เมื่อทั้งสองกลับมาถึงที่สำนักงานทนายความก็พบว่าเอกนั่งทำงานอยู่ตรงนั้นแล้ว พายุมองทนายรุ่นน้อง หากแต่เขาไม่พูดอะไรและเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที เอกมองหน้าดรีมด้วยความงุนงงแววตาตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น
"พี่เอกขาพี่รู้จักคนที่ชื่อพาฝันไหมคะเขาเป็นอะไรกับหัวหน้าล่ะค่ะพี่" คำถามของดรีมทำเอาเองหันไปมองคนที่เพิ่งจะเดินเข้าไปภายในห้องก่อนถอนหายใจออกมา ชายหนุ่มทำไมทำมือให้ดรีมนั่งลงก่อนที่เขาจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
"คุณพาฝันก็คือคนรักของหัวหน้าที่เขาวางแผนจะแต่งงานกันแต่โชคร้ายที่คุณพาฝันดันมาจบชีวิตลงเสียก่อนเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์"
คำตอบที่แน่ชัดของเอกทำเอาดรีมถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะค่อยๆลุกขึ้นได้เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
"อะไรกัน ทำไมมันถึงบังเอิญได้ขนาดนี้"
ดรีมาถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับของตัวเองและนวดมันเบาๆ ก่อนที่เธอจะค่อยๆเลื่อนมือลงมาจับตรงอกข้างซ้ายของเธอที่ตอนนี้หัวใจมันเต้นแรงเป็นอย่างมากแทบไม่เป็นจังหวะ
“ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้จักพี่พาฝันด้วยเหรอดรีม ?” เอกเอ่ยถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินดรีมเอ่ยถามเช่นนี้ ดรีมมองหน้าเอกและส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานของเธอต่อ” เอกได้แต่มองด้วยความงุนงง และได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ
ทางด้านพายุที่นั่งอยู่ในห้องทำงานเขาเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเปิดลิ้นชัก และหยิบรูปสาวคนรักออกมาดูด้วยแววตาที่แข็งกร้าวเป็นอย่างมาก
“ผมเจอคนที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณต้องจากผมไปแล้วนะครับ จากนี้ไปผมสัญญาว่าผมจะจัดการพวกมันให้สิ้นสาก” พายุขบกรามแน่นด้วยความโมโห และความโกรธแค้นที่มีอยู่เต็มอกของเขา
“พาฝันครับผมขอเวลาแค่ไม่กี่ปีเอาไว้เรียนจบเมื่อไหร่ เราสองคนจะแต่งงานกันนะครับ” พายุจับมือพาฝันเอาไว้แน่นสองสายตาผสานกันด้วยความรู้สึกที่รักมันที่มีให้แก่กันและกัน
“ได้ค่ะฝันจะรอพายุนะคะ ต่อให้ต้องตายกลายเป็นผีฝันก็จะรอพายุค่ะ” พาฝันพูดและหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจเป็นอย่างมาก พายุถึงกับมองหน้าและชักสีหน้าไม่พอใจใส่คนรักด้วยความเอ็นดู
“พี่ไมให้ฝันรอนานขนาดนั้นหรอกค่ะ หรือต่อให้ฝันตายพี่ก็จะตายตามและไปนอนอยู่ข้าง ๆ หลุมศพฝันดีไหมคะ” พายุพูดติดตลกแต่นั่นก็ทำเอาพาฝันรีบยกมือมาปิดปากชายหนุ่มในทันที
“ไม่เอาค่ะอย่าพูดแบบนี้ พี่พายุจะตายไม่ได้นะคะฝันแค่ล้อเล่นพี่ก็คิดเป็นจริงเอาซะได้” พายุได้ยินดังนั้นถึงกับดึงพาฝันมากอดเอาไว้และกดจมูกไปที่ศีรษะของหญิงสาวเบา ๆ ด้วยความรักที่เขามีให้กับเธอ
“จริงสิพาฝันพี่มีอะไรจะให้ด้วย รอแปบนะ” พายุพูดจบก็ลุกไปหยิบกล่องกำมะหยีสีแดงในลิ้นกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิม
“อะไรเหรอคะ อย่าบอกนะว่าจะขอฝันแต่งงาน” พาฝันพูดติดตลกเป็นครั้งที่สอง ทำเอาพายุหัวเราะออกมา
“ถ้าขอแต่งงานพี่ต้องอลังการกว่านี้ค่ะ นี่เป็นแค่ของแทนใจที่พี่จะให้ฝันติดตัวเอาไว้ ไม่ว่าเราจะอยู่ไกลกันแค่ไหน ฝันจะต้องคิดถึงพี่เป็นแน่นอน” พายุพูดจบก็เปิดกล่องกำมะหยี ก่อนจะหยิบสร้อยเพชรเส้นเล็ก ๆ ที่มีจี้เป็นรูปหัวใจสองดวงคล้องกัน
“น่ารักมากเลยค่ะพี่พายุ ฝันชอบมันที่สุดค่ะ” พาฝันพูดและยิ้มออกมาทำเอาคนที่อยู่ตรงหน้าแทบจะอดใจไม่ไหวในความน่ารักของเธอ
“มาพี่ใส่ให้” พายุพูดพร้อมกับขยับตัวและสวมสร้อยเส้นนั้นให้กับคนรักของเขา
“ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะห่างไกลกันคนละขอบฟ้าให้ฝันรู้ไว้ว่าจากนี้พี่จะมีเพียงพาฝันคนเดียวเท่านั้น”
“ขอบคุณนะคะพี่พายุ ฝันรักพี่พายุที่สุดเลยค่ะ” สองคนต่างก็โอบกอดกันด้วยความรักที่ทั้งสองคนมีให้แก่กัน
กระทั่งถึงวันที่พายุต้องเดินทางไปเรียนที่ ตปท. ทั้งสองต่างก็ล่ำรากัน เพี่อหวังว่าจะได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้งในวันที่พายุเรียนจบ แต่ใครจะไปคิดว่านั่นจะเป็นการจากลากันครั้งสุดท้าย
เพราะตั้งแต่จากกันมานั้น พายุก็ไม่ได้รับการติดต่อจากพาฝันอีกเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งวันหนึ่ง บัลลังก์พี่ชายคนโตได้โทรมาบอกกับพายุว่าพาฝันประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ พายุตกใจมากเขาเองที่ติดเรียนจนไม่สามารถไปร่วมงานศพเธอได้ และไม่สามารถไปส่งเธอไปยังสรวงสวรรค์เป็นครั้งสุดท้ายได้
“พายุแต่พี่คิดว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้มันดูเหมือนกับจงใจเกินไป ตำรวจสรุปคดีภายในวันเดียวจบ ”
นั่นคือคำพูดของสมุทรพี่ชายคนรองของเขาพูดในตอนที่พายุบินกลับมาเพื่อที่จะส่งพาฝันแต่ก็ไม่ทันได้ดูร่างอันไร้วิญญาณของเธอเป็นครั้งสุดท้าย
“ใช่ ผมก็ว่ามันน่าสงสัยเกินไปทั้งสรุปคดีเร็ว เผาเร็ว แบบนี้เหมือนกับทำลายหลักฐานเลยก็ว่าได้” ณตวันน้องชายอีกคนเอ่ยขึ้นมา
“แต่น้องได้ยินคนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าตอนนั้นพี่พาฝันยังไม่ตายนะคะ เพราะว่าได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย แต่ทำไมในข่าวบอกว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ” ณดาวน้องเล็กคนสุดท้องเอ่ยขึ้นมาบ้างทำเอาทุกคนเงียบไป และต่างก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ “พี่ว่าเราคงต้องสืบกันยาวเลยแบบนี้” บัลลังก์พูดขึ้นมาก่อนแต่ก็ถูกสมุทรที่เป็นไม้เบื้อไม้เมากันแย้งขึ้นมา
“สือบอะไรได้ว๊ะ ก็ปิดคดีไปแบบนี้ถ้าไม่ใช่ข้าราชการหรือว่าหน่อยงานรัฐ ญาติ ก็ทำได้ยากนอกเสียจากว่าจะมีคนมาทำเรื่องขอรื้อคดี และต้องมีทนายเก่ง ๆ ด้วยนะเอาแบบที่ว่า ว่าความทีเดียวชนะไปเลยงี้ แล้วเราจะไปหาที่ไหนก่อน เจ้าทุกข์ก็ไม่มี อย่าลืมว่าพาฝันอยู่กับป้าและลุงของเธอและทางนั้นก็ไม่ติดใจเอาความ” สมุทรพูดออกมาอย่างมีเหตุและผล
“ไม่เป็นไรดั่งสุภาษิตจีนพูดเอาไว้ สิบปีแก้แค้นก็ไม่สาย” พายุพูดขึ้นมาทันที
“มึงจะทำอะไรวะพายุ” สมุทรเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความสงสัย
“สอบทนาย !!”