ตอนที่ 3
คืนนี้ผมช่วยคุณได้นะ
"ลูกจะไปทำงานเป็นลูกจ้างให้เหนื่อยทำไม แม่บอกแล้วไงว่ามาบริหารธุรกิจของบ้านเราดีกว่า" เสียงหญิงวัยกลางคนพูดผ่านโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงปนร้อนใจ
"ธุรกิจก็มีพี่อารัณดูแลแล้วไงคะ แม่ก็รู้ว่าหนูรักอิสระ ถ้าอยู่ที่นั่นต่อพ่อคงจับตาดูหนูทุกอย่างก้าว อีกอย่างหนูก็อยากใช้ความรู้ที่เรียนมาในสายงานนี้" ฉันตอบแม่โดยที่มือก็ขยับเมาส์จัดเรียงภาพในจอแล็ปท็อป
"แกดื้อแบบนี้ไง ฉันถึงต้องจับตาดูแก" ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย
"พ่อ!"
"อย่างน้อยก็รีบแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว อายุตั้งขนาดนี้ ฉันได้ยินมาว่าแกพึ่งโดนไอหน้าตี๋มันนอกใจ เห็นไหม เตือนแกหลายครั้งไม่เคยจำเรื่องการมองผู้ชาย" ให้ตายสิ
"นี่พ่อจับตาดูหนูเหรอ?"
"นี่คุณ จะไปว่าลูกทำไม" เสียงแม่คุยกับพ่อลอดเข้ามาในสาย ทั้งสองเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งโดยที่พ่อก็ต่อว่าแม่ ว่าเป็นเพราะแม่ตามใจฉันมากเกินไปฉันถึงไม่ทันคน จากนั้นไม่นาน สายก็ถูกตัดไป
ดวงตากลมจ้องมองหน้าจอมือถือก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ตระกูลธารานนท์มีอิทธิพลในวงการโรงแรมหรู หนึ่งในนั้นคือเดอะเวริทัสแกรนด์ โรงแรม 5 ดาวอันดับหนึ่งของประเทศไทย ทั้งยังมีสาขาอยู่ต่างประเทศอีกด้วย
ฉันได้รับข่าวมาว่า CEO ของที่นั่นคือเจ้าของบริษัทวรกุลเอสเตทส์ ที่ฉันทำงานอยู่ ตั้งแต่ประธานคนก่อนเกษียณ บริษัทก็ตกเป็นของลูกชายคนเล็ก
ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งเขาก็ไม่เคยเปิดเผยตัวตน คอยบริหารงานอยู่ต่างประเทศ น้อยครั้งที่จะเข้ามาในบริษัท ฉันที่เป็นพนักงานมาหลายปีก็ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าเขา
จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่โดนทำโทษให้ออกแบบโปรเจ็คโฆษณาคอนโดหรูตัวใหม่ของวรกุลเอสเตทส์ ก็แทบไม่ได้พักผ่อน โปรเจ็คเสร็จไปเกินครึ่งแล้ว กำหนดคืออาทิตย์หน้า
"อืม..." ฉันใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจแล้วว่า วันนี้ไปดื่มพักสมองดีกว่า
VVIP The Veritas Private Bar
ใบหน้าสวยนั่งทำหน้าเซ็ง มองแก้วใสตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย วันนี้เมลินดาปฏิเสธฉัน ทำให้ฉันต้องมานั่งดื่มเพียงลำพัง
"ลอง ไอส์แลนด์ ไอซ์ด์ ที" ฉันสั่งกับมิกโซโลจิสต์ ชายหนุ่มที่กำลังเช็ดแก้วเหลือบตามองฉันครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มทำการชงเครื่องดื่ม
"ตัวแรงเลยนะ" เสียงทุ้มกล่าวมาจากด้านหลัง ก่อนจะมานั่งลงที่เก้าอี้บาร์ข้างตัว
ฉันจำเขาได้ โฮสต์หนุ่มในคืนนั้น วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว แต่งตัวดูสบาย เพราะที่นี่มีแค่ระดับ VVIP เท่านั้นถึงเข้ามาได้ "ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้"
"ก็ผมทำงานที่นี่น่ะสิ" ได้ยินคำตอบ ฉันก็ทำหน้าเข้าใจ ก็เขาเป็นบาร์โฮสต์ของโรงแรมนี้นี่
เมื่อเห็นค็อกเทลสีสวยวางลงตรงหน้า โฮสต์หนุ่มก็พูดขึ้นอีกครั้ง "ลองไอส์แลนด์ไอซ์ทีเป็นค็อกเทลที่รวมแอลกอฮอล์ 5 ชนิด Vodka Rum Gin Tequila Triple Sec ผสมกับน้ำมะนาว น้ำเชื่อม และโคล่า ทำให้มีรสชาติ หวาน เปรี้ยว สดชื่น คล้ายชามะนาวเย็นๆ แต่แอบซ่อนพายุแห่งความเมาไว้ข้างใน"
"นายก็รู้เยอะเหมือนกันนะ" ฉันเอ่ยชมก่อนจะกระดกค็อกเทลเข้าปาก "เอาเหมือนเดิมมาอีก 2"
"วันนี้คงมีเรื่องกลุ้มใจมาอีกแล้วสินะครับ" เขาถาม
"ใช่" ฉันพยักหน้าตอบ ก่อนจะเอาข้อศอกไปเท้าไว้ที่บาร์ เพื่อเท้าคางมองชายหนุ่มที่ตัวเองเคยซื้อบริการ "คืนนี้ฉันโดนเพื่อนหักอกล่ะ"
อคิรห์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงทำเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อันธิชาเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
"คืนนี้ผมช่วยคุณได้นะ" พูดจบค็อกเทลที่สั่งก็ยื่นมาตรงหน้าพอดี
เห็นอีกคนเชิญชวนด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่เขินอาย ฉันก็เผลอยิ้มออกมา "ขายเก่งรึเกินนะ"
กล่าวจบก็หันไปยกแก้วค็อกเทลสาดใส่ปาก ดวงตากลมหลับตารับรสชาติหวานเปรี้ยว คล้ายชามะนาวอยู่ในปากด้วยสีหน้าอิ่มเอม
ในหัวเริ่มมึนเล็กน้อยเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แรงสมฉายา พายุแห่งความเมาจริงๆ ฉันคิดในใจ
ตั้งใจว่าจะดื่มอีกแก้วแล้วจะสั่งเพิ่ม แต่ยังยื่นมือไปไม่ถึงแก้วอีกใบ ชายหนุ่มข้างตัวก็มาคว้าข้อมือของฉันไว้พร้อมกับกล่าวว่า " แก้วแรกรู้สึกเหมือนดื่มน้ำอัดลม แก้วที่สอง หัวเริ่มเบา แก้วที่สามเหมือนโลกนี้ไม่มีอยู่จริง"
ฉันกะพริบตามอง ก่อนจะถามกลับไปว่า "แล้วแก้วที่สี่ล่ะ"
"แก้วที่สี่ขึ้นไป เวลาจะหายไปอย่างรวดเร็ว หากอารมณ์ไม่ดีขึ้นก็อาจจะร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว" แววตาคมคายจ้องมองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง ความสุขุมนุ่มลึกของเขาให้ความรู้สึกเหมือนเป็นผู้ที่อยู่เหนือผู้อื่น กลิ่นอายของอำนาจ
"........"
เห็นว่าฉันชะงักไป เขาก็ยกยิ้ม ก่อนจะคว้าแก้วค็อกเทลบนโต๊ะขึ้นไปดื่มเสียเอง เมื่อวางแก้วเปล่าลง เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี "เราไปสนุกกันเถอะ"
"เอ๊ะ!" ไม่รอช้า ร่างสูงก็จูงแขนพาฉันออกจากบาร์
"นี่ ฉันยังไม่ได้เช็กบิลเลยนะ"
"ไม่เป็นไร คืนนี้ผมเลี้ยงคุณเอง" เขาตอบอย่างอารมณ์ดี
ไม่ช้าเราสองคนก็เข้ามาอยู่ในไนท์คลับที่เจอกันครั้งแรก ไพรเวทบาร์สุดหรูที่ให้บริการค็อกเทลระดับเวิลด์คลาสสำหรับสมาชิก VVIP เท่านั้นถึงจะสามารถใช้บริการได้
ไนท์คลับแห่งนี้ก็เช่นกัน แต่ต่างออกไปตรงสมาชิก VIP ธรรมดาก็สามารถใช้บริการได้เช่นกัน สถานบันเทิงในโรงแรมจึงมีเหล่าไฮโซมากหน้าหลายตามาปาร์ตี้ในยามราตรีอย่างสนุกสนาน
ดวงตากลมจ้องมองโฮสต์หนุ่มด้วยสายตาเขินอายเล็กน้อย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมื่อครู่ฉันจะคิดว่าเขาจะพาฉันไปทำเรื่องแบบนั้น
"รอผมอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวผมไปเอาเครื่องดื่มมาให้" พูดจบชายหนุ่มก็เดินหายไป
บรรยากาศคึกคัก ทำให้ฉันที่มึนหัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จากค็อกเทลเริ่มเต้นเบาๆ ถึงคืนนี้เพื่อนสนิทไม่มา อย่างน้อยก็มีเขาที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง
"อ่าว ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่เลยนะ" ฉันหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย ก็พบว่าคนที่มาทักคือศรันย์ อดีตแฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ข้างกายเขามีเพื่อนผู้ชายที่ฉันไม่รู้จักมาด้วยสองคน เขาหันไปบอกเพื่อนว่าให้ไปรอที่โต๊ะก่อน หลังจากพวกเขาเดินจากไป ก็หันมาสนใจฉันต่อ
"ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ"
ฉันไม่ตอบ ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ ยืนมองไปทางอื่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"อัน ผมเสียใจจริงๆ เรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันได้นะ" คำพูดใจเย็นของเขาทำให้ฉันเริ่มเก็บอารมณ์โกรธในใจไว้ไม่อยู่ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะนอกใจนะ ตอนนั้นผมเมา เมามากจริงๆ"
"......" ฉันเหลือบตามองอดีตแฟนหนุ่ม เราวางแผนไว้ว่าปีหน้าจะแต่งงาน แต่ว่าฉันกับจับได้ว่าเขานอกใจฉันเสียก่อน ทำให้ความสัมพันธ์ 6 ปี ของเราต้องจบลง
ในคืนนั้นก่อนวันเกิดของเขา 1 วัน ฉันตั้งใจทำเค้กเพื่อจะเอาไปเซอร์ไพรส์เขาที่บ้าน ตั้งใจว่าหลังเที่ยงคืนจะเอาเค้กออกมาจุดเทียนเซอร์ไพรส์เพื่อเป็นคนแรกที่ได้อวยพรวันเกิดเขา แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่า บ้านที่ฉันเคยเข้าออกเหมือนเป็นเจ้าของจะมีรองเท้าผู้หญิงอยู่ที่ชั้นเก็บรองเท้า
พอเดินเข้าไปด้านในก็มีเสียงกะหนุงกะหนิงอยู่ในครัว พอเดินตามเสียงเข้ามาก็พบกับภาพบาดตาบาดใจ คนรักกำลังยืนกอดและคลอเคลียดูดดื่มอยู่กับหญิงอื่นกลางห้องครัว
ฉันที่รู้สึกเจ็บปวดจนทำตัวไม่ถูก ไร้เรี่ยวแรงจนถุงเค้กในมือหล่นลงพื้น ทำให้ทั้งสองหันมามองด้วยความตกใจ
"ศรันย์" เสียงหวานของผู้มาใหม่ดังขึ้นมาอีกทางก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวที่ฉันรู้จักดี
เมื่อรู้ว่าอีกคนคือใครฉันก็ทำเสียงในลำคอ ก่อนจะตอบกลับผู้ชายหลายใจคนนี้ไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันไม่ได้รักนายขนาดนั้น"
พูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไป แต่ทว่ามือหนากับคว้าฉันเอาไว้ "พูดอะไรน่ะ หมายความว่าไง"
"ก็หมายความว่าคุณไม่ได้สำคัญกับเธอไงครับ"