งั้นจีบนะ

1618 Words
กว่าจะรู้ตัวอีกที ภัททิราก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวของคเชนทร์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านี้สติเธอได้ล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง จำแทบไม่ได้ว่าขึ้นมาบนนี้ได้อย่างไร เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ในบางครั้งเมื่อหันกลับมาก็บังเอิญสบตากับ กฤษณ์ดนัย ซึ่งชายหนุ่มก็ส่งยิ้มให้เธอทุกครั้ง ท่าทางของเขานั้นดูเป็นปกติ คงมีเพียงแค่เธอที่รู้สึกผิดหวัง ภัททิราได้แต่ถอนหายใจออกมา นั่งไว้อาลัยในความผิดหวัง อุตส่าห์ได้เจอชายในฝันที่ตรงสเปก แต่ทว่าเขาดันกลายเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเพื่อนรัก สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจควานหาที่ปิดตาในกระเป๋าออกมาสวม แสร้งทำเป็นนอนหลับจะได้ไม่ต้องเห็นใบหน้าหล่อเหลาให้เกิดความเสียดายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และด้วยความอ่อนเพลียสะสมจากการทำงานโต้รุ่ง ทำให้ภัททิราผล็อยหลับไปจริง ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คเชนทร์มาปลุกให้เธอไปขึ้นรถที่เขาเตรียมไว้ให้ เพื่อให้ภัททิราเดินทางล่วงหน้าไปหากันติชาที่วิลล่าก่อน โดยพวกหนุ่ม ๆ จะตามไปทีหลังตามที่ได้วางแผนกันไว้ และในค่ำคืนนั้นหลังจากสาว ๆ ได้ เคานต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่กันไปเป็นที่เรียบร้อย คเชนทร์ก็ปรากฏตัวขึ้นเซอร์ไพรส์ขอกันติชาแต่งงานท่ามกลางความยินดีของทุกคน จากนั้นสาว ๆ ก็แยกตัวออกมานั่งเล่นริมสระว่ายน้ำ ปล่อยให้หนุ่ม ๆ นั่งดื่มสังสรรค์กันอยู่ในบ้าน “เย้ เพื่อนฉันขายออกอย่างเป็นทางการแล้ว” โบนิตากล่าวยินดีกับกันติชา ระหว่างที่สามสาวเพื่อนซี้ อันได้แก่ ภัททิรา กันติชา และโบนิตากำลังนั่งดื่มฉลองกันอยู่ริมสระว่ายน้ำ พวกเธอสามคนคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาตลอดสี่ปี ถึงแม้ว่าหลังจากเรียนจบ โบนิตาจะย้ายไปทำงานต่างประเทศ แต่พวกเธอก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ต่อให้ไม่มีเรื่องอะไรคุยกัน อย่างน้อยพวกเธอก็จะต้องส่งข้อความไร้สาระหากันในไลน์กลุ่มทุกวัน ในปีที่ผ่านมานี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น หนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นก็คงต้องยกให้เรื่องของ กันติชาเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด ใครจะไปคิดว่าพวกเธอสามคนที่ครองตัวเป็นโสดมาโดยตลอด เมื่อได้เจอคนที่ใช่แล้ว อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากันติชาก็จะสละโสดแล้ว ส่วนเธอและโบนิตานั้นก็คงต้องอยู่กันแบบโสดสนิทกันต่อไป เพราะผู้ชายดี ๆ ในสมัยนี้นั้น หายากพอ ๆ กับการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ขนาดได้เจอคนที่ถูกใจก็ดันมากลายเป็นพ่อของเพื่อนไปอีก พอคิดได้แบบนั้นภัททิราก็เหลือบไปมองหนุ่ม ๆ ภายในบ้าน ก็ไปสบตาเข้ากับกฤษณ์ดนัยเข้าพอดี หนำซ้ำเขายังส่งยิ้มอ่อนโยนมาสั่นคลอนหัวใจเธออีก หญิงสาวจึงต้องรีบดึงสายตากลับมาในวงสนทนาของตัวเอง “ขอบใจมากนะพวกแก ฉันรักพวกแกมากเลย ฮือ” กันติชากล่าวพร้อมน้ำตาเอ่อคลอ “อ้าว บ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว” ภัททิราเห็นก็รีบดักคอ “แพท แกไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย สักวันหนึ่งถ้าแกเจอคนที่ใช่ แกก็ต้องเป็นแบบฉันนี่แหละ” ภัททิรายิ้มแหยพร้อมความคิดในหัว ‘ฉันเจอแล้วย่ะ แต่เขาเป็นพ่อของแกเนี่ยสิ’ หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากคุยเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ให้ปวดใจในตอนนี้ “จ้า เหม็นความรักไม่ไหว ไปหากับแกล้มเพิ่มดีกว่า ความรักของฉันตอนนี้คือหมูสามชั้นเท่านั้น” ภัททิราว่าจบก็ลุกพรวดขึ้นเดินเข้าบ้าน ปล่อยเพื่อนรักทั้งสองให้ซาบซึ้งดื่มด่ำกับความ โรแมนติกต่อไป ส่วนคนที่อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มอย่างเธอก็ขอไปหาหมูสามชั้นเยียวยาจิตใจแทนดีกว่า หญิงสาวเดินตรงเข้าไปในห้องครัว เห็น เตาอบกำลังทำงานอยู่ก็นึกแปลกใจที่ไม่มีใครอยู่ภายในครัว จู่ ๆ กฤษณ์ดนัยก็โผล่พรวดขึ้นมาจากหลังเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ ทำเอาเธอตกใจสุดขีด “ว๊าย!!!/เฮ้ย!!!” ต่างคนก็ต่างตกใจอุทานออกมาพร้อมกัน “เอ่อ แพทขอโทษค่ะ ไม่คิดว่ามีใครอยู่ในนี้” “ไม่เป็นไรครับ ตกใจกันทั้งคู่ หายกันนะ” ภัททิรายิ้มเจื่อนพร้อมพยักหน้า ทว่าชายหนุ่มกลับส่งยิ้มพราวเสน่ห์กลับมาทำให้เธอใจเต้นอีกครั้ง “ผมอบหมูใกล้สุกแล้ว กินด้วยกันนะ” ภัททิราได้ยินแบบนั้นก็น้ำลายสอขึ้นมา กินสักหน่อยคงไม่เป็นไร จะได้ไม่ต้องลงมือทำเองด้วย “ค่ะ คุณ เอ่อ คุณพ่อ” หญิงสาวพยายามหาสรรพนามในการเรียกบิดาของเพื่อนรัก ทว่าเมื่อพูดออกมากลับรู้สึกติดขัด ไม่สะดวกปากอย่างบอกไม่ถูก “เรียกแบบที่คุณสะดวกเลยครับ ผมไม่ถือ” “ค่ะ คุณกฤษณ์” ภัททิราไม่รู้จะทำอะไรระหว่างรอ ก็เลยหันไปคว้าขวดบรั่นดีที่ตั้งอยู่มาเปิดเทใส่แก้วก่อนสาดลงคอเพื่อดับความประหม่า พลางมองกฤษณ์ดนัยที่หยิบจับข้าวของเครื่องใช้ในครัวได้อย่างคล่องแคล่ว ดูแล้วเป็นอาหารตาแกล้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาแพงได้เป็นอย่างดี เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ เพราะเธอมัวแต่ดื่มด่ำกับภาพตรงหน้า พร้อมเติมเครื่องดื่มสีอำพันเข้าร่างกายอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งเสียงจาก เตาอบดังขึ้น กฤษณ์ดนัยก็หันไปจัดการเปิดฝาเตา กลิ่นหอมหวนชวนน่ารับประทานทำให้ภัททิราร้องออกมา “หืม...หอมจังค่ะ” ทว่าเสียงของเธอนั้นฟังแล้วยืดยานจนดูผิดปกติ ทำเอาชายหนุ่มต้องหันกลับมามอง “แพท...เมาหรือเปล่า” “ใครเมาคะ...ไม่มี ไม่มี” ภัททิราพูดออกมาด้วยเสียงยานคราง ดวงหน้าสวยไร้การแต่งแต้มนั้นแดงจัด “คุณเมาแล้วครับ ผมว่าไปนอนดีกว่า” “เมาที่ไหนคะ เดี๋ยวแพทเดินให้ดูเลยนี่” ภัททิราว่าจบก็เดินโซซัดโซเซออกไปจากห้องครัว ชนกรอบประตูเข้าอย่างจัง แต่ก็ยังสู้เดินต่อไป กฤษณ์ดนัยเห็นแบบนั้นก็ตกใจรีบเดินตามออกมา ตอนนี้วิลล่าทั้งหลังเงียบสงัด ทุกคนที่เคยนั่งสังสรรค์กันอยู่หายกันไปหมดแล้ว ภัททิราเดิน คดเคี้ยวเลี้ยวเป็นงูไปนั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามานั่งยอง ๆ ลงเคียงข้างได้ยินเธอบ่นงึมงำฟังไม่เข้าใจ “ไม่น่าเลยนะ ไม่...น่า...เลย” “ไม่น่าอะไรครับ เมาแล้วไปนอนเถอะ” สิ้นเสียงทุ้ม หญิงสาวก็หันขวับมามองพร้อมทำหน้าเศร้า “ไม่น่าเลยที่คุณเป็นพ่อของกี้ แพทจะจีบคุณซะหน่อย” คำพูดของคนตัวเล็กทำเอากฤษณ์ดนัยยิ้มกว้างออกมา “ก็จีบสิครับ ผมเป็นพ่อเพื่อนคุณ ไม่ได้เป็นพ่อคุณซะหน่อย” “ได้จริง ๆ เหรอคะ” “ได้ครับ จีบเลยผมอนุญาตแล้ว” เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดแบบนั้น คนเมาก็เดินหน้ารุกทันที เธอกระโจนเข้าไปผลักคนตัวโตหงายหลังลงไปนั่งบนพื้นขอบสระ “งั้นจีบนะ” ยังไม่ทันที่กฤษณ์ดนัยจะได้เอ่ยอะไรออกไป ริมฝีปากหนาก็ถูกปิดด้วยกลีบปากบาง ทำเอา ชายหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ ทว่าเมื่อโดนริมฝีปากเนียนนุ่มเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ อีกทั้งเนื้อตัวนิ่มนวลที่บดเบียดลงมาบนกายแกร่ง จากที่เคยตกใจทำอะไรไม่ถูกก็กลับกลายเป็นยกแขนขึ้นคว้าร่างบางกอดรัดนัวเนีย “อื้อ...” เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาพร้อมเรียวปากเล็กเผยอขึ้น ทำให้ลิ้นสากแทรกผ่านเข้าไปดูดดื่มความหวานล้ำในโพรงปากนุ่ม จุมพิตนั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างลูบไล้เรือนร่างของกันและกันด้วยความเสน่หา แต่ทว่าคนตัวเล็กเกิดพลาดท่าเสียหลักลื่นทำท่าจะตกลงไปในสระว่ายน้ำ และเธอก็ได้คว้าแขนแกร่งเอาไว้ ลากชายหนุ่มตกลงไปพร้อมกัน ตู้ม~ ความเย็นเฉียบของน้ำท่ามกลางอากาศหนาวในค่ำคืนเดือนมกราคม ได้เรียกสติสัมปชัญญะของหญิงสาวให้กลับคืนมา ร่างเล็กพุ่งพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำตัวสั่นงันงกภายในอ้อมกอดของกฤษณ์ดนัย “แพทขอโทษค่ะ” เสียงหวานเจือสั่นเครือกล่าวออกมา เธอรีบผลักอกแกร่งให้ถอยห่างออกไป ก่อนจะว่ายน้ำตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนขอบสระ และรีบเดินหนีออกมา เมื่อสติสตังเริ่มกลับคืนมา ภัททิราก็นึกอยากตบตีตัวเองแรง ๆ ที่ปล่อยให้ความเมาเข้าครอบงำจนทำเรื่องแบบนี้ออกไป เธอมาหยุดยืนหน้าประตูห้องนอน พลางยกมือบางขึ้นสัมผัสกลีบปากนุ่ม ก่อนตัดสินใจทิ้งความรู้สึกทั้งหมดไว้หน้าประตูห้อง จับลูกบิดประตูหมุนเปิดเข้าไป ในขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องแล้ว และกำลังจะปิดประตู ท่อนแขนแข็งแรงก็ยื่นเข้ามาขวางเอาไว้ “คุณกฤษณ์”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD