กฤษณ์ดนัยกลับเข้ามาในบ้านก็ไม่เจอใคร มีเพียงเด็กรับใช้ที่กำลังเตรียมตั้งโต๊ะอาหาร เมื่อถามเด็กในบ้านก็ได้ความว่าทุกคนรวมตัวกันอยู่หลังบ้าน ชายหนุ่มก็รีบสาวเท้าก้าวยาวตรงไปทางห้องครัว เดินทะลุออกนอกตัวบ้านไปก็เห็น
ภัททิรากำลังนั่งล้อมวงกินมะม่วงน้ำปลาหวานกับป้าอิ่มและเด็กรับใช้คนอื่น ๆ ดวงหน้าสวยยิ้มแย้มแจ่มใส ปากก็เคี้ยวตุ้ย ๆ สลับกับทำหน้าเปรี้ยวเข็ดฟัน พ่อเลี้ยงหนุ่มเห็นแบบนั้นก็เผลอมองจนลืมตัว
“อ้าว พ่อเลี้ยง มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ป้าอิ่มซึ่งเหลือบไปเห็นประมุขของบ้านก่อนใครก็ร้องทัก “ทำไมวันนี้กลับเร็วจังเลยคะ ทุกทีเห็นกลับค่ำมืด” หญิงชราไม่ถามเปล่า แต่ยังทำหน้ายิ้มราวกับรู้ทัน
“หิวน่ะแม่อิ่ม วันนี้มีอะไรกินบ้าง” ปากก็ตอบคำถามหญิงชรา แต่ทว่าแววตานั้นมองผ่านเลยไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ถัดไป
“งั้นพ่อเลี้ยงกับคุณแพทไปล้างไม้ล้างมือ ก่อนดีกว่าค่ะ อีกสักประเดี๋ยวถึงจะตั้งโต๊ะเสร็จ”
“ค่ะ แพทว่าจะไปอาบน้ำพอดีเลย ทั้งเหนียวตัวทั้งเหม็นไปหมด” ภัททิราก้มหน้าลงดมเสื้อตัวเองแล้วทำหน้าย่น เพราะเธอนั่งร่วมวงกับป้าอิ่มมาตั้งแต่บ่าย ทั้งกลิ่นและควันจากอาหารจึงติดตามตัว
ว่าจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตูทางเข้าหลังบ้านที่กฤษณ์ดนัยกำลังยืนพิงกรอบประตู และเมื่อไปถึงเขาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้น
“หลบหน่อยสิคะคุณกฤษณ์”
“เชิญครับคุณผู้หญิง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมเบี่ยงตัวหลบ ภัททิราก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้าน เพราะเธอนั้นเขินสายตาที่เขามองจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาประชิดก่อนโอบเอวบางเดินไปพร้อมกัน
“คุณกฤษณ์ เดี๋ยวมีคนเห็น” มือเล็กคว้า
ฝ่ามือบนเอวคอดที่เกาะแกะอยู่จนหลุด ก่อนเดินทิ้งห่างออกไป จนกระทั่งภัททิราเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง หญิงสาวเปิดประตูห้องนอน ก้าวเข้าไปในห้อง ยังไม่ทันที่บานประตูไม้จะปิดลง ร่างกำยำก็แทรกตัวเข้ามาด้านใน ก่อนจะปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ทำเอาหญิงสาวมองการกระทำของเขาด้วยความงุนงง พอเขาหันกลับมาก็ตรงเข้ารั้งคนตัวเล็กเข้ามากอด
“คิดถึงนะครับ” คำหวานของเขาทำคนในอ้อมแขนหน้าแดงซ่าน คลี่ยิ้มบางออกมา เพียงครู่หนึ่งก็คลายอ้อมแขนลง และจูงมือบางเดินไปที่เตียง “ที่นี่เป็นยังไงบ้าง คุณอยู่ได้ไหม”
“ได้ค่ะ สบายมาก บ้านคุณน่าอยู่มากเลย”
เมื่อถึงเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ชายหนุ่มก็ทิ้งสะโพกนั่งลงบนที่นอนหนานุ่ม ก่อนคว้าร่างบางขึ้นมานั่งบนตักกว้าง ใช้สองแขนแกร่งโอบกอดไม่ให้เธอหนีไปไหน
“ตอนนี้มีแค่เราแล้ว”
“แล้วไงคะ” ภัททิราทำลอยหน้าลอยตา แสร้งใสซื่อ ทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อ แต่นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มชอบใจ เขายื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปคลอเคลียแก้มนวล “ฮื่อ...แพทตัวเหม็นอ่ะ คุณอย่าเพิ่งสิ”
“เหม็นตรงไหน หอมจะตายไป” ว่าจบ
ริมฝีปากหนาก็บรรจบกับกลีบปากบาง เขาประทับจุมพิตแผ่วเบา ก่อนเลาะเล็มริมฝีปากเนียนนุ่มอย่างเชื่องช้า “หวานอีกต่างหาก หวานจนผมอยากจะลองชิมทั้งตัว” เสียงกระซิบชิดเรียวปากอิ่ม ขณะที่เรียวนิ้วสากลูบไล้หลังใบหูเล็ก ทำหญิงสาวขนลุก
ชูชันด้วยความเสียวซ่าน ภัททิราเลียริมฝีปากตัวเองพลางมองเข้าไปในดวงตาคู่คม มือเล็กที่วางบนอกกำยำเปลี่ยนเป็นโอบรั้งรอบลำคอแกร่ง พร่อมส่งสายตาหวานซึ้ง
ในตอนแรกกฤษณ์ดนัยเพียงแค่ต้องการกอดหอมให้ชื่นใจก่อนลงไปรับประทานมื้อเย็น แต่เมื่อได้สัมผัสก็ยิ่งห้ามใจไม่ไหว
เขายกร่างบางขึ้นวางลงบนที่นอน ก่อนทาบทับกายแกร่งลงไป มอบจุมพิตอันนุ่มนวล ค่อย ๆ ละเลียดชิมความหวานล้ำอย่างใจเย็น แต่ทว่าก็อ้อยอิ่งได้ไม่นาน ความต้องการภายในกายที่มันเอ่อล้น ทำให้จูบนั้นเร่าร้อนรุนแรงขึ้น ซึ่งเธอเองก็ตอบรับเป็นอย่างดี
ขณะที่บดจูบแลกลิ้นกันอย่างเมามัน ฝ่ามือหนานั้นก็จับเสื้อยืดตัวบาง เลิกชายเสื้อขึ้นไปอยู่บนหน้าอก ลูบไล้ผิวกายเนียนนุ่ม จนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว แต่เธอเองก็ไม่ยิ่งหย่อน มือเล็กดึงเสื้อเชิ้ตของเขาออกจากกางเกง ก่อนล้วงเข้าไปภายใต้เสื้อเชิ้ตราคาแพง สัมผัสมัดกล้ามเนื้อแต่ละส่วน จนเขาหลุดเสียงครางต่ำในลำคอออกมา
และในขณะที่ไฟเสน่หาของชายหญิงภายในห้องกำลังปะทุขึ้นนั้น
ก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~
เสียงเคาะประตูก็ทำให้สองร่างผละออกจากกัน ภัททิรารีบตั้งสติก่อนที่จะขานรับออกไป
“คะ”
“คุณแพทคะ ป้าอิ่มให้ขึ้นมาเรียนว่าอาหารเย็นพร้อมแล้วค่ะ”
“ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวแพทจะรีบลงไปนะคะ” เธอตะโกนตอบออกไปทั้งที่คนตัวโตเข้ามากอดคลอเคลีย “คุณกฤษณ์ ปล่อยแพทเดี๋ยวนี้นะ เราต้องรีบลงไปแล้ว”
“โธ่ แพท ลงไปช้าหน่อยก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ ขืนลงไปช้ากันทั้งคู่ ทุกคนได้สงสัยกันพอดี”
“แพท...” เขาเรียกเธอเสียงอ่อน พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน
“ถ้าคุณกฤษณ์ดื้อ แพทจะไม่ให้เข้ามาแล้วนะคะ”
“โอเคครับ” กฤษณ์ดนัยตอบรับอย่างแข็งขัน ก่อนลุกขึ้นยืนที่ปลายเตียงพร้อมเอามือกุมเป้ากางเกง “เสร็จแล้วแพทลงไปก่อนเลยนะ ผมขอจัดการตัวเองสักพัก”
ภัททิราพยักหน้ารับ พลางมองชายหนุ่มเดินด้วยท่าทางประหลาดออกจากห้องไป จากนั้นเธอก็รีบเข้าห้องน้ำ แต่หากจะให้อาบน้ำก็คงใช้เวลานานเกินไป หญิงสาวจึงตัดสินใจล้างหน้าล้างมือ และเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อน ๆ เล็กน้อย ให้พอมีกลิ่นบางเบา และรีบลงไปข้างล่าง เพื่อรับหน้าป้าอิ่มก่อน
ผ่านไปราวสิบห้านาที พ่อเลี้ยงหนุ่มก็เดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยใบหน้าสดชื่น
จากนั้นเขาและเธอก็เริ่มลงมือรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ซึ่งป้าอิ่มก็รู้หน้าที่ หล่อนจัดการให้เด็กในบ้านออกไปจนหมด รวมทั้งตัวเองด้วย
เมื่อกฤษณ์ดนัยเห็นว่าทางสะดวก เขาก็ลงมือตักอาหารใส่จานให้คนตัวเล็ก คอยดูแลเอาอกเอาใจเธอสารพัด ด้านภัททิราเมื่อเห็นว่าป้าอิ่มเกณฑ์คนในบ้านออกไป หนำซ้ำยังปิดประตูห้องอาหารให้เสียมิดชิด หญิงสาวจึงค่อยสบายใจ ยอมตามใจพ่อเลี้ยงหนุ่ม
“หืม อร่อยมากเลยค่ะ” พอได้ลิ้มลองอาหารเหนือรสเลิศ ภัททิราเอ่ยปากชมพร้อมทำหน้าฟิน ทำเอากฤษณ์ดนัยอดยิ้มไม่ได้
“นี่ ลองกินไส้อั่ว เจ้านี้อร่อยมาก แต่สู้ฝีมือแม่อิ่มไม่ได้หรอก เดี๋ยวเอาไว้แกคงทำให้กิน” ชายหนุ่มว่าพลางจิ้มไส้อั่วขนาดพอดีคำขึ้นมา ยื่นไปใกล้
ริมฝีปากเล็ก เมื่อได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เธอก็อดใจไม่ไหว อ้าปากงับไส้อั่วที่เขาป้อนทันที “ชอบไหม”
ภัททิราเคี้ยวตุ้ย ๆ พยักหน้าตอบพร้อมยิ้มนัยน์ตา พอเคี้ยวจนละเอียดและกลืนลงคอไปเรียบร้อย มือบางก็คว้าแก้วน้ำขึ้นมาจิบ ก่อนจะกล่าวขึ้น
“ชอบมากเลยค่ะ อร่อยทุกอย่าง”
“เอาไว้วันหยุดผมพาไปตระเวนกินร้านเด็ด ๆ นะ รับรองคุณต้องชอบ”
“หืม คุณอย่าสปอยแพทมากเลยค่ะ เดี๋ยวแพทเคยตัว กลับกรุงเทพฯไปแพทก็ต้องกินข้าวกล่องเหมือนเดิม” คำพูดของเธอทำให้นัยน์ตาดำขลับหม่นลง
“คุณก็อยู่ที่นี่ไปเรื่อย ๆ สิ”
มือบางสองข้างที่กำลังจับช้อนส้อมตักข้าวชะงักไป ก่อนเหลือบมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเขิน
“คุณนี่”
“อะไรครับ”
“กินข้าวสิคะ มัวแต่พูดอะไรก็ไม่รู้”
กฤษณ์ดนัยยกยิ้มมุมปาก มองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนหันมาจัดการอาหารในจานของตัวเอง
ระหว่างนั้น ก็เกิดบทสนทนาขึ้นมากมาย ทั้งคู่ต่างแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งเรื่องงาน กิจวัตรประจำวัน ทำให้กฤษณ์ดนัยได้รู้ว่าชีวิตของภัททิรานั้นเรียบง่าย ขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเซ็กซี่ หรืออาจเป็นเพราะทรงผมดัดลอนยาวสีน้ำตาลทองทำให้ดูเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อยิ่งได้รู้จัก
ยิ่งได้พูดคุย ก็รู้สึกเหมือนคนหัวอกเดียวกัน วัน ๆ ทำแต่งาน พอเลิกทำงานก็เหนื่อยอยากพักผ่อน อาจมีไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้างตามโอกาส จะมีส่วนที่ต่างกันก็ตรงที่เขานั้นร้างราจากเรื่องรักใคร่มานาน ทว่าเธอนั้นไม่เคยมีประสบการณ์เลย
กฤษณ์ดนัยและภัททิราคุยกันเพลินจนลืมเวลา พอรู้ตัวอีกที ภายนอกบ้านก็มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟประดับด้านนอกที่สาดแสงเข้ามา
เขาพาหญิงสาวกลับมาส่งที่ห้อง และตัดใจเพียงแค่มอบกู๊ดไนท์คิส ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้อง เพื่อให้เธอได้พักผ่อน