ตอนที่12. ความพยายาม

1125 Words
“สอบทนาย !! ” เสียงของทุกคนที่ต่างก็ร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากกับความคิดของพายุในตอนนี้ “เอาจริงดิ” ณตะวันถามก่อนใครเพื่อน “พี่พายุมั่นในรักมากค่ะ” ณดาวเสริม “มันจะไม่ลำบากเกินไปเหรอพายุพี่ว่าบางทีเราก็ปล่อยวางไว้บ้างก็ดีนะ” บัลลังก์เสริม “ไอ้นี่มันบ้าดีเดือด อย่าลืมว่าธุรกิจที่บ้านคืออสังหาริมทรัพย์นะโว๊ย” สมุทรเอ่ยขึ้นทันควัน “ก็ถ้าเป็นทนายแล้วมันจะมาบริหารธุรกิจไม่ได้หรือยังไง บริษัทก็ต้องการทนายดี ๆ ไม่ใช่เหรออีกอย่างคนอย่างผม ไม่เคยผิดพลาดทั้งเรื่องงาน และเรื่องความรัก ยิ่งถ้าสรุปหาสาเหตุที่ชัดเจนแบบนี้ไม่ได้ล่ะก็ คงต้องลองดูกันสักตั้งว่าจะออกหัวหรือออกก้อย” พายุพูดด้วยความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิด ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาเสียก่อน เขาหันไปมองหน้าจอก่อนจะกดรับสายในทันที “ว่าไง เพิ่งแยกกันเมื่อกี้มีอะไรว๊ะ” พายุถามเมื่อราเชนโทรเข้ามา “กูจะบอกว่าคืนนี้กูสองคนไม่ว่างพอดีว่าติดงานด่วนเอาไว้คราวหน้านะเพื่อน ” “เออ ไม่เป็นไรมีงานก็ทำไปเดี๋ยวกูไปเอง แค่นี้ก่อนนะทำงาน” พูดจบก็วางสายไปในทันที พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยก่อนจะดึงลิ้นชัก และเก็บรูปเอาไว้ที่เดิม พร้อมกับก้มหน้านั่งทำงานต่อไปเพราะนอกจากงานที่จะต้องตรวจสอบและหาสาเหตุในเรื่องอุบัติเหตุของพาฝันแล้วนั้น ยังมีงานอื่นอีกมากมายที่รอให้เขาต้องเคลียร์งานให้เสร็จ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาเย็นก่อนเลิกงาน “หัวหน้าครับกลับก่อนนะครับ” เอกเข้ามาบอกกับพายุที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ “อืม แล้วเจอกันพรุ่งนี้” พายุบอกแค่นั้นก่อนก้มหน้าทำงานต่อ ทางด้านดรีมเองก็รีบเก็บของกลับบ้านเพราะว่าเธอมีเรื่องที่จะต้องไปถามและไปสืบหาความจริงจากพ่อกับแม่ของเธอเช่นเดียวกัน บ้านดรีม “กลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวเดินเข้ามาภายในบ้านด้วยท่าทางที่สดใสไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ทำเอาคนเป็นพ่อและแม่ต่างก็ยิ้มให้อย่างมีความสุขเป็นอย่างมาก “มาเหนื่อย ๆ มานั่งให้แม่หอมสักฟอดแม่ว่าก็คงหายเหนื่อยแล้ว” แม่พูดและเดินไปโอบกอดลูกสาวอันเป็นที่รักของท่าน ดรีมยิ้มแก้มปริและสวมกอดแม่ก่อนที่เธอจะชิงหอมแก้มแม่เสียก่อน และเดินหาพ่อและปฎิบัติเช่นเดียวกันกับที่ทำกับแม่ของเธอ “หนูรักพ่อกับแม่นะคะ” ดรีมพูดออกมาด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมสุขก่อนจะนั่งถอนหายใจออกมาช้า ๆ “มีอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ที่ทำงานมีเรื่องให้ลำบากใจหรือเปล่า” แม่ถามด้วยความแปลกใจเป็นอย่างมาก “พ่อกับแม่รู้จักนามสกุลนี้ไหมคะ เตชะโภคินทร์ ” ดรีมถามและจับสังเกตพ่อและแม่ของเธอ แต่ทว่าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ผิดปกติเลยสักนิด “แน่นอนรู้สิ ว่ากันว่าตระกูลนี้เป็นตระกูลที่มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลเลยก็ว่าได้ ธุรกิจต่าง ๆ ในเครือมามากมายเรียกว่าเป็นอันดับ1ใน5 ของผู้มีอิทธิพลในประเทศก็ว่าได้ ว่าแต่ลูกถามทำไมเหรอ ” พ่อเอ่ยถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก “หนูทำงานที่นั่นค่ะ เจ้าของสำนักงานทนายคือคนในตระกูลนี้ค่ะพ่อ” ดรีมตอบออกมาด้วยรอยยิ้มเพื่อกลลเกลื่อนความสงสัยที่เธอได้รับข้อมูลมาจากพายุ “ว่าแต่เขาดีกับลูกไหม หรือว่ายังไงมีอะไรหรือเปล่าลูก” แม่ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก “ก็ดีนะคะตามประสาเจ้านายกับลูกน้อง มันย่อมมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างคนสองคนอยู่แล้วค่ะแม่” “แต่แม่ว่ามันต้องมีบ้างแหละที่เขาจะต้องเอ็นดูลูกของแม่ก็ลูกสาวแม่น่ารักขนาดนี้” “พ่อคะ แม่คะคือว่าหนูมีเรื่องที่อยากจะถามค่ะ” ดรีมรีบเอ่ยถามในสิ่งที่เธออยากรู้ นั่นไม่ใช่เพราะหน้าที่การงาน แต่นั่นเป็นเพราะว่าเธอเองต้องการที่จะไขความกระจ่างทั้งหมดนี้ให้กับครอบครัวของเธอเอง พ่อกับแม่มองหน้ากันด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก “มีอะไรก็ว่ามาเถอะลูก” ผู้เป็นพ่อบอกกับลูกสาวด้วยความเอ็นดู “ถ้าหนูถามแล้วพ่อกับแม่อย่าโกรธหนูนะคะ ที่หนูถามนั้นมันเป็นเรื่องที่หนูต้องการจะให้ครอบครัวของเราพ้นจากคำครหาได้เท่านั้นเองค่ะ” เมื่อได้ยินดังนั้นพ่อกับแม่ถึงกับหันมามองหน้ากันและพยักหน้าให้กับลูกสาวของท่านเอง “เรื่องอุบัติเหตุของพี่พาฝันที่ขับรถชนพ่อกับแม่ตอนนั้นมันยังไงกันแน่คะ หนูอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และทำไมตำรวจถึงตัดสินคดีอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญหลังจากงานศพคุณลุงกับคุณป้าหายไปไหม ทำไมถึงให้พ่อกับแม่เป็นคนจัดการเรื่องงานศพ รวมไปถึงที่เก็บกระดูกพี่พาฝันคะ” ดรีมถามและมองหน้าพ่อกับแม่ “เรื่องนั้น...” พ่อเอ่ยขึ้นมาด้วยความลำบากใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับลูกสาวได้ฟังอย่างละเอียด “ปะ ปะ....เป็นไปได้ยังไงกันคะเนี่ย ” ดรีมถึงกับตอบออกมาไม่เป็นภาษากับสิ่งที่เธอได้รับฟัง เมื่อตั้งสติได้เธอรีบลุกขึ้นยืน ทำเอาพ่อกับแม่ถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก “หนูลูกทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว และมันเป็นความตั้งใจของพาฝันนะลูก ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูเลยสักนิด” พ่อรีบทักท้วงขึ้นมาในทันที เช่นเดียวกันกับแม่ที่รีบพยักหน้าและจับมือของลูกสาวเอาไว้แน่น ด้วยเกรงว่าลูกสาวจะคิดอะไรที่มันไม่ค่อยจะเข้าที “หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะแม่ พอดีว่าคืนนี้ที่ทำงานมีกินเลี้ยงต้อนรับค่ะแม่ หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะไม่ทันการค่ะ น้องใหม่ไปสายมันจะไม่ดีจริงไหมคะ” ดรีมถามแม่และยิ้มให้ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องของตัวเอง พ่อกับแม่หันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ลำบากใจเป็นอย่างมาก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD