เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังครั้งแล้วครั้งเล่าทำเอาดรีมต้องรีบดีดตัวเองลุกจากที่นอนด้วยความงัวเงียเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายถึงว่าวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่วันใหม่ ใช่ และวันนี้เธอต้องไปฝึกงานที่สำนักงานทนายความเป็นวันแรก เพราะฉะนั้นเธอจะไปสายไม่ได้โดยเด็ดขาด !!
“ตายแล้ว ตายแล้ววันแรกซะด้วยไม่น่าบ้าจี้ตามไอ้สองคนนั้นเลยหืม...” ดรีมบ่นไปด้วยอาบน้ำแต่งตัวไปด้วย ดีที่ว่าเมื่อคืนเธอไม่ดื่มหนัก ในตอนที่หยิบลิปสติกมาทานั้นก็ดันไปนึกถึงไอ้ผู้ชายปากหมาคนนั้นซะได้
“บ้าไปแล้ว บ้าจริง ๆ ไปคิดถึงเขาทำไมกันนะ” ว่าแล้วดรีมก็ทำท่าขนลุกขนพองเมื่อคิดถึงไอ้ปากหมาคนนั้นเอาซะได้ หญิงสาวรีบเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องนอนของตัวเอง เมื่อมาด้านล่างของบ้านก็พบว่าพ่อกับแม่กำลังนั่งจิบกาแฟยามเช้าที่หน้าบ้าน
“แม่คะ พ่อคะ หนูไปก่อนนะคะ ”
“ไม่หาอะไรรองท้องก่อนเหรอลูกเดี๋ยวจะหิวเอาได้นะ” แม่ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก
“ไม่ดีกว่าค่ะแม่ วันนี้ฝึกงานวันแรก หนูไม่อยากสายไปวันแรกพี่ ๆ ที่ทำงานต้องจดจำค่ะแม่” พูดจบหญิงสาวก็ตรงไปหอมแก้มพ่อกับแม่แล้วรีบขับรถออกไปในทันที ทำเอาพ่อกับแม่ได้แต่ส่ายหน้า
“แม่ดีใจนะพ่อ ที่อย่างน้อยลูกก็ได้มีชีวิตใหม่” แม่พูดออกมาด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ทำเอาพ่อต้องดุแม่
“ผมบอกแล้วไงคุณว่าอย่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกอยากให้ลูกรู้หรือยังไงกัน”
“แต่ว่าลูกก็สมควรรู้ไม่ใช่เหรอคะคุณ ? ”
“ถ้าลูกรู้แล้วลูกต้องเจ็บปวด คุณต้องการอย่างนั้นเหรอ ถ้าต้องการอย่างนั้นก็เชิญพูดได้เต็มที่ตามสบาย !! ”
“คุณก็พูดซะอย่างนี้แหละ ไปกินข้าวกันเถอะค่ะจะได้ไปทำงาน” แม่พูดและเดินออกไปในทันทีทำเอาพ่อถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช้า ๆ
สำนักงานทนายความพายุ
ดรีมเดินเข้าไปภายในสำนักงานก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ที่นั่งทำงานอยู่ทางด้านหน้า คิดว่าคงเป็นทนายหรือเจ้าหน้าที่อะไรสักอย่าง หญิงสาวเดินเข้าไปทักทาย
“สวัสดีค่ะพี่ หนูมารายงานตัวค่ะ เป็นทนายฝึกหัดค่ะนี่ค่ะเอกสาร” ดรีมยกมือไหว้และยื่นเอกสาร ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนั้นยิ้มให้ก่อนรับเอกสารมาอ่านดู
“อ่อ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับพี่ขอไปแจ้งหัวหน้าก่อน ” พูดจบก็ยื่นเอกสารคืนให้ดรีมพร้อมกับกดโทรศัพท์ภายใน
“หัวหน้าครับมีเด็กฝึกงานมารายงานตัวครับ หัวหน้าจะสัมภาษณ์เองหรือว่าจะให้ผมสัมภาษณ์ครับ”
“เดี๋ยวผมจัดการเอง พาเข้ามาได้เลยครับ”
“ครับผม ”
พูดจบก็วางสายไปในทันที ก่อนจะหันมาหาดรีมที่ยืนรออยู่ตรงนั้น
“พี่แนะนำตัวก่อนพี่ชื่อเอกนะ เดี๋ยวน้องเดินขึ้นไปชั้นสองนะแล้วก็เลี้ยวซ้าย จะมีอยู่ห้องเดียวนั่นแหละเคาะประตูก่อนเข้าไปได้เลย”
“ขอบคุณค่ะพี่เอก หนูชื่อดรีมนะคะพี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณนะคะพี่หนูขึ้นไปก่อนนะคะ”
“ครับไปได้เลย” เอกตอบและนั่งเก้าอี้เพื่อที่จะทำงานต่อ แต่ทว่าดรีมกลับเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งทำเอาชายหนุ่มตกใจ
“พี่เอกค่ะ หัวหน้าพี่ดุไหมคะ หนูจะได้เตรียมใจเอาไว้ค่ะ”
“ถ้าเป็นเรื่องงานก็เป๊ะทุกองศา ชัดเจนทุกระเบียบนิ้ว แต่ถ้าไม่มีอะไรหรือไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดก็ไม่มีอะไร เรียกได้ว่าเป็นคนใจดีคนหนึ่ง” เอกพูดและยิ้มให้ดรีม ก่อนที่ดรีมจะเดินขึ้นไป แต่พอหญิงสาวเดินขึ้นไปแล้วนั้นเอกก็พูดตามหลังขึ้นมาทันที
“ใจดีคนหนึ่ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เอกถึงกับหัวเราะเมื่อคิดถึงพายุที่ว่าเป็นคนใจดี เอาอะไรมาใจดี แต่ละวันยังกะหุ่นยนต์เดินได้ ถ้าเป็นละครไทยเรียกได้ว่ากลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากก็ว่าได้มั้ง แต่พอมานึกถึงตอนที่โมโหแล้วล่ะก็ พายุสมชื่อคุณเขาจริง ๆ เลยแหละ
“โชคดีนะครับน้องดรีม” เอกบ่นพึมพำอยู่เพียงลำพัง
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานดังขึ้นก่อนที่คนที่อยู่ด้านในห้องจะเอ่ยขึ้นมา “เข้ามาได้ครับ !! ” ดรีมที่ได้ยินดังนั้นไม่รอช้ารีบเปิดประตูเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว และทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไปนั้น แทบจะไม่ได้มองด้วยซ้ำไปว่าคนที่อยู่ในห้องจะทำอะไร เพราะดรีมรีบโค้งคำนับ และแนะนำตัวในทันที
“สวัสดีค่ะ ดิฉันสุพัตรา พัฒนวานิชสกุล มารายงานตัวค่ะ หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่าดรีมก็ได้นะคะ” ครั้นพอแนะนำตัวเสร็จก็รีบเงยหน้าขึ้น แต่ก็ทำเอาเธอเกือบล้มทั้งยืนก็ว่าได้เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตอนนี้นั้นเป็นใคร
“นี่นาย !! ...” ดรีมชี้หน้าแต่นั่นก็ทำเอาเธอพูดไม่ออกเมื่อมองป้ายที่โต๊ะทำงาน ทนายศรันย์ เตชะโภคินทร์ ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อดรีมถึงกับดึงเอกสารการรายงานตัวขึ้นมาดูว่าชื่อที่เธอต้องมารายงานตัวที่สำนักงานทนายความแห่งนี้คือใคร
“ทำไมถึงกับมือไม้สั่นเลยเหรอ ผมให้เวลาคุณจัดการกับความคิดตัวเอง 5 นาที ว่าคุณต้องการจะฝึกงานที่นี่ต่อหรือไม่ หรือว่าจะทำเรื่องย้ายไปฝึกงานที่อื่น” พายุพูดจบก็หันไปมองวิวด้านนอกแต่ก็แอบถอนหายใจ และหวังว่ายัยเด็กคนนี้จะเลือกทางเลือกสุดท้าย นั่นก็คือย้ายไปที่อื่น เพราะว่าเขาไม่อยากสู้รบปรบมือหรือว่าต่อปากต่อคำอะไรกับเด็กคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ทว่าเขาคิดผิดเป็นอย่างมากเมื่อดรีมพูดขึ้นมา
“ดิฉันมารายงานตัวค่ะ นี่ค่ะเอกสารการรายงานตัว” พูดจบก็วางเอกสารไว้ที่บนโต๊ะ ทำเอาพายุถึงกับหันหน้ามามอง และหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน
“พร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่ ? ” พายุถามทันทีที่อ่านเอกสารจบ
“พร้อมเริ่มงานวันนี้เลยค่ะ หวังว่าหัวหน้าจะแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวที่เราเจอกันเมื่อสองครั้งก่อน ซึ่งมันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ได้นะคะ ส่วนดิฉันก็จะแยกแยะเช่นกันค่ะ” ดรีมถึงกับกลั้นใจพูดออกมาอย่างน้อยเธอต้องจัดการกับตัวเองก่อน
“อืม ผมแยกแยะอยู่แล้ว โต๊ะทำงานของคุณอยู่ชั้นล่างตอนที่เข้ามาเมื่อกี้ไปถามเอกได้ว่านั่งตรงไหน ส่วนงานแรกของเธอไปเอาเอกสารที่เอกไปทำลายทิ้ง”
“อะไรนะคะทำลายเอกสาร ? ”
“ใช่ หรือว่าไม่ทำ”