EP02 Comfort Zone

2555 Words
EP02 Comfort Zone Ai's Part @คอนโดอ้าย Rrr Rrr Rrr ฉันที่กำลังจะเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกเข้าจากมือถือกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมารับแต่สายก็ตัดไปซะก่อนบ่งบอกว่าปลายสายคงโทรเข้ามาอยู่นานพอสมควรแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็โทรเข้ามาอีก 'Bad boy : (' ฉันถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นชื่อที่ฉันเมมไว้ของคนที่โทรเข้ามาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าปลายสายคงกำลังหงุดหงิดที่ฉันรับสายช้าอยู่แน่ๆ ไม่อยากจะรับสายเลยแต่ถ้าไม่รับตอนนี้เชื่อเถอะว่าปราบเซียนตามถึงคอนโดฉันแน่ วันนี้ฉันไม่อยากเจอเขาแล้วด้วย "ฮัล..." ("อยู่ห้องมั้ย ทำไมรับสายช้า") ฉันยังพูดไม่ทันจบคนใจร้อนก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อนน้ำเสียงหงุดหงิดจนสัมผัสได้ "อ้ายนอนแล้วมันดึกแล้วนะปราบ โทรมาทำไมถ้าไม่สำคัญก็วางไปเลยนะ จะนอน!" ("อย่าเพิ่งนอนลงมารับก่อน") "อะไรของปราบเนี่ย อ้ายบอกแล้วไงว่าวันนี้ไม่ได้ไม่ต้องมาหา" ("ทำไม! แอบซุกใครไว้หรือไง") "อย่ามาพาลนะปราบ กลับไปเลย" ("ลง-มา-รับ!") "ปราบเซียน!" ("เดี๋ยวนี้อ้าย อย่าให้ต้องรอเกินห้านาทีนะ") ติ๊ด! พูดจบคนเอาแต่ใจก็ตัดสายไปเลย เฮ้อ จริงๆ เลยเอาแต่ใจเป็นบ้าคนอะไร สุดท้ายฉันก็ต้องลงมารับปราบเซียนอย่างช่วยไม่ได้เพราะถ้าไม่ลงมาคนอย่างปราบเซียนก็คงหาทางขึ้นไปหาฉันจนได้และถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่จะซวยก็คือฉันเองนี่แหละ ลงมาถึงล็อบบี้คอนโดก็เจอคนตัวสูงนั่งรออยู่ก่อนแล้วโดยมีพี่ราชานั่งอยู่เป็นเพื่อนพอเห็นฉันลงมาพี่ราชาเขาก็ส่งสายตาเชิงขอโทษมาให้ที่พาปราบเซียนมารบกวนฉันในเวลานี้ "มันเมานิดหน่อยน่ะพี่ฝากหน่อยนะ" พูดจบพี่ราชาก็ขอตัวกลับเลยแต่เพราะเห็นฉันทำหน้าสงสัยอยู่เขาถึงได้แอบกระซิบว่าปราบเซียนเพิ่งแข่งรถแพ้มาอารมณ์ร้อนเอาเรื่อง ฉันพยักหน้ารับเหมือนเข้าใจแต่ในหัวตอนนี้คือปวดตุบเลยแค่มองหน้าปราบเซียนเขาก็แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาจนรู้สึกได้ ไม่ทักทายหรือพูดอะไรคนตัวสูงเดินนำฉันเข้าไปในลิฟต์แถมยังแย่งคีย์การ์ดในมือไปแตะกดชั้นห้องฉันเองเสร็จสรรพ บรรยากาศในลิฟต์ที่มีแค่เราสองคนอึดอัดจนฉันเริ่มวางตัวไม่ถูกง่วงก็ง่วงยังต้องมารับมือกับคนอารมณ์ร้อนอีก หมับ! "ทำอะไรปล่อยนะปราบ อื้ออ" อยู่ๆ คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ดันฉันไปชิดกับผนังลิฟต์จับมือฉันชูไว้เหนือหัวก่อนจะก้มหน้าลงมาซุกที่ซอกคอฉันอย่างอุกอาจกลิ่นเบียร์และกลิ่นบุหรี่จากตัวเขาทำให้รู้ได้ทันทีว่าคงดื่มมาไม่น้อย แต่ถึงจะเมายังไงที่นี่ก็ไม่เหมาะที่เขาจะมาทำตัวรุ่มร่ามใส่ฉันอยู่ดีถึงแม้ในนี้จะมีแค่เราสองคนก็เถอะแต่มันมีกล้องนะ! "เฉยเหอะน่า" คนหน้ามึนนอกจากจะไม่ฟังแล้วยังรั้งเอวฉันเข้าไปชิดตัวจนร่างกายเราแนบชิดกัน เสื้อคลุมที่ฉันใส่มาถูกเขาแหวกออกจนเห็นสายเดี่ยวข้างในโชว์ผิวขาวๆ ที่กำลังโดนริมฝีปากร้อนกดจูบสัมผัสมันไปทั่ว "อื้ออ ไม่เอาปล่อยเดี๋ยวนี้นะปราบ!" ยิ่งดิ้นปราบเซียนยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดร่างกายฉันจนแทบขยับไม่ได้ลมหายใจอุ่นร้อนของเขากำลังรินรดบนผิวทำฉันขนลุกแต่ไม่ได้เคลิ้มหรอกนะนี่มันในลิฟต์ไง จะมาทำในนี้ไม่ได้! “ปะ ปราบพอ อื้ออ" โชคร้ายที่ห้องฉันอยู่ชั้นเกือบบนสุดและลิฟต์คอนโดฉันไม่แวะรับคนระหว่างชั้นด้วยสิทำให้ปราบเซียนมีเวลาเล่นกับร่างกายฉันนานหลายนาทีเลย ริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาอย่างแรงดูดดึงขบเม้มปากฉันจนรู้สึกเจ็บ คนเอาใจพยายามสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นฉัน พยายามเบี่ยงหน้าหนีเท่าไหร่ก็ไม่พ้นจนต้องปล่อยให้เขาดูดดึงความหวานจากปลายลิ้นอย่าง 'จำใจยอม' เพราะสู้แรงเขาไม่ได้ "อื้อๆ" ฉันครางประท้วงในคอเมื่อเขาไม่เว้นจังหวะให้ฉันได้หายใจแถมยังพยายามเบียดกลางกายไปมากับขาฉันจนรู้สึกถึงตัวตนของเขาที่มันแข็งคับกางเกงยีนจนดุนดันหน้าขาฉันอีก จะหื่นเกินไปแล้วนะ! "ปราบพอ อื้อ พอแล้ว อื้มม" ริมฝีปากและลิ้นร้อนของคนตัวสูงทั้งเลียทั้งดูดลิ้นและปากฉันไม่หยุดจนน้ำลายใสเลอะเต็มขอบปากเราทั้งสอง ปราบเซียนปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระทำให้ฉันดันแผงอกเขาไว้ได้แต่ทว่าแรงของฉันมันเหมือนหมดไปกับจูบสูบวิญญาณของเขาจนไม่มีแม้แต่แรงจะผลักเขาออก ติ๊ง! "Sh*t!" จนกระทั่งเสียงลิฟต์มาหยุดอยู่ที่ห้องฉันพอดีเขาถึงได้ยอมผละออกแต่ก็ไม่วายสบถอย่างขัดใจ ผละออกแค่ไม่กี่วิเท่านั้นคนตัวสูงรีบดึงมือฉันเดินไปที่ห้องสแกนคีย์การ์ดแล้วเปิดเข้าไปในห้องอย่างเอาแต่ใจทันที ปึง! "อ๊ะ! ปราบ อื้อ หยุดก่อน" ปิดประตูอย่างแรงดันร่างฉันชิดกำแพงแล้วตามเข้ามากักขังฉันไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะบดจูบลงมาอย่างรุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือด ยิ่งฉันดิ้นเขายิ่งรุนแรงมือก็อยู่ไม่นิ่งลูบไล้ไปตามร่างกายฉันจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย "อื้ม ไม่ใส่บราซะด้วย" ทันทีที่มือร้อนสัมผัสเข้าที่หน้าอกฉันคนหื่นก็ครางออกมาอย่างพอใจในขณะที่ปากก็วุ่นวายกับการจูบฉันไม่หยุด "พอแล้ว อื้ออ อ้าย อ๊ะ บอกว่าไม่ได้ไง" ฉันครางสั่นเมื่อเสื้อสายเดี่ยวที่ฉันใส่นอนถูกรั้งขึ้นไปกองเหนือหน้าอกส่งให้เต้าอวบเปลือยต่อหน้าคนเอาแต่ใจ เขาครอบปากลงดูดดึงยอดอกฉันอย่างกระหายทันที ทั้งดูดทั้งกัดจนฉันเจ็บไปหมดถึงปากจะปฏิเสธแต่ร่างกายมันกลับทรยศฉันอย่างน่าอายยอดอกแข็งเป็นไตสู้ลิ้นจนคนหื่นได้ใจ "อย่าขัดใจได้มั้ย อื้มม แข็งสู้ลิ้นขนาดนี้อยากเหมือนกันก็พูดมาเถอะ" "ไม่ อ๊าา ไม่ได้อยาก อื้ออ วันนี้ไม่ได้ไงปราบ!" "จิ๊! มันทำไมนักวะอ้าย" เขาเริ่มหงุดหงิดเมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจฉันทั้งดิ้นทั้งทึ้งจิกผมเขาจนในที่สุดเข้าปราบเซียนก็ยอมผละออกสักที สายตาคมมองฉันตาขวางก่อนจะเปลี่ยนเป็นผิดหวังเหมือนโลกทั้งโลกพังสลายเมื่อฉันพูดประโยคต่อมา "ก็อ้ายเป็นเมนส์ จำไม่ได้หรือไง!" "What the f*ck!" Prabsian's Part ผมสบถก่อนจะผละออกจากร่างบางที่ดับความต้องการของผมลงเพียงแค่บอกว่า 'เป็นเมนส์' เดินหลบออกมาจุดบุหรี่สูบที่ระเบียงเพื่อระบายความหงุดหงิดกะจะมาระบายอารมณ์ที่ตอนนี้กำลังร้อนได้ที่แต่อยู่ๆ ก็เหมือนโดนดับฝัน ยัยตัวแสบที่กล้าโนบราลงไปรับผมข้างล่างทำผมขึ้นแล้วมาบอกว่าเป็นเมนส์นี่โคตรใจร้ายเลยว่ะ สารภาพแบบคนหื่นๆ เลยแค่เห็นเธอใส่ขาสั้นลงไปผมก็ขึ้นแล้ว แล้วตอนอยู่ในลิฟต์กลิ่นตัวหอมๆ กับเสื้อบางๆ ที่พอจับแล้วรู้ว่าโนบรายิ่งทำผมมีอารมณ์ตั้งใจว่าจะมาทำเรื่องอย่างว่าอยู่แล้วยิ่งเจอเธอในสภาพนี้เข้าไปยิ่งทำผมแทบคลั่ง อ้ายเป็นผู้หญิงที่ดึงดูดฟีโรโมนรุนแรงจนผมห้ามใจไม่ได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ แต่ไม่โทษเธอนะโทษผมที่มันหื่น (กับเธอ) เกินไปนี่แหละพอไม่ได้ดั่งใจก็ต้องจัดการตัวเอง "หงุดหงิดอะไรมาห๊ะ!" คนตัวเล็กที่ยังไม่ยอมจัดการเสื้อผ้าที่โดนผมดึงจนหลุดลุ่ยให้เรียบร้อยตามผมออกมา ผมพยายามหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้พ่นควันบุหรี่โดนเธอให้เลิกสูบตอนนี้ไม่ไหวหรอกถึงจะห่วงอ้ายแต่ถ้าไม่ได้สูบผมเป็นบ้ากว่านี้แน่ "ถ้าไม่อยากโดนผ่าไฟแดงก็เข้าไปข้างใน" "มันจะมากไปแล้วนะปราบเซียน หื่นอะไรขนาดนั้น" "เข้าไปข้างในน้องอ้าย" "ไม่!! จนกว่าปราบจะบอกว่าเป็นอะไร" "อย่าลองดี เข้าไปข้างใน!" "นี่มันห้องอ้ายนะปราบ มาถึงก็ใส่เอาๆ แล้วยังมาไล่อ้ายอีก ไม่รู้แหละถ้าไม่บอกปราบก็กลับไปเลย" ผมกดเสียงต่ำขู่แต่ยัยตัวดีก็ไม่ยอมถอย เธอเดินออกมายืนข้างๆ ผมและเถียงในสิ่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้อีกไม่รู้หรือไงว่าแค่เห็นหน้าเธอก็ทำผมปั่นป่วนแทบบ้าจนต้องยกบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดสูบอัดเข้าปอดอีกมวน อ้ายไม่ได้พูดอะไรเธอปล่อยให้ผมสูบบุหรี่จนหมดมวนจึงเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง "แข่งรถแพ้?" "อือ" รู้แล้วยังจะถามยิ่งพูดถึงผมยิ่งหงุดหงิดเนี่ย "แล้วยังไงมันต้องหงุดหงิดขนาดนี้มั้ยทำอย่างกับไม่เคยแพ้" "ก็แทบจะไม่แพ้เลยมั้ยวะ" "แต่แพ้ก็คือแพ้ไงปราบ ยอมรับความจริงซะบ้าง" ตัวแค่นี้แต่แรงฉิบหายพูดออกมาแต่ละคำนอกจากจะเถียงไม่ได้แล้วยังสะกิดใจจนผมจุกไปหมด "ปล่อยเลยเหม็น" เธอดิ้นเมื่อโดนผมรั้งตัวเข้ามากอดจากทางด้านหลังแล้วซุกหน้าลงบนไหล่เล็ก กลิ่นบุหรี่ที่เพิ่งสูบไปทำเอาอ้ายเบ้หน้ายกมือปิดจมูกเหมือนรังเกียจกัน "ก็เลิกสูบแล้วนี่ไง" "แต่มันยังเหม็นอยู่ดีไงปราบ : (" "แล้วตามออกมาทำไม?" "เอ๊ะ อื้อ! บอกว่าเหม็นไง" คนที่บ่นเหม็นโดนผมดูดปากไปทียิ่งทำให้คิ้วเรียวขมวดยุ่งกว่าเดิมเพราะเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดพยายามแกะแขนผมที่กอดคอเธออยู่ออกแต่ยิ่งทำแบบนั้นผมยิ่งกอดแน่นไม่ยอมปล่อย ไม่น่าเชื่อว่าจากที่อารมณ์ร้อนอยู่แต่แค่เห็นท่าทางหงุดหงิดของอ้ายก็ทำผมอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ "เมื่อกี้...ขอโทษนะ" ผมพูดขึ้นหลังจากที่เราเงียบกันสักพัก พออารมณ์เย็นขึ้นก็รู้ว่าตัวเองผิดที่ก่อนหน้านี้เผลอเอาแต่ใจกับเธอมากไป อ้ายหันมามองหน้าผมจนปลายจมูกเราเฉียดกันเพราะผมเกยคางบนไหล่เธออยู่พอดี "จะยกโทษให้ก็ได้แต่คราวหลังถ้าทำอีกอ้ายจะโกรธนะปราบ เราตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่ฝืนใจกัน" เธอรื้อฟื้นเรื่องที่เราเคยตกลงกันเพราะสถานะของเราไม่ได้อยู่ในจุดที่จะบังคับกันได้และเรื่องเซ็กส์มันไม่ควรเกิดจากการบังคับ เซ็กส์ที่เราทำต้องเกิดจากความต้องการและยินยอมจากทั้งสองฝ่ายถึงแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ผมเผลอเริ่มจากการฝืนใจเธอไปบ้างก็เถอะ แต่จะเรียกฝืนเลยก็ไม่ได้อีกเพราะพอเร้าๆ ไปหน่อยอ้ายก็ยอมแทบทุกทีไงแต่ถ้าสุดท้ายแล้วเธอไม่ยอมจริงๆ ผมก็ไม่ทำต่อหรอกเหมือนเมื่อกี้ไง (เพราะครั้งนี้มันต่อไม่ได้ต่างหาก!) “ครับๆ รู้แล้วครับจะไม่ทำอีก" "อย่ามาประชดนะ" "เอ้า พูดจริงก็หาว่าประชด จะเอาไง" 'กวน-ตีน' ยัยตัวแสบขยับปากพูดไม่ให้ผมได้ยินแต่ผมอ่านปากเธอออกจึงบีบปากเธอไปที "โอ๊ยปราบ มันเจ็บ!" "ก็พูดไม่เพราะ" ผมเอ็ด หน้าตาก็น่ารักแต่ชอบพูดอะไรตรงข้ามกับหน้าอยู่เรื่อยเลยนะยัยเด็กนี่ "ยังไม่ได้พูดเลยเถอะ" "อยากโดนอีก?" "พอเลยๆ แล้วอ้ายถามหน่อยเถอะนะแค่แข่งแพ้เนี่ยต้องหัวเสียขนาดนี้เลยเหรอ" "ก็โดนยึดรถ" "ห๊ะ ยึดรถ?" "อือ เอารถเป็นเดิมพันน่ะตอนนี้ก็เลยไม่มีรถใช้แล้ว" "ถามจริงเลยนะปราบเซียน" "อือ โดนป๊าบ่นด้วย" ผมเล่าให้เธอฟังว่าระหว่างทางที่มาหาเธอที่นี่พ่อผมส่งข้อความมาต่อว่ายกใหญ่หลังจากที่ผมเมสเสจไปขอรถใหม่ ผมกับอ้ายน่ะถึงจะไม่ได้คบกันแต่เรื่องความสนิทอ้ายกับผมก็ถือได้ว่าสนิทกันมากระดับที่แชร์เรื่องส่วนตัวได้ไม่ต่างจากเพื่อนเลยล่ะเรียกได้ว่าผมรู้เธอ เธอรู้ผม เป็นความสัมพันธ์ที่ 'เรารู้กัน' ประมาณนั้นแหละมั้ง "อ่าฮะ แล้วไงต่อ?" "ป๊าไม่ยอมซื้อรถใหม่ให้แล้ว" ผมทำหน้างอถูหน้าลงกับไหล่เธออย่างขอความเห็นใจแต่ยัยตัวดีกลับตอกย้ำกันซะได้ "สมน้ำหน้า!" "ไม่ได้มาให้ซ้ำเติมนะอ้าย ปลอบใจเป็นมั้ยวะ" "ก็ทำตัวเองใครบอกให้เอารถคันละสิบล้านไปเดิมพันล่ะรวยมากหรือไง" "ก็รวย" "ค่าๆ รวยจริงไม่เถียงแต่แล้วยังไงพอพ่อไม่ให้เงินก็ไม่รวยแล้วมั้ยทีหลังน่ะทำอะไรคิดซะบ้างนะปราบเซียน" หลังจากนั้นผมโดนคนตัวเล็กบ่นยาวเป็นชุดหูแทบชาพอจะเดินหนีก็โดนรั้งแขนไว้ไม่ยอมให้ผมได้เดินหนีทำได้แค่ยืนฟังเธอบ่น "บ่นเป็นเมียเลยว่ะ" "อ้าว ก็เมียไงเมื่อวานยังแบบ... 'อ่าส์ เมียครับขย่มแรงๆ เมีย...ปราบจะแตกแล้วๆ' อยู่เลยนะ" "ตัวแสบ! ไม่ให้เอาก็อย่าพูดถึงดิวะ" "หึ อ่อนชะมัด" เด็กแสบยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อยั่วโมโหผมได้ใครจะคิดว่ะว่าลูกคุณหนูอย่างอ้ายจะพูด dirty talk ออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้ พูดกับผมน่ะได้อย่าให้รู้ว่าไปพูดกับคนอื่นนะโดนดีแน่ “เดี๋ยวก่อนเถอะน้องอ้ายเมนส์หายเมื่อไหร่จะเอาให้ปากดีไม่ออก" "กลัวๆ อยากลองโดนจนปากดีไม่ออกเหมือนกัน" "จดไว้แล้วนะ เจอแน่!" คนตัวเล็กแลบลิ้นใส่ผมอย่างท้าทายพอโดนผมเอานิ้วเค็มๆ ปาดลิ้นก็หน้างอฟาดผมดังอักก่อนที่เราทั้งคู่จะหัวเราะออกมา แบบนี้ทุกทีจากที่เหมือนจะทะเลาะกันสุดท้ายเราก็ดีกันได้ง่ายๆ แบบนี้ตลอด ตอนนี้ถ้ามีคนถามว่าเป็นอะไรกับอ้ายผมคงตอบไปว่า... เป็นความสบายใจล่ะมั้ง :)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD