ร่างขาวโพลนที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เรี่ยราด บนเตียงที่ผ้าปูยับยู่นั้น ไม่ได้ทำให้อิฐรู้สึกสงสารเลยสักนิด ผู้หญิงที่กล้ากับเขาต้องเจอดี นี่อาจจะเป็นด้านมืดของเขาที่คนอื่นไม่อยากรู้จัก
“เดี๋ยวจัดการต่อก่อนพาไปส่งแล้วกัน” ร่างสูงสั่งก่อนจะปรายตามองอย่างถือดี วันนั้นเขาโดนยาชนิดเดียวกันนี้ ทำเอาไม่เป็นผู้เป็นคน ถึงรอดจากการถูกรุมโทรมแต่ก็ต้องกลายเป็นเมียผู้ชายอยู่ดี เมื่อคิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มกัดฟันกรอดก่อนเดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวผู้กล้าลองของนอนร้องคร่ำครวญด้วยความสุขสมกับชายรูปร่างกำยำถึง 3 คน
เมื่ออิฐกลับเข้าบ้านมาก็เกือบ 4 ทุ่มแล้ว ชายหนุ่มเดินขึ้นไปชั้นบน แม้จะแปลกใจที่วันนี้ไม่เจออาหนุ่มนั่งตีหน้ายักษ์ใส่ แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร แค่สองวันยังไม่ถึงกับเป็นเรื่องปกติ ร่างสูงถอดเสื้อผ้าออกก่อนเดินเข้าห้องน้ำ โดยวางลูกอมสีสวยไว้ข้างนอกกระเป๋าเสื้อ กะจะส่งให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยวิเคราะห์ ชายหนุ่มไม่ประมาทพอที่จะส่งให้ตำรวจท้องที่ แม้ธุรกิจของเขาไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนสีเทา ยิ่งสมัยนี้คนดีอยู่ยาก ถึงแม้ไม่อยากเป็นคนชั่วแต่ก็อย่าเป็นคนดีมากเกินไป นี่เป็นสิ่งเดียวที่อิฐเรียนรู้จากการเป็นประธานอาณาเขตกรุ๊ปจากการเสียชีวิตของผู้เป็นพ่อและแม่ของเขา
ส่วนคนที่อิฐคิดว่าวันนี้ไม่อยู่กวนประสาท กลับเพิ่งเดินเข้ามานั่งรอบนเก้าอี้นวมหน้าโต๊ะกระจกที่อิฐใช้วางเครื่องใช้ส่วนตัว ชายหนุ่มถือวิสาสะหยิบลูกอมดับกลิ่นปากที่อิฐวางไว้ใส่ปากไปเม็ดนึง ก่อนจะอ่านหนังสือที่หยิบติดมือมาด้วย
“แอ๊ด..”
“โอ๊ะ” อิฐอุทานเมื่อเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ของคนที่เขาคิดว่านอนแล้ว
“อาภีม ทำไมยังไม่นอน”
“อยากนอนห้องหลานน่ะสิ”
“ไม่เอา” อิฐตอบอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะเบะปากใส่แล้วโยนหมอนใส่หน้าอาหนุ่ม แล้วก็เผลอมองหน้าอาอย่างจับสังเกต เขาคิดไปเองเปล่าวะ ว่าอาแกดูมีเหงื่อเยอะผิดปกติ
“อาภีม ไม่สบายเหรอ”
“สบายดีนี่ แต่ทำไมมันร้อน ๆ” ภีมบ่นเบา ๆ แล้วตาโตเมื่อนึกขึ้นมาได้ ในขณะที่อิฐพุ่งไปที่โต๊ะก่อนจะถามอาหนุ่มด้วยสีหน้าที่ซีดเป็นไก่ต้ม
“ลูกอมที่ผมวางไว้นี่ มันหายไปไหนเม็ดนึง”
“ซ่า...” เสียงน้ำดังขึ้นในขณะที่ภีมยืนอยู่ใต้สายน้ำมีฉากกระจกกั้นบาง ๆ โดยมีอิฐยืนอยู่ข้างนอก ใบหน้าคนอ่อนวัยกว่ามีทั้งความเป็นห่วงและอยากกระโดดถีบพร้อมกัน ไม่เคยได้ยินรึไงวะ ว่าห้ามกินของคนแปลกหน้า โดยที่ลืมไปว่าตัวเองนั่นแหละเป็นคนเริ่มเลย
“ไหวมั้ยอา”
“อือ ไหว เดี๋ยวอากลับไปนอนห้องตัวเองดีกว่า” ภีมตอบผู้เป็นหลานชายก่อนจะเดินโซเซมารับผ้าเช็ดตัวและนุ่งมันลวก ๆ ขืนอยู่ ไอ้หมอนี่ไม่รอดแน่
ผู้เป็นอารีบเดินลิ่ว ๆ กลับไปห้องตัวเองอย่างเร็ว ทิ้งให้อีกคนมองตามอย่างเป็นห่วง
อุณหภูมิที่เย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้ภีมรู้สึกหายร้อนได้เลย เหงื่อออกราวกับสายน้ำ นี่สินะอาการของอิฐวันนั้น ไม่คิดเลยว่าผลสุดท้ายต้องมาตกอยู่ในสภาพเดียวกัน บอกได้เลยว่าแทบบ้าจริง ๆ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมโทรหาทศพลจนแล้วจนรอด เพราะรู้ดีว่าคำตอบคงไม่พ้นเรื่องกวนบาทาให้โมโหหนักกว่าเก่า ดีไม่ดีเขาอาจโดนยั่วประสาทจนกระอักเลือดตายไปเลยก็ได้
“แอ๊ด” เสียงเปิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด รอยยุบตัวข้างที่นอนของเขาแสดงว่ามีคนนั่งข้าง ๆ ภีมรีบพลิกตัวอย่างเร็วเพื่อจัดการผู้บุกรุก แต่ทว่า
“โอ๊ะ!”
“อิฐ” ภีมเรียกเสียงเบา ใบหน้าแดงก่ำเหมือนคนเป็นไข้นั่นทำเอาอิฐใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
“ไม่เป็นไรนะอาผมอยู่นี่แล้ว” มือเรียวดึงอีกฝ่ายลุกมากอดปลอบเหมือนเด็กน้อย
“ช่วยอาหน่อย อาไม่ไหวแล้ว” เสียงอ้อนวอนน่าสงสารทำเอาอิฐใจอ่อนยวบ แต่ไม่ได้เว้ย 2 วันติด ๆ กันแล้วเดี๋ยวกูตายก่อน
แต่พอดูสภาพแล้วเขาเริ่มเข้าใจราง ๆ แล้วว่าทำไมตัวเขาถึงได้ยับเยินขนาดนั้น จริง ๆ อาจไม่ใช่ภีมหรอกน่าจะเป็นเขานี่แหละ จะว่าไปแล้วอาหนุ่มยังมีความรู้จักยับยั้งชั่งใจมากกว่าเขานะที่หนีกลับมานอนทั้งที่ตัวเองต้องทนแทบตาย เพียงเพราะกลัวว่าเขาจะบอบช้ำไปกว่าที่เป็นเท่านั้นเอง
“ผมยังไม่ค่อยชินน่ะนะ แต่จะพยายามแล้วกัน” ท่านประธานอาณาเขตกรุ๊ปตัดสินใจได้ในที่สุดก่อนจะตัดสินใจปลดชุดนอนของผู้เป็นอาเสียเอง พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นรบกวนเวลานอน ทำให้อิฐรีบพรวดพราดขึ้นมาคว้าเพื่อที่จะปิดเครื่อง เดี๋ยวไอ้แว่น เอ๊ย อาภีมจะตื่น แล้วตัวเองจะอดนอนหนักไปกว่าเก่า แต่เมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่ก็เปลี่ยนใจกดรับ
“ตัง ว่าไงวะ เอ๊ะ! ครับ ได้ครับ ผมจะรีบไป ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มรีบวางโทรศัพท์ก่อนที่จะเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หือ อะไร?” ภีมที่งัวเงียขึ้นมานั่งขยี้หูขยี้ตา เพราะจำได้ว่าอยู่ในห้องคนเดียว แล้วเห็นอิฐเข้ามา แล้วอิฐมาทำไมวะ? ตาคมเบิกกว้างขึ้น ชิบ...แล้วกู พอลำดับเหตุการณ์ได้ พ่อเจ้าประคุณก็ยิ้มแหย ๆ เอาอีกแล้วสิเนี่ย
“ผมจะไปดูเพื่อนหน่อย ห้องมันขโมยเข้า โดนทำร้ายด้วย มีคนโทรมา” อิฐที่กำลังดึงกางเกงใส่ลวก ๆ บอก ก่อนจะคว้าเสื้อยืดมาใส่
“อาไปด้วย” ภีมบอกก่อนจะรีบลุกขึ้นตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า
“ไหวเหรอ อาน่ะ นอนอยู่บ้านเหอะ” อิฐมองดูสารรูปอีกฝ่าย หูตาแดงก่ำ เสื้อผ้าหลุดหลุ่ย มองเหมือนถูกใครทำมิดีมิร้ายมา แต่คนที่ทำน่ะ ฝ่ายนั้นนะเว้ย ชายหนุ่มมองด้วยสายตาที่ดูถูกดูแคลนสุดฤทธิ์
สายตาที่อีกฝ่ายมองมาทำเอาภีมเจ็บจี๊ดไปถึงกระดองใจเลย ดูสายตาเธอสิ เธอจะมาดูถูกฉันไม่ได้ !?
“ไหวสิ” แต่ภีมพูดได้แค่นั้น
“ตามใจ” อิฐพูดแค่นั้น แม้จะเป็นห่วงสภาพของอีกฝ่ายที่ยังดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวยังไงเขาก็ต้องเป็นคนขับรถเองอยู่แล้ว
ณ โรงพยาบาล XXX
“เอ่อ ผมเป็นญาตินายสิตางค์ พนาศาล ครับ” อิฐแจ้งกับพยาบาลเวรที่เดินอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“อ๋อ ค่ะ คุณหมอคะ” เสียงเรียกของพยาบาลสาวทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินเตร่ไปเตร่มาหันกลับมาและตรงมาที่พวกเขา
“อ้าว ไอ้ทศ” ภีมทักเมื่อเห็นหน้า “คุณหมอ” ที่พยาบาลสาวทักชัดเจน
“ทศพล” หรือหมอทศ เป็นเพื่อนสนิทของภีม เจ้าของคำแนะนำสุดป่วนกวนบาทานั่นแหละ
“อ้าว ไอ้ภีม” ทศพลเองก็แปลกใจก่อนจะปะติดปะต่อได้ในที่สุด เมื่อเห็นอิฐที่กำลังวิ่งวุ่นเรื่องติดต่อห้องอยู่ ก่อนที่จะเล่าเหตุการณ์ที่เขาได้เข้าไปช่วยเหลือสิตางค์โดยบังเอิญ
“แกคิดว่ามันบังเอิญหรือวะ?” ทศพลถามเมื่อเล่าจบ ของในห้องจากที่เขาดูด้วยตาเปล่า นอกจากของที่แตกหักเสียหาย เหมือนมีแค่ร่องรอยการต่อสู้ ของยังอยู่ดีด้วยซ้ำ จากเวลาที่ไอ้เจ้าแมวกวนประสาทของเขาที่ร้องก่อกวนจนหนวกหู เพื่อนของอิฐน่าจะเตรียมตัวอาบน้ำเหมือนกัน ถ้าเขาเป็นโจร น่าจะฉวยโอกาสนี้หนีไป แล้วเอาโทรศัพท์ไปด้วยรึเปล่าวะ แต่นี่โทรศัพท์ยังอยู่ดี แม้กระทั่งแท็บเล็ตก็ยังอยู่ครบ
“แล้วแกว่ายังไงล่ะ?” ภีมย้อนถาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอิฐมันต้องเชื่อมโยงมาถึงสิตางค์อย่างแน่นอน จะคิดเป็นอย่างอื่นอะไรได้ นอกจากไอ้โม่งพวกนั้นมันต้องการบีบอิฐและคนที่อิฐรักทุกคน ซึ่งคงจะรวมไปถึงไอ้หนุ่มคนนี้แน่ ๆ แค่คิด ภีมก็เสียวแปลบในหัวใจแล้ว เมื่อนึกถึงความสำคัญของคนทั้งคู่ สายตาเผลอแสดงความไม่แน่ใจออกมา จนทศพลจับสังเกตได้
“แกเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่า ฉันเป็นห่วงทั้งอิฐ ทั้งเพื่อนของเขานั่นแหละ มันเป็นใครวะ?” ภีมกัดฟันกรอด ถ้ารู้ตัวพ่อจะกระทืบให้เตี้ยติดพื้นเลย
“อาภีม” อิฐที่ติดต่อเรื่องห้องเสร็จเดินเข้ามาสมทบ ชายหนุ่มก้มศีรษะให้ทศพลเล็กน้อย ทำให้อีกฝ่ายมีโอกาสมองอย่างเต็มตา อิฐกับภีมมีส่วนคล้ายกันมากเลยทีเดียว อย่างแรกคือ สีตา เพราะตาสีน้ำตาลอ่อนของคนในตระกูลอาณาเขตน่าจะมาจากคุณอำพลจึงถ่ายทอดมาถึงคุณอัษฎาและภีม ซึ่งก็คงถ่ายทอดมาถึงรุ่นหลานอย่างอิฐด้วย ชายหนุ่มเผลอมองจนภีมกระแอม ทศพลจึงเผลอค้อนไปหนึ่งที แค่มองยังหวง ไอ้แก่หัวงู
สายตาของเพื่อนมองและว่าอย่างนั้น ภีมอยากจะกระทืบนัก ใครล่ะแนะนำดีนัก แต่ชายหนุ่มได้แต่เก็บความคันแข้งคันขาไว้ในใจ ก่อนจะกล่าวแนะนำ
“นี่หมอทศพล เพื่อนอาเอง มันเป็นคนพาเพื่อนเรามาส่งโรงพยาบาล” พอภีมแนะนำ สายตาของอิฐจึงดีขึ้น ชายหนุ่มยกมือไหว้
“สวัสดีครับ อาหมอ ขอบคุณนะครับที่ช่วยเพื่อนผมไว้” จากสภาพที่หมอเจ้าของไข้คุยกับเขาคร่าว ๆ สิตางค์ยับเยินเกือบทั้งตัว ถ้าไม่ติดว่ามีคนไปพบเสียก่อน น่าจะโดนหนักกว่านี้
“เรียกพี่ทศดีกว่า ไม่อยากแก่เท่ามัน” ทศพลไม่ไว้หน้า ภีมเหล่ตามองอย่างหมั่นไส้ โห ไม่อยากแก่เท่ามัน เอ็งกะข้าเรียนรุ่นเดียวกันเปล่าล่ะ ข้าก็แก่กว่าไอ้คนข้างหน้านี่แค่ 4 ปีเปล่าวะ บังเอิญเป็นลูกพี่ชายเท่านั้นแหละว้า
“ครับ พี่ทศ”
“คนเจ็บให้ยา คงหลับอยู่ จัดการห้องพิเศษแล้ว นายสองคนกับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฟื้นแล้วพี่โทร” คำพูดตอนท้ายหันไปพูดกับอิฐ ดูสภาพแล้วยังกับไปรบกันมา
“เดี๋ยวตังค์มันฟื้นไม่เจอใคร” อิฐยังอิดออด
“เจอสิ เจอหมอกับพยาบาล เดี๋ยวพี่ก็เข้าเวรแล้ว” ทศพลพูดหน้าตาเฉยก่อนจะโบกมือให้ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องเวร
“กลับเถอะ ไอ้ทศมันเป็นหมอที่นี่จริง ๆ เราอยู่ก็ไม่มีประโยชน์” ภีมชวนก่อนจะรั้งแขนอีกฝ่ายให้เดินตาม