เสียงเพลงจังหวะเร้าใจในผับใจกลางเมืองใหญ่ แสงไฟที่ส่องสลัวยั่วยวนนักเที่ยวหญิงชายให้เข้ามาหลงมัวเมาแสงสีในโลกสีเทาแห่งนี้ ในมุมลับสายตามุมหนึ่ง
“อืม อย่าเพิ่งสิ” เสียงชายหนุ่มหลุดออกมาเบา ๆ ในขณะที่หญิงสาวที่กำลังนัวเนียกับเขาอยู่นั้น ตอนนี้เสื้อคลุมตัวสั้นแทบจะหลุดออกจากตัวอยู่แล้ว
“อื้อ มาสนุกกันเถอะ” หญิงสาวยังคงพยายามเบียดกระแซะจนหน้าอกหน้าใจแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับชายหนุ่มตรงหน้า โดยไม่คำนึงถึงคำสอนโบราณว่าให้รักนวลสงวนตัวแม้แต่น้อยนิด ผิดกับชายหนุ่มที่พยายามแกะมือของเธอที่ไม่แน่ใจว่าเป็นมือหรือหนวดปลาหมึกกันแน่!!!
“บอกว่าอย่าเพิ่ง ก็อย่าเพิ่งสิ เป็นเด็กเป็นเล็กมาเที่ยวยั่วผู้ชายแบบนี้ได้ยังไงกันฮึ?” ในที่สุดชายหนุ่มก็หมดความอดทน มือเรียวดึงเสื้อขึ้นมาคลุมให้ไม่พอยังถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองคลุมให้อีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกมาจากทางที่จะไปห้องน้ำ จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทำธุระส่วนตัวสักหน่อย แต่ตอนนี้ ไม่ต้องฉี่กันละ กะอีแค่ลุกมาเข้าห้องน้ำหน่อยเดียว จะต้องเสียตัวกันเลยรึไงวะนี่?
เสียงพูดคุยในโต๊ะเงียบสนิทเมื่อผู้เป็นเจ้านายเดินหน้าคว่ำกลับมาสีหน้าบอกบุญไม่รับ
“เก็บเงิน แยกย้าย พรุ่งนี้ใครสาย หักเงิน”
“ อิฐ อาณาเขต” ประธานหนุ่มอาณาเขตกรุ๊ป สั่งการเสียงเหี้ยม วันนี้มีงานเอนเตอร์เทนลูกค้าญี่ปุ่นที่บินมาติดต่องาน ทั้งคู่เป็นลูกค้าคนสำคัญขนาดที่ประธานอย่างเขาต้องลงมาดูแลเองเลยที่เดียว แต่ทั้งคู่เป็นคนที่มีวินัยต่อการนอนมาก พอ 3 ทุ่มก็ขอตัวกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนเลย มีแต่ไอ้พวกลูกน้องและท่านกรรมการบริษัททั้งหลายของเขานี่แหละ คงจะเก็บกดที่นาน ๆ จะกัดเชือกหนีเมียที่บ้านมาสำเร็จ เลยยังไม่ยอมกลับ มิหนำซ้ำดื่มเบียร์จนเมาแประแล้วยังหิ้วเด็กนั่งดริ๊งค์อีก เอาให้พอเลยว่ะ ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กับเลขานุการหนุ่มเพื่อจ่ายเงิน ก่อนจะเดินออกมาอย่างหัวเสีย พับผ่าสิ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ เสียอารมณ์หมด เด็กสมัยนี้ก็เหลือเกิน เขาคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ เด็กคนนั้นน่าจะอายุเฉียด 18 หรือเพิ่งครบล่ะมั้ง สงสัยต้องดูว่าใครเป็นคนเลือกที่นี่และเป็นผับแนวไหน ถ้ามีเรื่อง “พรรค์นั้น” คงต้องคุยกันยาว หนุ่มเพลบอยแต่แอบมีองค์หลวงพ่อเข้าสิงบ่นในใจยืดยาว ก่อนจะพยักหน้าให้พนักงานที่เปิดประตูรถและไม่ลืมส่งใบแดง ๆ ให้สองใบ ต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน แต่เขาไม่ชอบเอาเปรียบใคร เมื่อเราได้รับบริการ เราสมควรต้องจ่าย นี่คือทัศนคติของอิฐ
เสียงเพลงคลอเบา ๆ กับเสียงฝักบัวที่ปล่อยให้รินรดผ่านไปเอื่อยเฉื่อย กระแสน้ำอุ่นกำลังสบาย ไอน้ำเกาะฝ้าประตูสะท้อนภาพโครงสร้างชายไทยที่สมส่วนคนหนึ่งยืนท้าวมือกับผนัง เหมือนกำลังหลับตาปล่อยให้น้ำไหลผ่านเฉย ๆ ถ้าไม่มีหยาดน้ำตาที่ปนไปกับสายน้ำด้วย
ภาพในอดีตเมื่อหลายปีก่อนกลายเป็นฝันร้ายของเขาตลอดมา หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจกลับกลายเป็นสายเลือดเดียวกันที่ผู้เป็นพ่อไข่ทิ้งไว้
“คะน้า ขอโทษนะ” เสียงพึมพำเบา ๆ หลุดออกมาจากลำคอของอิฐยามสบตากับหญิงสาวเจ้าของชื่อที่เปิดประตูเข้ามาเจอฉากรักของเขากับหญิงสาวอีกคนในห้องนอนของเขา
“ทำไมคะ พี่อิฐ” เสียงหวานใสถามกลับด้วยเสียงสั่นเครือก่อนจะปิดประตูและเดินออกไปด้วยคำถามเดิม ๆ ที่จะดังก้องในหัวใจของเธอไปอีกนานแสนนาน
หลังจากหญิงสาวคนนั้นเดินออกไปแล้ว มือเรียวผลักไหล่หญิงสาวอีกคนออกอย่างรวดเร็ว
“ออกไปได้แล้ว” อิฐพูดเสียงเย็นในขณะที่ “หญิงสาว” อีกคนรีบลุกเหมือนโดนน้ำร้อนลวก ก่อนจะดึงวิกผมยาวออกเขวี้ยงทิ้ง
“ทำไมฉันต้องมาช่วยแกทำแบบนี้ด้วยวะ” สิตางค์เพื่อนสนิทของเขาโวยวาย ใช่แหละ “ผู้ชาย” สิตางค์ตัวไล่เลี่ยกว่าอิฐและผิวขาวอมชมพูเหมือนผู้หญิง เมื่อเห็นแต่ภาพข้างหลังเมื่อไม่สังเกตให้ถี่ถ้วนจึงไม่มีใครคิดว่าจะเป็นผู้ชาย
“เออน่า จัดการผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตฉันได้ก็พอแล้ว” อิฐพูดกับเพื่อนสนิทเบา ๆ ก่อนจะสลัดผ้าห่มออกทำให้เห็นว่าเขายังคงใส่กางเกงอยู่เช่นเดียวกับสิตางค์ ซึ่งแม้จะไม่เข้าใจเหตุผลของเพื่อนเท่าไหร่แต่ก็ยอมเงียบไม่พูดอะไรต่ออีก ภาพเหตุการณ์ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำ ๆ จนอิฐเผลอทุบกำปั้นกับผนังห้องน้ำอย่างแรง สลับกับเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งในใจที่ไม่มีใครได้ยินมาตลอด 8 ปี รักที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ความรักที่พังทลายลงในพริบตา ความรักที่เขาเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง น้ำตาที่ไหลลงมาปนกับสายน้ำไม่มีวันแห้งเหือด ผิดของหัวใจของเขาที่แห้งแล้งสิ้นดี
“ตรู๊ด...” เสียงโทรศัพท์ดังแผดลั่นจนเจ้าของห้องที่นอนฟุบหลับกับที่นอนในสภาพนุ่งลมห่มฟ้าตั้งแต่เมื่อคืน ลุกพรวดพราดขึ้นมารับแทบไม่ทัน
“อิฐ วันนี้มีประชุมบริษัทนะเว้ย อย่าสาย” เสียงฝากข้อความดังลั่น เมื่อชายหนุ่มกดรับสาย เสียงสิตางค์เคร่งเครียดเป็นงานเป็นการเสมอ แม้ไม่ใช่เลขา แต่สถาปนิกหนุ่มของอาณาเขตกรุ๊ปมีหน้าที่พิเศษที่ท้าทายมากเลยทีเดียวกับการตามจิกประธานหนุ่มที่หายตัวเก่งยิ่งกว่านินจาคนนี้
อิฐหยิบผ้าเช็ดตัวที่ลงไปกองปลายเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ขึ้นมาพันที่เอวไว้ลวก ๆ แล้วเบ้หน้าเมื่อรู้สึกว่าข้อมือซ้ายรู้สึกตึง ๆ นี่ไง ถึงไม่ค่อยชอบดื่มเหล้า เมื่อคืนเผลออีกแล้ว ชายหนุ่มยิ้มหยัน ๆ ให้กับมือที่บวมเป่งก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนไปทำงาน
เสียงกดเรียกลิฟท์และใบหน้าของผู้ที่มาใหม่ทำให้เสียงที่ดังเหมือนนกกระจอกเมื่อครู่พร้อมใจกันเงียบเหมือนโดนปิดสวิตช์ พร้อมกับร่างสูงที่วันนี้ใส่สูทสีน้ำตาลควันบุหรี่ และเสื้อเชิ้ตตัวในสีเทาที่ไม่ใส่เนคไทตอกย้ำสภาพความเป็นประธานหนุ่มรุ่นใหม่ที่ฉีกกรอบความจำเจออกไปอย่างสิ้นเชิง เลขาหนุ่มที่ตามหลังเขามารีบเดินเข้ามายืนข้าง ๆ ในขณะที่อิฐพยักหน้ารับการทักทายจากผู้ที่อยู่ข้างใน รอยยิ้มบาง ๆ ประดับที่มุมปากดูมีเสน่ห์และน่าคบหา แต่แววตานั้นกลับหลุบลึกเหมือนมีเรื่องให้ครุ่นคิดตลอดเวลา จึงทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ไม่มีใครอยากคุยด้วย ถ้าไม่จำเป็น
เมื่อถึงชั้นที่ 8 ที่เป็นชั้นผู้บริหาร อิฐยิ้มบาง ๆ ให้คนที่อยู่ในลิฟท์อีกครั้งก่อนจะก้าวออกมายืนข้างนอก ชายหนุ่มผลักประตูห้องทำงานเข้าไป เพื่อที่จะเจอกับกระดาษกองโตที่รอคอยการมาเยือนของเขาอย่างใจจดใจจ่อ
“คุณวสุ ไอ้ทั้งกองนี่คือ?” อิฐถามและมองอย่างไม่แน่ใจ เมื่อวานเขาว่าอ่านจนครบและเซ็นจนหมดแล้วนี่นา
“เอกสารการประมูลราคาที่ดินแถบชลบุรีของคุณอรรณพครับ” วสุตอบอย่างนอบน้อม แต่อิฐหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมามองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะสั่งการแบบไม่ต้องรอนานเลยว่า
“ไม่อนุมัติ โปรเจกท์นี้ ผมบอกเขาไปแล้วว่าให้หาที่ดินแถบชานเมืองกรุงเทพฯ หรือนครปฐม ไม่เอาพัทยาหรือชลบุรี ถ้าทำตามนี้ไม่ได้ ก็พับ” อิฐพูดแล้วทำกริยาให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ต้องการเจอเอกสารกองนั้นอีก ชายหนุ่มกดกริ่งเรียกเลขา ฯ อีกคนให้ชงกาแฟเข้ามา เช้านี้เขารีบเลยไม่ได้ทานข้าวเช้า แต่หาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า ท่าทางในห้องประชุมจะสนุกสนานอีกแล้ว รอยยิ้มสนุกปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมขาว ใครจะรู้ว่าแม้อิฐจะถูกมองว่าเป็น “ไอ้อ่อน” แต่เขามีวิธีโต้ตอบได้โนเสาร์พวกนั้นได้อย่างงดงามเสมอ
และในการประชุมวันนี้ ทุกคนก็ไม่ทำให้อิฐต้องผิดหวัง ทั้งคุณอดิศรและคุณอมรา อาที่รักยิ่งของเขา ไหนจะวันนี้พ่วงความครื้นเครงของอรรณพที่จะทำ โปรเจกท์ใหญ่ที่ชลบุรีให้ได้ ฮึ บ้านจัดสรรริมทะเลบรรยากาศสไตล์ลอฟท์ ลอฟท์บ้านพ่อมันน่ะสิ ไอ้ทำเลที่มันเสนอให้ซื้อน่ะ ราคาแพงกว่าที่ดินประเมินไม่รู้กี่สิบล้าน แวดล้อมด้วยอ่างและผับขนาดนั้น มันยังกล้าบอกว่าจะทำสไตล์ลอฟท์ ไอ้น้องเวรดีแต่ผลาญ นี่คงไปโดนไอ้ตัวไหนขู่มาอีกสิ อิฐนึกในใจในขณะที่หูก็ยังฟังเสียงอรรณพสาธยายคุณสมบัติล้านแปดของที่ดินผืนนั้น ก่อนจะเหลือบดูนาฬิกา ใกล้เวลาแล้วนี่นา
“การเสนองานต้องผ่านความเห็นชอบของหัวหน้างานก่อนจะเข้าสู่บอร์ดบริหาร แต่นี่นายไม่มีการนำเสนอฝ่าย เอางานมาวางบนโต๊ะฉันเฉย ๆ ถ้านายบอกว่าแม่นายเห็นดีเห็นงามด้วย ก็ไปเอางบที่คุณอาอมราแล้วกัน ผมขอปิดประชุมวันนี้นะ เพราะจะต้องไปคุยกับตัวแทนของฟรองซ์อินดัสทรีบ่ายนี้ เดี๋ยวไม่มีเวลาเตรียมตัว” อิฐตัดบทก่อนจะค้อมศีรษะเป็นเชิงทำความเคารพที่ประชุมก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่สนใจบรรยากาศในห้องประชุมอีก เสียงของอรรณพโวยวายไล่หลัง สลับกับเสียงยั่วประสาทของคุณอดิศรที่เยาะเย้ยแม่ลูก ให้ตายสิ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสองคนนี้เป็นลูกของปู่เหมือนกัน และไม่สงสัยเลยว่าทำไมปู่ถึงไม่ยกสมบัติให้สองคนนี้เสียทีเดียว ท่าทางมันคงจะหายไปแถวปอยเปตแหง ๆ
“เป็นไงบ้างวะแก” เมื่อคล้อยหลังออกห่างจากห้องประชุมพอสมควรแล้ว อิฐก็เหมือนถูกปล่อยออกจากกรง กรอกเสียงร่าเริงใส่โทรศัพท์ที่ถูกต่อหาเพื่อนสนิททันที
“ก็โอเคอยู่แก ที่นี่ไม่มีปัญหาอะไร อาทิตย์หน้าฉันถึงจะเข้าบริษัทนะเว้ย อาทิตย์นี้ไม่เข้าง่ะ ยุ่ง” สิตางค์ที่ยืนหัวแดงชี้โบ๊ชี้เบ๊อยู่กลางแดดตะโกนโทรศัพท์แข่งกับเสียงรถแบ็กโฮตอบผู้เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านาย
“แล้วแกบอกไม่มีปัญหา เดี๋ยวไอ้ตัง ทำไมมีเสียงรถใหญ่วะ?” อิฐถาม มันเป็นสถาปนิกนะเว้ย รึเดี๋ยวนี้มันไปขับรถแบ็กโฮแล้ว ชายหนุ่มเผลอเกาหัว
“เออ ๆ ดูคนงานลงเสาอยู่ แค่นี้นะ พี่กรเมียแกจะคลอดลูกว่ะ” สิตางค์ตอบแทนภากรวิศวกรหนุ่มที่ทำงานคู่กับเขาที่วันนี้เมียดันจะคลอดก่อนกำหนด พ่อเจ้าประคุณเลยต้องไปลุ้นเมียก่อน ทั้งที่กลัวประธานหนุ่มสุดฤทธิ์นี่ล่ะ
“เออ..หา” อิฐยังพูดไม่จบเลย สายก็ตัดไป ชายหนุ่มนิ่วหน้าก่อนจะขยับข้อมือดูนาฬิกาอีกที ได้เวลาแล้วสินะ ชายหนุ่มขยับชุดให้เรียบร้อย ก่อนจะกดกริ่งเรียกเลขาฯ เข้ามาสั่งงานทั้งคู่ และเดินลงไปข้างล่างพร้อมเลขาหนุ่มและเอกสารจำนวนหนึ่ง
เวลาในสนามบินผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ภาพชายหนุ่มในชุดกางเกงยีนส์กับเชิ้ตสีเหลืองไข่ไก่ ในมือถือแทบเล็ตและสะพายเป้ดูเผิน ๆ หมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไกด์บุ๊กของจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยอย่างสนใจ แต่ถ้าจะขัดตาหน่อยตรงที่หนังสือนั้นเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นแหละ
“หึ ดัดจริตอ่านหนังสือนอกด้วยแฮะ” เสียงลอย ๆ จากกลุ่มวัยรุ่นลอยผ่านหูไป แต่เขาเพียงแค่ปรายตามองก่อนจะก้มอ่านหนังสือต่ออย่างสนใจ
“โป๊ก! เฮ้ย!”
“ขอโทษครับ” เสียงขอโทษจากปากของชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนนักธุรกิจดังขึ้น เมื่อกระป๋องกาแฟปามาโดนหัวอย่างจัง ชายหนุ่มนักท่องเที่ยวเอามือมาลูบท้ายทอยที่เพิ่งโดนประทุษร้ายนั้น มองตอบดุ ๆ
“ไม่ควรจะทิ้งขยะเรี่ยราดนะครับ ถ้าเป็นเด็ก ๆ โดนเข้าจะทำยังไงครับ” ชายหนุ่มหน้าไทยที่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษพูดเสียงแข็ง ก่อนจะหยิบกระป๋องกาแฟยัดใส่มือเจ้าของเดิม และเดินจากไปอย่างไม่สนใจ ทิ้งให้คนขอโทษยืนกัดฟันกรอด
“เพราะแกทีเดียวเลย ไอ้ตัวแทนซังกะบ๊วย” อิฐกัดฟันกรอด ก่อนจะบีบกระป๋องกาแฟที่เขาเพิ่งได้รับคืนมาจนเละคามือ เขารอ “ตัวแทน” ของฟรองซ์อินดัสทรีจนหงุดหงิดแล้ว นี่มันเลยเวลานัดมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ถึงเครื่องมันจะดีเลย์ยังไง มันก็ไม่น่าเกินชั่วโมงรึเปล่าวะ อิฐด่าในใจอีกยาวเหยียด โดยไม่รู้เลยว่า “ไอ้ตัวแทนซังกะบ๊วย” นั่น เพิ่งเดินผ่านเขาไปเมื่อกี้นี้เอง ชายหนุ่มรออย่างหัวเสียจนผ่านไปเกือบหกโมงเย็นก็ไม่มีวี่แวว!!!
ดังนั้นเมื่อผ่านหกโมงเย็นไปแล้วความอดทนของอิฐก็จบลง ชายหนุ่มตัดสินใจไปปล่อยอารมณ์ในผับแทน อิฐเป็นคนรุ่นใหม่เวลาเครียดก็ต้องไปหาที่ระบาย ถึงจะเป็นวิธีเดิมก็ได้ผลเสมอสำหรับเขา ดังนั้นในผับคืนนี้ ชายหนุ่มก็มาอยู่ที่โต๊ะเดิมอีกครั้ง
“มาคนเดียวหรือครับพี่?” บาเทนเดอร์คุ้นหน้าเอ่ยถามแขกขาประจำ ซึ่งอิฐก็ยิ้มตอบก่อนจะเอ่ยกวน ๆ
“อยากมากับคนอื่นเหมือนกัน แต่มาหาแถวนี้ดีกว่า”
แอลกอฮอล์ดีกรีแรงสาดลงคอไปเป็นแก้วที่ห้าแล้ว เดี๋ยวคงต้องโทรให้คนรถมารับ เมาแล้วขับเดี๋ยวจะงานเข้าเอา ชายหนุ่มส่ายหน้ากับตัวเองยิ้ม ๆ ฟังเพลงไปและโยกย้ายตามจังหวะที่ตนเองพอใจ