กฤษณ์ดนัยมองร่างบางเดินหนีห่างออกไป ชายหนุ่มต้องตาต้องใจภัททิราตั้งแต่อยู่ที่สนามบิน การได้รู้ว่าเธอคือเพื่อนของลูกสาวนั้นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปเลย
ทว่าเมื่อได้รู้ว่าเธอก็ใจตรงกัน นั่นกลับทำให้หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวของพ่อหม้ายหนุ่มกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง และเขาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป คิดได้แบบนั้นชายหนุ่มก็รีบกระโจนขึ้นจากสระ และรีบเดินตามภัททิราไป เมื่อใกล้ถึงห้องของเธอบานประตูก็กำลังจะปิดลงพอดี เขาจึงตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปยื่นแขนขวางเอาไว้ จนเกือบโดนประตูหนีบ
“คุณกฤษณ์”
“ออกมาคุยกันข้างนอก”
“เอ่อ งั้นแพทขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้ไหมคะ”
“ครับ เดี๋ยวผมไปรอที่ห้องนั่งเล่น”
ภัททิราพยักหน้ารับ ชายหนุ่มจึงยอมดึงแขนที่ขวางบานประตูออกไป เมื่อประตูปิดลงภัททิราก็ทรุดนั่งลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอแทบจะไม่กล้าสู้หน้ากฤษณ์ดนัยอยู่แล้ว หญิงสาวใช้เวลารวบรวมความกล้าอยู่หลายนาที ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้า และออกไปพบชายหนุ่มที่ห้องนั่งเล่น
เมื่อภัททิราออกไปถึงห้องนั่งเล่น ก็เห็น
กฤษณ์ดนัยนั่งอยู่บนพื้นหันหลังพิงโซฟาตัวยาว บนโต๊ะตรงหน้ามีหมูอบในจานที่พร่องไปเล็กน้อย กับแก้วสองใบพร้อมขวดบรั่นดี ซึ่งของเหลวสีอำพันภายในขวดนั้นพร่องไปมาก ดูจากรูปการณ์แล้วเขาคงมานั่งรอเธอนานพอดู และคงดื่มไปไม่น้อย
“ผมนึกว่าคุณจะทิ้งให้ผมรอเก้อซะแล้ว”
ชายหนุ่มหันมากล่าวกับเธอด้วยใบหน้าแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับที่มองมานั้นทำเอาหญิงสาวอดประหม่าไม่ได้ ภัททิราเข้าไปนั่งลงข้างชายหนุ่ม ก่อนคว้าขวดบรั่นดีขึ้นมาเทใส่แก้วและยกขึ้นดื่ม เพื่อเรียกความกล้า
เธอรอให้กฤษณ์ดนัยเป็นฝ่ายเอ่ยปากออกมา ทว่าเขากลับไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่ริมสระว่ายน้ำเลย ชายหนุ่มชวนเธอคุยไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่เขาและเธอสนทนากันสลับกับสาดบรั่นดีลงคอ ราวกับเป็นการดวลกันอย่างไรอย่างนั้น หัวข้อในการพูดคุยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย จวบจนขวดเครื่องดื่มนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า น้ำเสียงของทั้งคู่นั้นเริ่มอ้อแอ้
“กี้บอกว่าแพทอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เรียนมอปลายเลย จริงเหรอ”
“ค่ะ เมื่อก่อนแพทอยู่กับแม่แค่สองคน พอแม่แต่งงานใหม่ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แพทไม่
อยากไป ก็เลยขอแม่อยู่ที่ไทย แพทอยู่คนเดียวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา” พูดจบภัททิราก็ยกแก้วดื่มรวดเดียวจนหมด ในหัวเริ่มมึนงงจนต้องฟุบหน้าลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟา พลางมองคนเคียงข้างด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำ
“เก่งนะ ถึงว่าแพทดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนในกลุ่ม” ชายหนุ่มยกแขนขึ้นวางข้อศอกลงบนโต๊ะ ก่อนซบใบหน้าคมคร้ามลงบนมือหนา พร้อมจ้องมองดวงหน้าสวย
นัยน์ตาคู่คมพิจารณาใบหน้างดงามอย่างละเอียดก่อนจะมาบรรจบที่ริมฝีปากเล็ก ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงตราตรึงไม่จางหาย ยิ่งได้มองใกล้ ๆ เขาก็ยิ่งอยากลิ้มลองอีกครั้ง ประกอบกับความ
มึนเมา ทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้มลงไปมอบจุมพิตแผ่วเบาให้เธออีกครา ทว่าเมื่อได้สัมผัส ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาล เขาประคองแก้มใสทั้งสองขึ้นมา ซึ่งเธอก็โอนอ่อนเคลิบเคลิ้ม
จูบนั้นรุนแรงเร่าร้อนจนไม่อาจถอน กว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างบางก็ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่ง
เรียวลิ้นร้อนชำแรกเข้าไปเกี่ยวรัดลิ้นเล็กด้วยความปรารถนา ความหอมหวานที่ติดตรึงอยู่ก่อนหน้าเมื่อได้ลิ้มลองอีกครั้งก็ทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง
สะโพกกลมกลึงบดเบียดอยู่บนต้นขาแกร่ง ปลุกความเป็นชายที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น ฝ่ามือหนาล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบาง ลูบไล้ผิวเนียนนุ่ม ในแต่ละสัมผัสที่มือสากลากผ่านนั้นทำกายสาวสะท้าน หลุดเสียงครางอื้ออึงในลำคอเป็นระยะ
“ไปในห้องกัน เดี๋ยวมีคนเห็น”
ชายหนุ่มถอนจูบออกมาชั่วขณะเพื่อเอ่ยกับภัททิรา แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่สนใจ รั้งลำคอแกร่งเข้ามาจูบต่อ กฤษณ์ดนัยจึงจำต้องอุ้มเธอไปทั้งแบบนั้น
และเมื่อบานประตูไม้สีน้ำตาลปิดลง ภายนอกวิลล่าสุดหรูก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดออกมาภายนอกเลยจวบจนรุ่งสาง
กฤษณ์ดนัยตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวัน แต่ทว่าข้างกายนั้นว่างเปล่า ร่างบางเนื้อตัวหอมกรุ่นที่นอนกอดกันตลอดคืนนั้นอันตรธานหายไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยยับย่นบนที่นอนและคราบเลือดสีแดง อันเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเขาและเธอ
เมื่อคืนกว่ากิจกรรมบนเตียงจะเสร็จสิ้นก็เกือบรุ่งสาง ชายหนุ่มจึงปล่อยให้เธอได้นอนพักเอาแรง กะว่าเมื่อตื่นขึ้นมาจะต้องคุยกันอย่างจริงจัง แต่ทว่าสาวน้อยของเขากลับหนีหายไป ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา ก่อนลุกขึ้นจากเตียงด้วยกายเปลือยเปล่า หันไปคว้าผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ขึ้นมาพันกายท่อนล่าง และเดินออกมาจากห้อง
“เชี่ย!!!” เสียงคเชนทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นกฤษณ์ดนัยเดินออกมาจากห้องภัททิรา
ทว่าเขาก็หาได้สนใจ เพราะคเชนทร์ไม่ใช่คนที่จะปากโป้ง แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินตรงเข้ามากฤษณ์ดนัยจึงต้องรีบหลบเข้าไปในห้องอีกครั้ง
“ที่รักจะไปไหนครับ หืม” กฤษณ์ดนัยเงี่ยหูฟังผ่านบานประตู ได้ยินเสียงคเชนทร์กำลังคุยกับ
กันติชา
“จะไปตามพ่อมาทานข้าวค่ะอาเชนทร์ แปลกมากเลยที่ป่านนี้แล้วพ่อยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าไม่สบายหรือเปล่า”
“เดี๋ยวอาไปตามให้ดีกว่า ที่รักไปชงกาแฟให้อาหน่อยนะ”
“ก็ได้ค่ะ”
กฤษณ์ดนัยตั้งใจฟังบทสนทนาระหว่างเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งว่าที่ลูกเขย กับลูกสาวสุดที่รัก จนกระทั่งเสียงนั้นเงียบหายไป เพียงไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ชายหนุ่มจึง
ค่อย ๆ แง้มบานประตูโผล่หน้าออกไป
“รีบเลยพี่ เดี๋ยวผมไปรอที่ห้องครัว เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“เออ มึงรีบไปรับหน้ากี้ก่อนเถอะ”
หลังจากคเชนทร์เดินจากไป กฤษณ์ดนัยก็รีบวิ่งกลับห้องไปอาบน้ำแต่งตัวและลงมารับประทานอาหารมื้อสายร่วมกับลูกสาวและว่าที่ลูกเขย ในตอนนั้นเองชายหนุ่มจึงได้รู้ว่าภัททิรานั้นเพิ่งขอตัวกลับไปได้ไม่นาน โดยอ้างว่ามีงานด่วน
ชายหนุ่มก็นึกแย้งในใจว่า ช่วงวันหยุดปีใหม่แบบนี้จะมีใครติดต่อเรื่องงาน นอกเสียจากว่าจะไร้มารยาทเต็มที เธอคงตั้งใจหลบหน้าเขาเสียมากกว่า
เมื่ออาหารมื้อสายเสร็จสิ้นลง คเชนทร์จึงชวนกฤษณ์ดนัยออกไปจิบกาแฟกันที่ริมสระว่ายน้ำ พอได้อยู่กันสองคนคเชนทร์จึงยิงคำถามใส่ไม่ยั้ง
“เมื่อคืนพี่นอนห้องแพททั้งคืนใช่ไหม”
กฤษณ์ดนัยพยักหน้ารับพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ “แม่งเอ๊ย กูว่าละ เมื่อคืนลงมากินน้ำก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ตอนแรกก็นึกว่าแพทดูหนังโป๊ ที่ไหนได้หนังสดพ่อตากูนี่เอง”
“ไอ้เชนทร์มึงก็พูดเบา ๆ เป็นไหม กูยังไม่อยากให้กี้รู้ตอนนี้”
“แล้วพี่จะบอกกี้เมื่อไหร่”
“กูอยากเคลียร์กับแพทให้รู้เรื่องก่อน ค่อยบอกทีหลัง” คเชนทร์หรี่ตามองว่าที่พ่อตาด้วยความสงสัย
“เคลียร์ของพี่นี่มันยังไงวะ”
“ก็ทำให้มันชัดเจนไง มึงก็ไม่น่าถามอะไรโง่ ๆ”
คำตอบของกฤษณ์ดนัยทำเอาคเชนทร์แทบสำลักกาแฟ เท่าที่รู้มา ตั้งแต่พ่อหม้ายหนุ่มเลิกรากับภรรยาตั้งแต่กันติชายังแบเบาะ เขาก็ไม่เคยคบใครจริงจังอีกเลย อาจจะมีหาความสุขทางกายเป็นครั้งคราวแบบไม่ผูกมัด แต่พอบทจะจริงจังก็เล่นเดินหน้าเต็มสูบ ทำเอาคเชนทร์แทบตั้งรับไม่ทัน
“พี่กฤษณ์ อย่ามาล้อเล่นนะ นี่เพื่อนรักเมียผมนะ”
“เมียมึงก็ลูกกูนะ กูไม่ได้ล้อเล่น กูจริงจัง”
“แล้วพี่จะเอาไงต่อ”
คำถามของคเชนทร์ทำให้พ่อหม้ายหนุ่มนิ่งไป นัยน์ตาคู่คมมีแววครุ่นคิด แต่เพียงไม่นานก็เผยรอยิ้มขึ้นที่มุมปาก คเชนทร์เห็นแบบนั้นก็รู้ทันทีว่ากฤษณ์ดนัยมีแผนการบางอย่างในใจ