ดรีมเริ่มงานวันแรกโดยการเปิดคอมพิวเตอร์ และดูข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับครอบครัวของเธอ เมื่อสองปีที่แล้วที่เกิดอุบัติเหตุกับครอบครัวของเธอ ถ้าย้อนไปเมื่อสองปี่ที่แล้วนั่นก็คือตอนนั้นดรีมยังอยู่ที่โงรงพยาบาล เธอป่วยเพราะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ ที่ในตอนนั้นอาการค่อนข้างแย่เป็นอย่างมาก และในตอนนั้นครอบครัวของเธอก็ประสบอุบัติเหตุ
รถยนต์ของพ่อแม่ที่รีบเร่งมาดูลูกสาวเพียงเพราะคุณหมอบอกว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านอาการสาหัสเป็นอย่างมาก ต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจโดยด่วน และนั่นเป็นสาเหตุให้มีการรีบเร่ง และระหว่างการเดินทางมาที่โรงพยาบาลสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อรถยนต์ที่พ่อกับแม่เธอที่นั่งมาหาเธอที่โรงพยาบาลเกิดชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่ง แต่ทุกคนก็ปลอดภัยเป็นอย่างดี และไม่มีใครเป็นอะไร กระทั่งพ่อกับแม่บอกว่าคุณหมอหาหัวใจเปลี่ยนให้เธอได้แล้ว และนั่นวันเดียวกันนั้นเองเธอก็ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในทันที
ดรีมนั่งคิดอยู่นานก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรผิดปกติ เพราะว่าทุกอย่างได้รับการชดใช้ให้แก่กันทั้งสองฝ่าย
“แล้วมันผิดปกติตรงไหนกันล่ะ พ่อแม่ก็ทำตัวปกติ ไม่เคยพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุในครั้งนั้นอีกเลย จะมีก็แต่....” ดรีมนั่งนิ่งเงียบไปในที่สุด ก่อนจะเริ่มพิมพ์ข้อมูลที่เธอเริ่มคิดได้แต่ละอย่างไว้ในโน๊ตบุ๊คของเธอเอง
“จะเป็นไปได้ไหมนะ ที่พ่อบอกว่าวันนั้นถือว่าเป็นวันเกิดใหม่ของเรา แต่ทำไมมันไปตรงกันกับวันที่คนรักของหัวหน้าเสียชีวิตอย่างนั้นเหรอ แล้วคนรักของหัวหน้าเสียชีวิตเพราะอะไร “ ยิ่งคิดดรีมก็ยิ่งสับสนเป็นอย่างมาก ครั้นอยากจะถามพายุก็ไม่กล้าที่จะขึ้นไปหาเพราะเขาบอกว่าไม่จำเป็นก็อย่ามาห้องทำงานของเขา
“สืบเองก็ได้น่า” ดรีมบ่นและเริ่มเขียนสิ่งที่เธอต้องทำต่อจากนี้อีกครั้งว่าจะต้องทำอะไรบ้างต่อจากนี้ โดยที่เธอเริ่มจาก
-อุบัติเหตุของครอบครัว
-คู่กรณี
-ตัวตนของคนรักของหัวหน้า
-พี่สาวคนนั้นที่ครอบครัวให้ไปไหว้ทุกปี
“ทำไมมันเยอะแยะไปหมดนะ มันเรื่องอะไรกันแน่ หรือว่ามีอะไรที่หัวหน้ารู้และไม่บอกใครอย่างนั้นเหรอ ? แต่ทำไมในเมื่อเป็นคนรักของตัวเองทำไมหัวหน้าไม่ตามสืบเองตั้งแต่สองปีที่แล้วล่ะ มันเรื่องบ้าอะไรกันนะ” ดรีมได้แต่บ่นอยู่เพียงลำพังอีกทั้งยังคิดไม่ตกด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหนก่อนดี
ในระหว่างที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นพี่เอกที่นั่งทำงานอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้นมา
“น้องดรีมเที่ยงแล้วไปกินข้าวกัน เดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงเอง” เอกพูดขึ้นมาและพยักหน้า แต่ยังไม่ทันที่ดรีมจะพูดอะไรมากไปกว่านี้นั้นก็มีเสียงของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในสำนักงานเสียก่อน
“อ้าววันนี้มีน้องใหม่มาทำงานด้วยเหรอเนี่ย ดีจังสำนักงานจะได้มีสีสันสักทีนะ ” เอกและดรีมถึงกับหันไปมองด้วยความตกใจเป็นอย่างมากว่าใครกันที่เดินเข้ามา ก่อนที่เอกจะทักทาย
“อ้าวสวัสดีครับคุณราเชน คุณชนาธิป”
เอกทักทายทั้งสองคน ทำเอาดรีมยกมือไหว้ทั้งสองตามที่เอกทักทาย
“สวัสดีค่ะ” ดรีมกล่าวคำทักทายทั้งสองคนตามมารยาททำเอาทั้งสองยิ้มออกมาในความน่ารักของดรีม
“ว่าแต่จะไปไหนกันเหรอครับ ถ้าฟังไม่ผิดไปกินข้าวหรือเปล่าได้ยินแว่วๆ ว่าพี่เลี้ยง ” ชนาธิปเอ่ยถาม
“ดรีมนี่ คุณชนาธิป คุณราเชน เพื่อนสนิทของหัวหน้า ส่วนนี่น้องดรีมครับเพิ่งมาทำงานวันนี้เป็นวันแรก รู้จักกันไว้นะครับ” เอกแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน ชายหนุ่มทั้งสองคนพยักหน้า
“พี่ว่าถ้ายอย่างนั้นเราไปกินข้าวพร้อมกันดีไหมครับ เพราะว่าพี่สองคนก็นัดไอ้ เอ้ยนัดเจ้าพายุไว้ดีเลยจะได้ฉลองต้อนรับน้องใหม่กันดีไหมครับ ” ราเชนรวบรัดตัดความทันที ทำเอาชนาธิปรีบค้าน
“มึงนี่ก็นะ ไม่ถามน้องเขาสักคำว่าต้องการไปกินข้าวกับพวกเราไหม อย่าทำแบบนี้น้องเขาจะอึดอัดเอาเปล่า ๆ จริงไหมครับน้องดรีม” คราวนี้ชนาธิปถามและยิ้มให้กับดรีม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไรมากไปกว่านี้ ก็มีเสียงของพายุที่เดินลงมาจากบันไดดังขึ้นมาขัดทุกคนเสียก่อน
“น้องคงไม่สะดวกที่จะไปกับพวกเราหรอก อย่าไปรบกวนน้องพวกเราไปกันเองจะดีกว่านะ” พายุพูดขึ้นมาทำเอาทุกคนมองหน้าพายุพร้อม ๆ กันที่โดนเขาตัดบทไปในพริบตา
แต่ใครจะรู้ว่าดรีมกลับแก้ไขสถานการณ์มาได้
“ดีเลยค่ะ หนูขออนุญาตเรียกพี่ ๆ ทุกคนว่าพี่ได้ไหมคะ อย่างน้อยก็จะได้สนิทกันในระยะเวลาที่ฝึกงานที่นี่ หรือว่าถ้าไม่สะดวกหนูเรียกคำสุภาพได้นะคะ ”
ดรีมพูดและส่งยิ้มหวานให้กับทุกคนเว้นเสียแต่พายุเพียงคนเดียวที่ดรีมเมินไปทางอื่น
“ได้ ๆ ไม่ใช่ปัญหาเลยใช่ไหมไอ้ราเชน”
ชนาธิปรีบสะกิดเพื่อน ราเชนพยักหน้าและหันไปมองพายุ ก่อนจะถามเพื่อนอีกที
“ว่าไงไอ้พายุ หรือว่ามึงอยากให้น้องเรียกคำสุภาพ หรือว่าจะให้เรียกว่าพี่”
“แล้วแต่อยากเรียกอะไรก็เรียกใครห้าม ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ห้ามว่าจะเรียกอะไรก็มีแต่ไอ้เอกนั่นแหละที่ติดปากเรียกหัวหน้า ”
พายุตอบเพื่อนและมองหน้าเอก ทำเอาเอกได้แต่ยิ้มแหย ๆ อยู่อย่างนั้น
“เอาเถอะในเมื่อตกลงกันได้แล้วแบบนี้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันหมดนี่แหละ ไอ้พายุเลี้ยง” ราเชนสรุปทันทีทำเอาพายุส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา