวดยุ่งกว่าเดิมเพราะเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดพยายามแกะแขนผมที่กอดคอเธออยู่ออกแต่ยิ่งทำแบบนั้นผมยิ่งกอดแน่นไม่ยอมปล่อย
ไม่น่าเชื่อว่าจากที่อารมณ์ร้อนอยู่แต่แค่เห็นท่าทางหงุดหงิดของอ้ายก็ทำผมอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ
"เมื่อกี้...ขอโทษนะ"
ผมพูดขึ้นหลังจากที่เราเงียบกันสักพัก พออารมณ์เย็นขึ้นก็รู้ว่าตัวเองผิดที่ก่อนหน้านี้เผลอเอาแต่ใจกับเธอมากไป อ้ายหันมามองหน้าผมจนปลายจมูกเราเฉียดกันเพราะผมเกยคางบนไหล่เธออยู่พอดี
"จะยกโทษให้ก็ได้แต่คราวหลังถ้าทำอีกอ้ายจะโกรธนะปราบ เราตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่ฝืนใจกัน"
เธอรื้อฟื้นเรื่องที่เราเคยตกลงกันเพราะสถานะของเราไม่ได้อยู่ในจุดที่จะบังคับกันได้และเรื่องเซ็กส์มันไม่ควรเกิดจากการบังคับ เซ็กส์ที่เราทำต้องเกิดจากความต้องการและยินยอมจากทั้งสองฝ่ายถึงแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ผมเผลอเริ่มจากการฝืนใจเธอไปบ้างก็เถอะ แต่จะเรียกฝืนเลยก็ไม่ได้อีกเพราะพอเร้าๆ ไปหน่อยอ้ายก็ยอมแทบทุกทีไงแต่ถ้าสุดท้ายแล้วเธอไม่ยอมจริงๆ ผมก็ไม่ทำต่อหรอกเหมือนเมื่อกี้ไง (เพราะครั้งนี้มันต่อไม่ได้ต่างหาก!)
“ครับๆ รู้แล้วครับจะไม่ทำอีก"
"อย่ามาประชดนะ"
"เอ้า พูดจริงก็หาว่าประชด จะเอาไง"
'กวน-ตีน'
ยัยตัวแสบขยับปากพูดไม่ให้ผมได้ยินแต่ผมอ่านปากเธอออกจึงบีบปากเธอไปที
"โอ๊ยปราบ มันเจ็บ!"
"ก็พูดไม่เพราะ" ผมเอ็ด หน้าตาก็น่ารักแต่ชอบพูดอะไรตรงข้ามกับหน้าอยู่เรื่อยเลยนะยัยเด็กนี่
"ยังไม่ได้พูดเลยเถอะ"
"อยากโดนอีก?"
"พอเลยๆ แล้วอ้ายถามหน่อยเถอะนะแค่แข่งแพ้เนี่ยต้องหัวเสียขนาดนี้เลยเหรอ"
"ก็โดนยึดรถ"
"ห๊ะ ยึดรถ?"
"อือ เอารถเป็นเดิมพันน่ะตอนนี้ก็เลยไม่มีรถใช้แล้ว"
"ถามจริงเลยนะปราบเซียน"
"อือ โดนป๊าบ่นด้วย"
ผมเล่าให้เธอฟังว่าระหว่างทางที่มาหาเธอที่นี่พ่อผมส่งข้อความมาต่อว่ายกใหญ่หลังจากที่ผมเมสเสจไปขอรถใหม่ ผมกับอ้ายน่ะถึงจะไม่ได้คบกันแต่เรื่องความสนิทอ้ายกับผมก็ถือได้ว่าสนิทกันมากระดับที่แชร์เรื่องส่วนตัวได้ไม่ต่างจากเพื่อนเลยล่ะเรียกได้ว่าผมรู้เธอ เธอรู้ผม เป็นความสัมพันธ์ที่ 'เรารู้กัน' ประมาณนั้นแหละมั้ง
"อ่าฮะ แล้วไงต่อ?"
"ป๊าไม่ยอมซื้อรถใหม่ให้แล้ว" ผมทำหน้างอถูหน้าลงกับไหล่เธออย่างขอความเห็นใจแต่ยัยตัวดีกลับตอกย้ำกันซะได้
"สมน้ำหน้า!"
"ไม่ได้มาให้ซ้ำเติมนะอ้าย ปลอบใจเป็นมั้ยวะ"
"ก็ทำตัวเองใครบอกให้เอารถคันละสิบล้านไปเดิมพันล่ะรวยมากหรือไง"
"ก็รวย"
"ค่าๆ รวยจริงไม่เถียงแต่แล้วยังไงพอพ่อไม่ให้เงินก็ไม่รวยแล้วมั้ยทีหลังน่ะทำอะไรคิดซะบ้างนะปราบเซียน"
หลังจากนั้นผมโดนคนตัวเล็กบ่นยาวเป็นชุดหูแทบชาพอจะเดินหนีก็โดนรั้งแขนไว้ไม่ยอมให้ผมได้เดินหนีทำได้แค่ยืนฟังเธอบ่น
"บ่นเป็นเมียเลยว่ะ"
"อ้าว ก็เมียไงเมื่อวานยังแบบ... 'อ่าส์ เมียครับขย่มแรงๆ เมีย...ปราบจะแตกแล้วๆ' อยู่เลยนะ"
"ตัวแสบ! ไม่ให้เอาก็อย่าพูดถึงดิวะ"
"หึ อ่อนชะมัด"
เด็กแสบยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อยั่วโมโหผมได้ใครจะคิดว่ะว่าลูกคุณหนูอย่างอ้ายจะพูด dirty talk ออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้ พูดกับผมน่ะได้อย่าให้รู้ว่าไปพูดกับคนอื่นนะโดนดีแน่
“เดี๋ยวก่อนเถอะน้องอ้ายเมนส์หายเมื่อไหร่จะเอาให้ปากดีไม่ออก"
"กลัวๆ อยากลองโดนจนปากดีไม่ออกเหมือนกัน"
"จดไว้แล้วนะ เจอแน่!"
คนตัวเล็กแลบลิ้นใส่ผมอย่างท้าทายพอโดนผมเอานิ้วเค็มๆ ปาดลิ้นก็หน้างอฟาดผมดังอักก่อนที่เราทั้งคู่จะหัวเราะออกมา
แบบนี้ทุกทีจากที่เหมือนจะทะเลาะกันสุดท้ายเราก็ดีกันได้ง่ายๆ แบบนี้ตลอด
ตอนนี้ถ้ามีคนถามว่าเป็นอะไรกับอ้ายผมคงตอบไปว่า...
เป็นความสบายใจล่ะมั้ง :)