เตชะโภคินทร์ ตระกูลใหญ่ที่ติดอันดับท็อป 10 มหาเศรษฐีของเมืองไทย มีธุรกิจมากมายที่อยู่ในครอบครอง ทั้งบ้านหลังใหญ่ที่ไม่ต่างจากคฤหาสน์ ทว่ากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น ลูกๆ แต่งงานมีครอบครัวก็พากันย้ายออกไปจนหมด
แม้จะมีแวะเวียนกลับมาเยี่ยมผู้เป็นแม่บ้างตามโอกาส แต่สำหรับหญิงชราวัยใกล้ 70 ปี กลับรู้สึกว่าบ้านเงียบเหงาจนอยากหาเรื่องเจอหลานๆ วันละหลายๆหน และเช่นเดิมวันนี้เลยอยากจะหาเรื่องเจอกับหลาน ๆ ตัวดีสักหน่อย
“แม่ดา เข้ามานี่หน่อย”
วัลดา แม่บ้านคนเก่าคนแก่ อีกทั้งยังเป็นคนสนิทที่อยู่กันมาตั้งแต่สมัยคุณหญิงพิศสมัยยังสาว จนตอนนี้อายุก็เข้าวัยกลางคนเข้าไปแล้ว ดูแลกันจนตายกันไปข้าง มีลูกมีหลานก็ได้คุณหญิงท่านส่งเสียให้เรียนจนจบ เลยอยู่ข้างกายท่านมาจนทุกวันนี้
“ค่ะคุณหญิง”
วัลดาคลานเข่าเข้ามาหาเจ้านายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่โซฟา ก้มหัวพร้อมรับคำสั่ง
“เธอไปดูซิว่าวันนี้มีใครเข้ามาที่บ้านหรือยัง ช่วงนี้เป็นเงียบๆ เหงาๆ หลานฉันมันไม่อยากได้แล้วใช่ไหมสมบัติ เดี๋ยวแม่จะตัดออกจากกองมรดกให้หมด” คุณหญิงใหญ่หรือคุณย่าถึงกับโมโหเป็นอย่างมาก
มีหลานก็ตั้งสี่ห้าคน ไม่เห็นมีใครจะได้ดั่งใจ
“บัลลังก์” หลานคนโตที่ตั้งใจฝากความหวังเอาไว้ก็ลุยธุรกิจตัวเองไม่สนใจกลับมาสานต่อตำแหน่งประธานที่เว้นว่างเอาไว้ให้
เจ้าสมุทรหลานคนรองทำอะไรไม่ทำดันไปเปิดอ่างอบนวด แถมเปิดดีเสียด้วยไปได้สวยจนย่าอย่างเธอ(นาง)ถึงกับกุมขมับทุกเช้าเย็น
พายุ หลานคนที่สามก็ดูจะเข้าท่าหน่อย เพราะเป็นถึงทนายคนเก่งของตระกูล อีกทั้งยังมีสำนักงานทนายความเป็นของตัวเอง แต่เสียอยู่อย่างเดียวที่ไม่ต่างกันจากหลานคนอื่น ๆ นั่นก็คือ
เขาเป็นทนายไม่คิดเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจของครอบครัว เพราะเขาไม่ได้สนใจในส่วนนี้เลยสักนิด แต่ยังดีที่พายุยังรับงานให้กับคนในครอบครัว
ณตะวัน หลานคนที่สี่ ตอนนี้เป็นดีลเลอร์รถหรูใช้ชีวิตเหมือนเสือไม่เหลียวหลังมามองคนแก่ๆ ที่รออยู่ที่บ้าน
ที่พอจะฝากความหวังเอาไว้ได้หน่อยก็คงจะมี ณดาว หลานคนเล็กนี่ล่ะ แต่เจ้าตัวก็ยังเป็นนักศึกษาอ่อนประสบการณ์เกินไปอีก
“เฮ้อ เกิดมามีลูกมีหลานเยอะก็ใช่ว่าจะดี เห็นทีว่าต้องรีบหาทางกดดันให้พวกมันกลับมารวมตัวกัน จะได้หารือว่าจะยกบริษัทที่เป็นธุรกิจของบ้านให้ใครดี” คุณย่าพิศสมัย คุณย่าของหลาน ๆ ทั้ง 4 ถึงกับบ่นออกมาเพียงลำพัง ตามความเป็นจริงที่นางรู้จักและสัมผัสได้
หนุ่ม ๆ ทั้ง4 จะมีเรื่องราวที่น่าติดตามกันมากน้อยแค่ไหนต้องไปติดตามกันนะคะ มาลุ้นกันว่า หนุ่ม ๆ ทั้งสี่คนนั้นจะแผงฤทธิ์อะไรกันบ้าง และคุณย่าจะรับมือกับหลานทั้งสี่คนของท่านได้หรือไม่ต้องไปติดตามกันนะคะ
สำนักงานทนายความของพายุ
พายุหนุ่มดีกรีนักเรียนนอก ทั้งรูปหล่อพ่อรวย ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนสาว ๆ ยังตามกรี๊ดไม่มีหยุด เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มเพียงนิดหัวใจของสาว ๆ ก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มกันเลยทีเดียว
กับเจ้าของฉายา รอยยิ้มกระตุกวิญญาณ นี่เอาแค่รอยยิ้มนะ ส่วนคำพูดคำจานั้นรับประกันได้ว่า หมา 100%
ที่แม้ว่าที่บ้านจะรวยมากมายแค่ไหนแต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะทำอาชีพทนายทั้งที่ ที่บ้านต่างพากันขัดขวาง แต่เขาก็ไม่ยอมละทิ้งความพยายามของเขา และที่สำคัญเขาดันสอบติดและทำได้ดี และนั่นเลยทำให้ไม่มีใครที่จะขัดขวางความตั้งใจอันแน่วแน่ของพายุได้ และเพราะเป็นลูกเพียงคนเดียวของพ่อแม่ ก็เลยถูกท่านทั้งสองตามใจมาโดยตลอด นี่ก็คืออีกหนึ่งข้อเสียของเขาที่ถูกพ่อแม่ตามใจนั่นเอง ไม่ว่าอยากได้หรือว่าอยากจะทำอะไรก็ตาม เมื่อเขาอยากได้เขาต้องได้ !!
พายุยืนมองที่ริมหน้าต่าง เพราะดูจากเวลาแล้วก็ใกล้จะถึงเวลาที่นัดเจอกันของทุกคน แค่เขาอยากจะรู้ว่าใครจะเป็นคนที่ตรงต่อเวลาที่สุด ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วก็ตาม อีกทั้งตอนนี้เขายังเป็นเจ้าของสำนักงานทนายความแห่งนี้ และที่ทำให้เขาถึงกับปวดหัวและยกมือกุมขมับไปในทันที เพราะทุกครั้งที่นัดรวมตัวกันในเวลากลางวันนั้น ที่นี่จะเป็นสถานที่นัดพบกันเป็นอย่างดีของเหล่าพี่น้องทั้ง 5 คน
“ 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 0 ”
พายุนับถอยหลังกระทั่ง..รถยนต์หรูแต่ละคันที่บ่งบอกสไตล์และเอกลักษณ์ของเจ้าของรถ กำลังขับมาจอดยังลานจอดรถของสำนักงานทนายความของพายุที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาและเธอ ชายหนุ่มยืนมองดูรถยนต์แต่ละคันที่ขับเคลื่อนเข้ามาภายในสำนักงานของเขา
เริ่มจากโรลส์รอยซ์ใหม่เอี่ยมที่จอดนิ่งสนิทลงเป็นคันแรก คนที่บังคับพวงมาลัยมาเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากร่างสูงโปร่งของบัลลังก์ หลานชายคนโต พี่ใหญ่แห่งตระกูลเตชะโภคินทร์ผู้ที่ใครต่อใครต่างรู้จักในนาม ‘เจ้าชายน้ำแข็งแห่งแวดวงธุรกิจ’
จิ จิ จิ พายุถึงกับ จิ ปากและส่ายหน้าเมื่อยืนมองดูพี่ใหญ่ลงจากรถด้วยท่าทางที่เนี๊ยบเป็นอย่างมาก มือข้างหนึ่งของบัลลังก์ยกขึ้นเสยเส้นผมของตน พลางใช้ดวงตาสีเดียวกับเปลือกไม้ทอดมองไปรอบ ๆ ลานจอดรถ
ใบหน้าของเขาเรียกได้ว่าถอดแบบความหล่อจากผู้เป็นพ่อมาครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจมูกโด่งได้รูปหรือสันกรามสุดคมคายที่น่าหลงใหล ส่วนมืออีกข้างก็ขยับจัดเนคไทของตนให้เข้าที่เข้าทาง
ตามมาด้วยสมุทรพี่รองสุดห้าว ฉายา ‘ทะเลสุดเค็ม’ ที่ไม่ว่าจะทำอะไรเขาต้องคำนวณความคุ้มค่าเสมอ แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่เว้น ไม่มีทางมาเอาเปรียบกอบโกยเงินทองจากเขา หากสมุทรขาดทุนแม้แต่สลึงเดียวน่ะหรือ เขาจะทวงทบต้นทบดอกชนิดที่ว่าตายกันไปข้างหนึ่งเลยเชียวล่ะ
“มาดเข้มเสียจริง ๆ แต่ละคนให้ตายเถอะ” คราวนี้พายุถึงกับล้วงกระเป๋าตัวเองมองพี่คนที่สอง ส่งสายตาพิฆาตให้กับพี่ชายคนโต ก่อนที่สายตาคู่นั้นของเขาจะเป็นประกายอีกครั้งเมื่อเมื่อเห็นรถอีกคันที่ขับเคลื่อนเข้ามา
นั่นก็คือโรลส์-รอยซ์สีแดงเพลิงราคาเหยียบร้อยล้านของ ณตะวัน เจ้าของดีลเลอร์รถหรูจากยุโรปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เขามาพร้อมกับน้องสาวที่อายุห่างกันถึง 7 ปีนั่งขนาบข้าง ณดาว หญิงสาวเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มทว่าบุคลิกกลับโตเกินวัย สวยจนพี่ชายหวงไม่กล้าแม้แต่จะให้นั่งรถไปเรียนเองต้องเป็นตัวเองไปรับไปส่งเท่านั้น
“กว่าจะมาพร้อมกันได้นะ ไม่ไหวจริง ๆ พวกนี้”
พายุยังคงบ่นให้กับทุกคน ก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง พร้อมกับนั่งไขว่ห้างอีกทั้งยังควงปากกาเป็นว่าเล่น ทันทีที่ประตูห้องทำงานของเขาถูกเปิดเข้ามา ที่นำทีมโดยพี่ใหญ่และตามด้วยน้อง ๆ นั้นทำเอาเขาถึงกับต้องส่ายหน้าในทันที เพราะต้องเตรียมรับมือกับพี่น้องทั้ง 4 ของเขาที่แต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาเลยสักคน
“ว่าแต่…ทำไมต้องเป็นที่นี่ทุกที” พายุเอ่ยถามและกวาดสายตามองมาที่ทุกคนที่กำลังหาที่นั่งตามแบบฉบับของตัวเอง
“ไม่ให้ไปที่บริษัทหรอกนะ ถ้าขืนไปบรรดาสาว ๆ พนักงานไม่เป็นอันทำงานกันพอดี” พี่ใหญ่อย่างบัลลังก์รีบเอ่ย ก็อย่างว่าผู้ชายตระกูลนี้มันเกิดมามีหน้าตาเป็นอาวุธ ไม่ต้องทำอะไรสาวๆ ก็มองตามแทบจะเหลียวหลัง
“ถ้าจะนัดไปลงอ่างก็ไม่ได้อีก น้องเล็กของเราเป็นผู้หญิง ไม่ดี ไม่ดีแน่ๆ” สมุทรพูดพร้อมกับส่ายหน้าออกมา
“แต่จริงๆ ถ้าพี่พายุไม่สะดวกให้ใช้สถานที่ ไปโชว์รูมพี่ตะวันก็ได้นะคะ ยังไงพี่ก็ชอบพาสาวๆ ไปเจ๊าะแจ๊ะไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวันอยู่แล้ว” ณดาวพูดติดตลก แต่คนถูกพาดพิงอย่างณตะวันไม่ตลกด้วย
“อย่าแม้แต่จะคิด แล้วใครพาสาวไปเจ๊าะแจ๊ะอะไรยัยดาว อย่ามาพูดมั่วๆ นะ” ทั้งชีวิตนี้ ณตะวันไม่เคยข้องแวะกับผู้หญิง นอกจากลูกค้าที่ต้องติดต่องานกันเท่านั้น
“น้องแค่ล้อเล่น พี่ตะวันจะซีเรียสทำไมคะ?”
“เดี๋ยวเถอะๆ” ตะวันหันมาปรามน้องในไส้ของตัวเอง
“ว่าแต่ที่นัดกันมาเนี่ยมีอะไรเพิ่มเติมเหรอครับนอกจากที่คุณย่าบอกก็เครียดมากพอแล้วนะครับ” พายุพูดขึ้นมาพร้อมกับเก็บแฟ้มเอกสารเข้าที่และมองมาที่ทุกคน เพื่อหาคำตอบของการนัดรวมตัวกันในครั้งนี้
จะมีเรื่องอะไรอีกที่เรียกเหล่าพี่น้องที่รวมตัวกันยากที่สุดในโลกมารวมกันโดยไม่ได้นัดหมายแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะย่าสุดที่รักส่งคำขู่ว่าถ้าไม่มีใครมีหลานให้ภายในปีหน้า จะต้องกลับมาทำงานให้กับบริษัทของครอบครัวโดยไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น
“ก็แค่มีหลานให้ย่าเอง พี่ๆ เองก็มีสาวมารุมตั้งเยอะแยะ เลือกมาสักคนจิ้มๆ แล้วก็จบไม่ได้เหรอคะ”
“พูดง่ายนะเรา อย่าบอกนะว่าตอนเรียนก็คิดแบบนี้ นี่มีแฟนหรือยัง มีอะไรกับแฟนไปแล้วหรือเปล่า?” สมุทรเองก็เริ่มปรามน้องสาวไม่ต่างกันกับตะวัน
“เธอพูดยังกะว่าพวกพี่จะหาผู้หญิงเหมือนกล่องจุ่มเลยนะยัยตัวแสบ” พายุหันมาทำตาดุใส่น้อง ที่ใจกล้าเกินงามจนพี่ๆ เริ่มเป็นห่วง ด้วยความที่ย่าเลี้ยงหลานสาวคนเล็กมาเองกับมือมีความตามใจมากกว่าหลานชายที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อย ทำให้ติดนิสัยเอาแต่ใจจนหลายครั้งแม้แต่พ่อแม่ก็เอาไม่อยู่ ได้แต่ท่องในใจว่า ลูกกู กูเลี้ยงมา น้องกู กูเลี้ยงมาเอง และปิดท้ายด้วยคำว่าเป็นเหมือนกู
“พี่สมุทรมองน้องในแง่ลบเกินไปหรือเปล่าคะ น้องพูดเล่นไม่ได้จริงจังซะหน่อย”
“เล่นก็ให้เป็นเล่นนะ ย่ายิ่งอยากอุ้มหลานไวๆ เอาเรื่องนี้มาขู่พวกพี่ ระวังจะโดนจับแต่งงานไม่รู้ตัว” สมุทรถึงกับข่มขู่น้องสาวเพราะไม่อยากมีหลานนั่นเองเรื่องนี้เลยทำให้เขาดูจริงจังมากกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
“แล้วคือจะเอายังไงดี กูไม่พร้อมมีลูก ยังไม่อยากเป็นคุณพ่อมือใหม่ตอนนี้ ทำยังไงให้ย่าเปลี่ยนใจ” บัลลังก์ยกมือขึ้นกุมขมับอีกรอบ ระหว่างกลับมาทำธุรกิจครอบครัวกับที่บ้าน กับมีหลานให้ย่าอุ้มเขาไม่อยากทำทั้งคู่
“นี่ๆ ไม่ต้องมาเหล่กูเลย ดูก่อนเถอะ ข้างกายกูมีสาวนับพันๆ คน แค่ทำให้พวกนั้นอยู่กันให้สงบได้นี่ก็กินแรงกูไปถึงไหนแล้ว อย่าคิดมาโยนขี้ให้กู”
สมุทรอดดักคอทุกคนก่อนไม่ได้ เพราะถึงเขาจะมีผู้หญิงรุมล้อมก็ใช่ว่าอยากได้เอามาทำแม่พันธุ์เสียหน่อย
“เบื่อไอ้พวกร้อนตัวจังว่ะ” บังลังก์แขวะน้องชายในสายเลือด แล้วผลที่ตามมาคือ สายตาดุจัดของน้องชาย
“ถ้าไม่อยากปากมีสีไปหาคุณย่าก็หุบปากซะนะ” สมุทรไม่ได้ขู่ เขาเอาจริงแน่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหยุด
“อย่าเพิ่งตีกันเลยน่า” พายุเบื่อฟังเต็มทน
“มาคุยกันให้จบๆ ดีกว่า งานนี้คุณย่าเอาจริงแน่ แต่ขอออกตัวก่อนว่าไม่สะดวกมีลูกให้คุณย่า”
คราวนี้พายุเองก็รีบออกตัวไม่ต่างจากพี่น้องทุกคนเช่นกัน แต่กลับถูกสมุทรตีแสกหน้าเอาซะอย่างนั้นทำเอาทุกคนถึงกับนิ่งเงียบไปในทันที
“มึงยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกเหรอ?” สมุทรถามน้องชายร่วมสกุล
พายุตวัดสายตามองมาที่สมุทร เขารู้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องไหน
“ไม่เสือกสักเรื่องจะดีไหมพี่”
“เอ้าไอ้เวรนี่ ถามดีๆ เสือกตอบกวนตีน”
สมุทรปากไวว่าทันที ดีนะเป็นน้องไม่อย่างนั้นคงได้เตะก้านคอไปแล้ว
ส่วนพายุเขาฟังพี่ชายที่ไม่ค่อยอยากเรียกว่าพี่สักเท่าไหร่อย่างเงียบ ๆ มีเพียงสายตาของเขาเท่านั้นล่ะที่ประกาศให้อีกฝ่ายรู้ว่า ‘กูไม่พอใจมึงมากๆ เลยว่ะ!’
“ไอ้สมุทร มึงจะไปด่าไอ้พายุมันไม่ได้นะ ทีเรื่องของมึงยังไม่ให้ใครแตะเลย”
“เรื่องอะไรของกู?” สมุทรหันมาจ้องตาบังลังก์
“ก็เรื่องเด็กผู้หญิงแถวบ้านเก่าไง ที่มึงคิดจะเลี้ยงต้อย”
เพียงพี่ชายเอ่ยมา สมุทรถึงกับถีบเก้าอี้ที่บังลังก์นั่ง ดีที่มีณดาวนั่งอยู่ใกล้ๆ พี่ชายคนโตจึงไม่ล้มหงายท้องไปกองกับพื้น
“ไอ้สมุทร กูพี่มึงนะ”
“ไม่ถูกตบบ้องหูก็บุญเท่าไหร่แล้ว” สมุทรว่าอย่างฉุนๆ ก่อนจะทำเป็นนั่งลงแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงหน้าเขาจะนิ่ง แต่ในใจก็เดือดเป็นไฟเมื่อมีใครมาสะกิดให้เขานึกถึงเด็กคนนั้น
“ยิ้มอะไรของมึงวะไอ้ตะวัน คนเขาให้มาปรึกษากันมานั่งเล่นมือถืออยู่ได้”
คนถูกถามถึงกับรอยยิ้มหายไปจากใบหน้าในทันที รีบเก็บมือถือลงกระเป๋าเสื้อแทบไม่ทัน
“ไม่ปรึกษาอะไรทั้งนั้นอะ ผมไม่คิดมีเมียมีลูกอยู่แล้ว แล้วนี่จบหรือยัง ถ้าจบแล้วผมจะได้กลับ”
“จะรีบไปไหน?”
“ไม่ไปไหนทั้งนั้นอะพี่ แต่มีงานต่อ ไปยัยดาว จะกลับด้วยกันเลยไหม”
“กลับเลยเหรอ กลับไปน้องก็ไปนั่งเหงาที่โชว์รูมพี่อีกอะ ไม่เอา น้องให้เพื่อนมารับ”
“ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ก็จบกันแค่นี้ รวมกันเราอยู่แยกหมู่ตายหมด”
พายุพูดปิดท้ายพร้อมกับผายมือเชิญให้ทุกคนออกไปจากสำนักงานได้แล้ว เพราะตั้งแต่พวกนี้มานั่งในสำนักงานแทบจะหาสาระอะไรไม่ได้เลย นอกเสียจาก “สาระแน” พวกเดียวกันเอง
“ไอ้นี่ไล่ทางอ้อม” บัลลังก์พูดและเดินออกไปทันที ตามด้วยสมุทรที่พอเดินผ่านพายุเท่านั้นก็ยกมือทำท่าเชือดคอใส่น้อง
ณดาวเห็นเข้าก็หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเดินตามออกไปเป็นคนสุดท้าย เมื่อทุกคนออกไปจนหมด ทำเอาพายุถึงกับถอนหายใจออกมาในทันที ก่อนจะดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขา แล้วหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาดูด้วยแววตาที่เศร้าหมองเป็นอย่างมาก
“ถ้าคุณอยู่ตรงนี้ผมจะไม่หนักใจเลยสักนิด พาฝัน !! ”
พายุได้แต่บ่นงึมงำให้กับรูปถ่ายเพียงใบเดียวที่เขามีอยู่ในตอนนี้นั่นเอง เป็นภาพใบสุดท้ายที่เขาหลงเหลือ เป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่มีอยู่จริง ๆ