ตอนที่ 1 คนแปลกหน้า

1735 Words
ตอนที่ 1 คนแปลกหน้า The Veritas Nightclub เสียงเพลงกระหึ่มก้องไปทั่วไนท์คลับ จังหวะเบสหนักแน่นสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจ กลางฟลอร์ หญิงสาวสวยคนหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างอิสระ เธอไม่ได้เต้นเพื่อใคร แต่เต้นเพื่อตัวเอง ทุกจังหวะของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ ทุกสายตาจับจ้องมองไปที่เธอด้วยความสนุกสนาน พลางพากันยืนเต้นโยกหัวตามจังหวะเสียงเพลงและส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจหญิงสาวที่สนุกเต็มเหวี่ยงอยู่ตรงกลางผู้คน ไม่นานเสียงดนตรีก็จบลง แสงไฟหลากสีที่หมุนไปรอบด้านก็หยุดลง ก่อนจะกลายเป็นแสงไฟวงกลมสีม่วงอ่อนส่องไปยังร่างของหญิงสาวที่ยืนเด่นสะดุดตา จากนั้นไม่นานเสียงปรบมือก็ดังขึ้น อันธิชา ส่งยิ้มกว้างให้กับนักท่องเที่ยวในยามราตรี "ขอบคุณ ขอบคุณ ฮ่าๆๆ" น้ำเสียงเมาได้ที่เปล่งออกมา "เธอนี่มัน..." จริงๆ เลย เพื่อนสาวเห็นว่าเพื่อนของตัวเองเมาจนออกไปยืนเต้นหลุดโลกอยู่กลางฟลอร์ ก็รีบเข้าไปพยุง ก่อนที่เสียงดนตรีจะดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อทั้งคู่เดินกลับมาที่โต๊ะของตัวเองในมุมหนึ่ง ร่างบางของเมลินดาจึงวางเพื่อนสาวให้ลงนั่งบนโซฟาหนังพร้อมกับทิ้งก้นของตัวเองลงไปนั่งด้านข้าง ที่นี่ ไม่ใช่ไนท์คลับธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับ ผู้ที่อยู่เหนือระดับ เหล่าเศรษฐี นักธุรกิจระดับพันล้าน คนดัง และชนชั้นสูง ที่ไม่ได้เข้ามาเพื่อหาความสนุกแบบทั่วๆ ไป แต่เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่มีเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้เท่านั้นที่เข้าถึงได้ เมื่อก้าวผ่านประตูไม้โอ๊คแกะสลักที่มีการ์ดในชุดสูทดำยืนคุมเข้ม แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสุดหรูต้อนรับแขกที่ก้าวเข้ามา เสียงเพลงจากดีเจระดับโลกที่ถูกเชิญมาโดยเฉพาะกระหึ่มไปทั่วทั้งคลับ แต่กลับไม่ได้ดังเกินไปจนเสียรสนิยม ทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างพอดี เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบที่สุด เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นหนังแท้จากอิตาลี โต๊ะทำจากหินอ่อนนำเข้า เสิร์ฟเฉพาะเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่ไม่มีขายทั่วไป เช่น Louis XIII Cognac, Macallan 72-Year-Old, Cristal Champagne และค็อกเทลที่มิกโซโลจิสต์ชื่อดังคิดค้นขึ้นมาเฉพาะแขกของที่นี่ แขกของเดอะเวริทัสไนท์คลับนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ที่นี่ไม่มีใครถ่ายรูป ไม่มีใครไลฟ์สด เพราะความเป็นส่วนตัวสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด บางคนเป็นนักธุรกิจพันล้าน บางคนเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก หรือดาราฮอลลีวูดที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ากำลังใช้เวลาส่วนตัวอยู่ที่ไหน พวกเขาแต่งตัวหรูหรา แต่มาพร้อมความมั่นใจที่ไม่ต้องการเรียกร้องความสนใจ เพราะทุกคนที่นี่รู้ว่าตัวเอง "เป็นใคร" "ก็รู้แหละว่าเสียใจ แต่เธอก็ไม่ควรดื่มเยอะแบบนี้ไหม ฉันว่าเธอควรรักตัวเองบ้างนะ" "ใคร! ใครบอกว่า ฉ้านนน...ไม่รักตัวเอง" ใบหน้าสวยเงยหน้ามองเพื่อนสาว "ฮะ!!" "ฉันนี่แหละ" เมลดันหน้าเพื่อนออก ก่อนจะยกมือกอดอกมองไปข้างหน้า "ฉันเคยเตือนแกแล้ว ว่าผู้ชายห่วยๆ พันนั้นไม่คู่ควรกับแกเลยสักนิด ดูก็รู้ว่าเป็นพวกไม่เอาไหน" "อึก...อึก" อันไม่สนใจที่เพื่อนพูด นิ้วมือเรียลยาวยื่นไปหยิบขวดเบียร์ไซซ์เล็กกรอกใส่ปาก ทำให้เมลที่กำลังนั่งบ่นหันมาทำตาโต "ฉันบอกให้พอไง เดี๋ยวก็กลับบ้านไม่ไหวหรอก" ขณะที่ห้ามเพื่อน โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้น เมลินดาจึงหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นเบอร์สำคัญ จึงหันมาบอกเพื่อนว่าอย่าไปไหน จากนั้นก็เดินออกไปรับโทรศัพท์ที่ด้านนอก เพื่อนสาวเดินออกไปแล้ว ใบหน้าที่เหมือนไม่รู้สึกอะไรก็เริ่มห่อเหี่ยว นัยน์ตาสวยเริ่มมีน้ำใสไหลคลอเล็กน้อย คนเลว ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนเลวขนาดนี้ ความสัมพันธ์ 6 ปีไม่มีความหมายเลยหรือไง "ศรันย์" เป็นรักแรกและรักเดียวของฉันมาตลอด ไม่คิดเลยว่าเขาจะนอกใจ ใบหน้าของอดีตแฟนหนุ่มที่พึ่งเลิกราปรากฏขึ้นมาในหัว ชายหนุ่มที่เคยโอบกอดตัวเองตอนนี้กำลังโอบกอดผู้หญิงคนอื่น "เจ็บ..." เจ็บชะมัด มันรู้สึกเจ็บกว่าตอนที่ทะเลาะกันเสียอีก "การโดนนอกใจมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง...ฮึก" ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก อยากจะเมาไร้สติให้หลุดโลกไปเลยยิ่งดี คิดดังนั้นก็กระดกขวดกรอกเบียร์ใส่ปากตัวเองอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาของฉันไปสบเข้ากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม เขากำลังนั่งกอดอกจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตานิ่งสงบจนดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่า เขาอยากให้ฉันซื้อเขานะ คงเห็นฉันกำลังเศร้าอยู่ล่ะสิ คิดดังนั้นก็ปาดน้ำตาบนใบหน้าก่อนจะหัวเราะในลำคอ จากนั้นร่างบางก็ลุกเดินไปหาชายหนุ่มคนนั้น "Long time" พูดจบก็โน้มหน้าลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้กับชายแปลกหน้า หัวคิ้วของอคิรห์ขมวดเข้าหากัน ดวงตาสีนิลมองเธออย่างไม่เข้าใจ เมื่อครู่เห็นนั่งร้องไห้เหมือนจะขาดใจตาย ตอนนี้กับเดินมาส่งยิ้มหวานแถมยังมาจูบปากเขาที่เป็นคนแปลกหน้าอีก กำลังจะอ้าปากต่อว่า ร่างบางที่ยืนโงนเงนก็พยายามจะดึงเขาให้ลุกไปกับเธอ แต่ทว่าอีกฝ่ายแรงน้อย เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้หญิงสาวล้มลงมานั่งลงบนตักเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ นิ้วมือเรียลยาวสวยเคลื่อนมาสัมผัสที่ใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้ง "วันนี้ฉันจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ" เธอพึมพำก่อนจะดึงเขาเข้าไปจูบอีกครั้งอย่างดูดดื่ม อคิรห์ที่ไม่ทันตั้งตัวก็ตอบรับรสจูบของหญิงสาวแปลกหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลายครั้งที่มีผู้หญิงเป็นฝ่ายเข้าหาตัวเองก่อน เขามักจะรู้สึกรำคาญ แต่ครั้งนี้ผู้หญิงคนนี้กับทำให้เขามีความรู้สึกที่ต่างออกไป อาจเป็นเพราะการรุกที่รุนแรงของเธอทำให้เขารู้สึกเร้าใจและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ทันทีที่ริมฝีปากของทั้งสองผละจากกัน มุมปากของอคิรห์ก็ยกขึ้น จากนั้นทั้งสองก็เดินหายเข้าไปในลิฟต์ของโรงแรมหรู เมลินดาวางสายจากลูกค้าก็เดินกลับเข้ามาที่ด้านใน พอเห็นโต๊ะกับโซฟาที่ว่างเปล่าก็ตกใจ อันธิชาหายไปไหน "ยัยเพื่อนคนนี้!?" ดวงตากลมมองหาเพื่อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจควักโทรศัพท์โทรหาเพื่อน แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสาย เพื่อนเมามากแล้วด้วย กลัวว่าเธอจะไปเจอกับคนไม่ดีเข้า ด้วยความร้อนใจ จึงเผลอไปชนเข้ากับใครบางคน "อ๊ะ!" แม้ใบหน้าจะชนกับแผงอกกว้าง เธอก็ไม่คิดจะกล่าวอะไร ร่างบางรีบปลีกตัวเดินตามหาเพื่อนต่อ ในมือก็กดโทรศัพท์โทรหาอันธิชาตลอดเวลา ปราณต์หันมองตามหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินมาถึงโต๊ะก็ไม่พบใครอยู่ที่โต๊ะแล้ว เขาจำได้ว่าวันนี้ อคิรห์เพื่อนสนิทที่พึ่งกลับมาจากอเมริกานัดให้มาเจอกันที่นี่ คนอย่างเขาไม่เคยมาสาย.... ในห้องสวีทของ The Veritas Grand แสงไฟสลัวทำให้อารมณ์ของบุรุษเพศร้อนรุ่ม แม้ว่าในห้องจะเปิดแอร์อัตโนมัติหลังเสียบคีย์การ์ด แต่เม็ดเหงื่อขนาดเล็กก็ยังผุดขึ้นที่หน้าผากกว้าง ริมฝีปากของทั้งสองตอนนี้กำลังขบเม้มกันอย่างดูดดื่ม มือที่อยู่ไม่สุก ทำให้เสื้อผ้าของอีกฝ่ายเริ่มหลุดลุ่ย ไม่นานริมฝีปากหนาก็เคลื่อนต่ำลงมาคลอเคลียที่ซอกคอขาวพร้อมกับสูบดมกลิ่นอายของหญิงสาวอย่างพอใจ "อ๊ะ!" ใบหน้าของเธอเงยขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขางับคอเธอเบาๆ นั่นยิ่งทำให้อคิรห์เริ่มมีอารมณ์ เสียงสั่นของมือถือบนที่นอนสั่นไม่หยุด อันธิชาจึงนึกขึ้นมาได้ ว่าเพื่อนสาวน่าจะรออยู่เลยยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย โดยที่บนร่างก็มีชายหนุ่มแปลกหน้าคลอเคลียอยู่บนลำตัว ไม่รอฟังเพื่อนต่อว่า อันธิชาก็รีบเอ่ยขึ้น "ฉันกลับก่อนนะ ขอโทษทีไว้จะเลี้ยงข้าวไถ่โทษนะ" กล่าวจบก็ตัดสายเพื่อนทิ้งทันที อคิรห์เห็นดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามเพื่อความชัวร์ "เธอคงคิดดีแล้วสินะ" "ก็ฉันบอกแล้วไงว่า Long time" พูดจบก็พลิกตัวคนที่อยู่ข้างบนให้เป็นฝ่ายลงมานอนที่ด้านล่าง จากนั้นก็ก้มลงคลอเคลียซุกไซ้ที่ใบหู จนคนที่โดนรุกเผลอเกร็งตัวซูดปากเพราะความเสียวซ่าน เธอไม่รอช้า เคลื่อนหน้าลงมาที่แผงอกหนา ร่างกายของหนุ่มโฮสต์คนนี้ดูกำยำ เขาช่างหุ่นดีจริงๆ เธอคิดในใจ ก่อนจะใช้ริมฝีปากขมเม้มที่แผงอกไล่ต่ำลงมาถึงท้องน้อย อคิรห์แทบหยุดหายใจ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนรุกเก่งขนาดนี้มาก่อน เธอเชี่ยวชาญจนเขาแอบชมอยู่ในใจ ดวงตาคมหลับพริ้มเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับความสุขที่อยู่ในริมฝีปากสวย เพราะความเสียวและความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ทำให้เขาใช้มือกดที่หัวของเธอเบาๆ โดยที่อีกฝ่ายก็ขยับหัวขึ้นลงเป็นจังหวะ ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว รีบดึงร่างของเธอออกก่อนจะกดอีกคนให้กลับลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง "ครั้งนี้ผมเอาจริงแล้วนะ" สิ้นประโยคในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงกระเส่าแห่งความสุขที่ร้อนรุ่ม พร้อมกับเสียงหอบของชายหนุ่มดังตามเป็นระยะ บรรยากาศในห้องหรูเปี่ยมไปด้วยความสุขของกลิ่นอายเพศ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD