ตอนที่ 2 นี่ข้าคือชายาอ๋องเช่นนั้นหรือ (2)

902 Words
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ที่หน้าห้องบรรทมของพระชายา ได้มีนางกำนัลส่งเสียงเข้ามาว่า “ทูลพระชายาเพคะ เวลานี้ชายารองและสนมทั้งสามมาขอคารวะเพคะ” ‘นี่อีกเรื่องที่ต้องมานั่งปั้นหน้าทุกวันยิ้มแย้มและดูโอบอ้อมอารี เพื่อให้บรรดาเมียน้อยของพระสวามีผู้มักมาก มาคารวะยกน้ำชา ไม่เข้าใจว่าเหตุใดต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรืออย่างไรกันนะ’ นางบ่นในใจอย่างไม่พอใจ ก่อนจะคิดบางอย่างได้ แล้วบอกกับลี่เอ๋อร์นางกำนัลคนสนิทด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ลี่เอ๋อร์ อีกสักสองชั่วยาม เจ้าไปบอกชายารองและสนมพวกนั้นว่าข้ายังไม่หายป่วย ข้าต้องการพักผ่อน และต่อไปก็ไม่ต้องมายกน้ำชาให้ข้าทุกวันเช่นนี้อีก ให้ทุกเจ็ดวันค่อยมาหนึ่งครั้งก็แล้วกัน” “เพคะ” เมื่อได้รับคำสั่ง ลี่เอ๋อร์ก็พยักหน้ารับ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้เลยถามออกไปเบา ๆ “ทำเช่นนี้มันจะดีหรือเพคะ หากชายารองฟู่ไปทูลฟ้องท่านอ๋อง จะไม่ยิ่งทำให้ท่านอ๋องมาตำหนิพระชายาอีกหรือเพคะ” “แล้วอย่างไร ในเมื่อข้าไม่สามารถทูลขอเรื่องหย่าร้างได้ เช่นนั้นก็ให้ท่านอ๋องเป็นฝ่ายทนไม่ไหว แล้วขอหย่ากับข้าเองดีกว่า จากนั้นข้าจะได้ท่องเที่ยวไปทั่วใต้หล้า และข้าจะพาเจ้าไปกับข้าด้วย เจ้าไม่อยากมีอิสระหรืออย่างไร” หนิงหว่านซูหันมากล่าวกับนางกำนัลคนสนิทด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมขยิบตาให้ข้างหนึ่ง แล้วคิดในใจอย่างเย่อหยิ่งอีกว่า ‘ข้าเป็นถึงบุตรสาวของเสนาบดี อีกทั้งฝ่ายท่านตาก็เป็นถึงคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง แถมพี่ชายยังเป็นถึงรองแม่ทัพ แล้วเหตุใดต้องมาทำตัวไร้ค่า คอยวิ่งไล่ตามผู้ชายเพียงคนเดียวด้วย หนำซ้ำตัวของข้าเองก็ยังมีทรัพย์สินมากมาย แค่เก็บกำไรก็มีกินมีใช้ทั้งชาติแล้ว ถ้าอยากได้ผู้ชายสักคน ไปซื้อกินง่ายกว่าไหม หรือรับเลี้ยงใครไปเลย หอนายโลมมีเยอะแยะไป!!’ ทันทีที่ได้ยินความคิดและความต้องการของเจ้านายตนเอง ลี่เอ๋อร์จึงได้พยักหน้ารับรัว ๆ นางดีใจอย่างมากเพราะนางหวังมาตลอดว่าคุณหนูของนาง จะพ้นทุกข์กับเรื่องของความรักเสียที ก่อนจะตอบรับอย่างยินดี “เพคะพระชายา” “อ้อ...จริงสิ อีกเรื่อง ต่อไปเจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าพระชายาแล้วนะ ให้เจ้าเรียกข้าว่าคุณหนูเหมือนเดิมก็แล้วกัน เพราะอีกไม่นานข้าจะหลุดพ้นกับตำแหน่งพระชายาเอกนี้แล้ว” หนิงหว่านซูเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง นางไม่ต้องการเป็นพระชายาอีกแล้ว ดังนั้นจึงให้คนสนิทกลับมาเรียกเหมือนเดิม เหมือนก่อนที่นางจะแต่งเข้าจวนชินอ๋อง “มันไม่เหมาะนะเพคะ หากเรียกขานในเวลาส่วนตัว หม่อมฉันยินดีเพคะ แต่หากอยู่ต่อหน้าท่านอ๋องหรือคนอื่น ๆ หม่อมฉันจะโดนลงโทษเอาน่ะสิเพคะ” ลี่เอ๋อร์กล่าวอย่างรู้ธรรมเนียมดี หากนางเรียกอย่างนั้น มีหวังหัวได้หลุดออกจากบ่าฐานะลบหลู่เบื้องสูงแน่ “ยุ่งยากเสียจริง เช่นนั้นเจ้าอยากเรียกเช่นใดก็เรียกเถอะ ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว อย่าลืมล่ะ อีกสองชั่วยามเจ้าค่อยไปบอกนางพวกนั้นก็แล้วกัน ข้าขอหลับอีกสักหน่อย ยังปวดหัวอยู่เลย” หนิงหว่านซูกล่าวจบก็ล้มตัวนอนอีกครั้ง นางไม่ได้แกล้งปวดหัว แต่นางปวดหัวจริง ๆ เพราะเหมือนว่าความทรงจำนั้นยังหลั่งไหลมาไม่หมดนั่นเอง หน้าห้องบรรทมของชินหวังเฟย ยามนี้เหล่าบรรดาชายารองและพระสนมต่างก็คุกเข่ากับจนเมื่อยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีผู้ใดออกมา ชายารองหลินจึงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ “นี่พระชายาคิดอยากจะกลั่นแกล้งพวกเราหรืออย่างไรกัน” “เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า ท่านก็รู้ว่าไม่กี่วันก่อนพระชายาตกสระน้ำ แล้วให้เรางดมาคารวะตั้งหลายวัน ไม่แน่ว่าวันนี้อาการอาจจะยังไม่ดีขึ้นก็เป็นได้ อย่างไรก็รอสักหน่อยเถิด” ชายารองฟู่กล่าวขึ้น แม้ใบหน้าของและน้ำเสียงนางจะเรียบเฉย แต่ทว่าในใจนั้นกลับยิ้มเยาะ เนื่องจากวันนั้นหากนางไม่รู้ล่วงหน้าก่อน คนที่ตกน้ำคงเป็นนางเองสินะ “แต่นี่เกือบสองชั่วยามแล้วนะ เช่นนี้กลั่นแกล้งกันชัด ๆ” ชายารองซวี่กล่าวขึ้นมาอย่างไม่พอใจอีกคน ขณะเดียวกันลี่เอ๋อร์ได้เดินออกมาพอดี นางจึงบอกทุกคนตามที่ชินหวังเฟยสั่งมาว่า “พระชายาให้มาบอกทุกท่านว่าพระองค์ต้องการพักผ่อน และมีพระบัญชาให้ยกเลิกการมาคารวะทุกวัน เป็นให้มาคารวะทุกเจ็ดวันแทน ส่วนวันนี้ขอให้ทุกท่านกลับไปก่อน” “น้อมรับพระบัญชาเพคะ พระชายาเอก” เมื่อได้ฟังแล้วทำให้ทุกคนไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงกล่าวน้อมรับพระบัญชา และกลับเรือนพักของตนเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD