สถาปนิกสาวของพ่อเลี้ยง

2091 Words
ผ่านไปกว่าสัปดาห์ สุดท้ายภัททิราก็ได้เริ่มงานเสียที หลังจากที่พ่อเลี้ยงหนุ่มบ่ายเบี่ยงมาตลอด อ้างว่ายังเตรียมพื้นที่ไม่เสร็จบ้าง อ้างว่างานยุ่งบ้าง ซึ่งเธอก็ทำเป็นเออออเชื่อไปตามนั้น ทั้งที่จริงเธอก็ไม่เห็นว่าเขาจะภารกิจรัดตัวแต่อย่างใด หนำซ้ำในแต่ละวันก็ยังอุตส่าห์กลับมารับประทานมื้อเที่ยงกับเธอ ตอนเย็นก็เลิกงานเร็วเพื่อจะรีบกลับมาให้ทันมื้อเย็น บางวันก็เกเรไม่ยอมไปทำงานต่อตอนบ่าย เพื่อนั่งเฝ้าเธอทำงานส่งลูกค้ารายอื่น ภัททิราก็ดีใจอยู่หรอกนะที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่ทว่าพอลับตาคนขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะต้องเข้ามานั่งคลอเคลีย จนเธอเสียสมาธิ งานการแทบไม่มีความคืบหน้า ในเช้าวันนี้หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย กฤษณ์ดนัยก็พาสถาปนิกสาวขึ้นรถกระบะโฟวิลคู่ใจ และขับออกมาดูพื้นที่บริเวณทางเข้าไร่เปี่ยมรัก เมื่อไปถึงก็มีคนงานจำนวนหนึ่งกำลังช่วยกันตัดหญ้าอยู่ห่างออกไปไม่ไกล โดยมีปกรณ์ที่มาถึงก่อนหน้า กำลังยืนรอพ่อเลี้ยงหนุ่ม กฤษณ์ดนัยเดินนำภัททิราลงมาจากรถกระบะ วันนี้เธอแต่งตัวทะมัดทะแมงด้วยชุดเสื้อกล้ามสีขาวรัดรูปและกางเกงยีนขายาว สวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีเขียวขี้ม้าคลุมทับด้านนอก เมื่อเดินไปถึง กฤษณ์ดนัยก็ขอตัวออกไปคุยกับปกรณ์ หญิงสาวจึงเดินสำรวจพื้นที่พร้อมหยิบกล้องถ่ายรูปคู่ใจขึ้นมาเก็บภาพสถานที่เอาไว้ พื้นที่ตรงนี้ค่อนข้างกว้างใหญ่ อีกทั้งยังมีลักษณะเป็น เนินเขา พอเดินไปได้หน่อย ก็ทำเอาคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายรู้สึกหอบเล็ก ๆ อีกทั้งแสงแดดยามสายก็ทำให้เม็ดเหงื่อเริ่มซึม เธอจึงตัดสินใจถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกมาผูกไว้ที่เอว และหยิบยางรัดผมในกระเป๋าขึ้นมารวบผมลอนยาวสีน้ำตาลทองขึ้นมัดเป็นทรงหางม้า เสร็จสรรพก็เริ่มลงมือทำงานต่อ ภาพสาวสวยในชุดเสื้อกล้ามสีขาวที่ดูเซ็กซี่เย้ายวนนั้น ทำให้กลุ่มคนงานที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล จ้องมองกันตาค้าง ขณะที่มือก็ถือมีดพร้ากวัดแกว่งไปมากลางอากาศ ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มซึ่งกำลังคุยธุระกับผู้จัดการไร่อยู่นั้น พอหันมาเห็นก็รีบย่างสามขุมเข้าไปหาคนตัวเล็ก นัยน์ตาดำขลับสาดรังสีอำมหิตไปยังกลุ่มคนงาน เมื่อเข้าไปประชิดตัวภัททิราได้ เขาก็รีบถอดเสื้อแจ็กเกตราคาแพงคลุมร่างบางเอาไว้ ก่อนชี้นิ้วไปยังคนงานกลุ่มนั้น “หญ้ามันตายห่าหมดแล้ว พวกมึงแกว่งมีดหาอะไร เข้าไปทำงานในไร่กันให้หมดเลย” สิ้นคำสั่งกฤษณ์ดนัย คนงานชายฉกรรจ์ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนแตกฮือกันไปคนละทิศคนละทาง ภัททิราหันมามองคนตัวโตด้วยความงงงวย “เป็นไรคะ โมโหอะไรมา” “ก็โมโหไอ้พวกนั้นนั่นแหละ” “โมโหเรื่องอะไร แพทก็เห็นพวกเขาตั้งใจทำงานกัน” “ก็มันบังอาจมามองคุณ” กฤษณ์ดนัยพูดออกมาเสียงดัง จนภัททิราต้องทำหน้าปราม เพราะปกรณ์ยืนอยู่ในรัศมีที่อาจได้ยิน แต่เมื่อเห็นผู้จัดการไร่กำลังชมนกชมไม้อยู่เธอจึงค่อยวางใจ และหันมายิ้มให้คนตัวโต “ก็แค่มอง คุณไม่เห็นต้องโกรธเลยค่ะ” “มองก็ไม่ได้ครับ” “ทำไมละคะ” เธอถามพร้อมทำหน้าล้อ ชายหนุ่มหันมาทำตาดุใส่ “ผมหวง” คำตอบของเขาเล่นเอาเธอใบหน้าร้อนผ่าว หญิงสาวจึงตัดบทเปลี่ยนเรื่อง “ทำงานดีกว่าค่ะ” ภัททิราเดินหนีชายหนุ่มออกไป แสร้งทำเป็นยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพต่อ กฤษณ์ดนัยจึงหันไปเรียกปกรณ์ให้ตามมาสมทบ ก่อนที่ทั้งสามคนจะเริ่มคุยกันถึงรายละเอียดคร่าว ๆ ของโครงการนี้ จากนั้นทั้งหมดก็กลับไปประชุมกันต่อที่ออฟฟิศ การประชุมนี้กินเวลาช่วงเช้าทั้งหมด ซึ่งกว่าจะเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาพักเที่ยงพอดี “แพทหิวหรือยังครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อทั้งสองอยู่กันตามลำพังภายในห้องทำงานของกฤษณ์ดนัย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ ไอแพด ยกข้อมือขึ้นดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา “โห จะบ่ายแล้ว ตอนแรกก็ไม่หิวนะคะ พอเห็นเวลาก็ชักหิวขึ้นมา” เธอกล่าวพร้อมฉีกยิ้มสดใส “ทนไหวไหม เดี๋ยวเราต้องขับรถไปประมาณสิบห้านาที” “ไปไหนคะ” หญิงสาวถามพร้อมเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย “ความลับ” เขาทิ้งคำตอบที่ไม่กระจ่างให้แก่เธอ ก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน ไปคว้าเสื้อแจ็กเกตขึ้นมาสวม แล้วจึงเดินมาจับจูงข้อมือเล็กให้ลุกขึ้น เธอก็ยอมเดินตามออกไปแต่โดยดี ระหว่างที่ทั้งคู่เดินออกจากออฟฟิศ สายตาทุกคู่ของพนักงานต่างมองตามด้วยความสงสัย พ่อเลี้ยงหนุ่มที่ไม่เคยมีหญิงสาวข้างกายเลยแม้แต่คนเดียว ถ้าจะบอกว่าเธอคนนี้คือสถาปนิกที่เขาจ้างมาทำงาน ใครเชื่อก็คงโง่เต็มทน เมื่อทั้งคู่เดินออกจากประตูออฟฟิศไป พนักงานส่วนหนึ่งก็กรูกันเข้ามาหาปกรณ์ บางส่วนก็ชะเง้อคอรอฟังอย่างตั้งใจ “พี่กรณ์ ใครอ่ะพี่” พนักงานบัญชีสาวที่อยู่โต๊ะติดกันรีบเอ่ยถามขึ้น “คุณแพท สถาปนิกที่พ่อเลี้ยงจ้างมาออกแบบร้านอาหารกับคาเฟ่” ปกรณ์ตอบเพียงแค่นั้น แต่ก็ไม่ได้คลายความสงสัยให้แก่ชาวออฟฟิศได้เลย “แค่สถาปนิกจริงเหรอ” ปกรณ์ถอนหายใจก่อนวางปากกาลง และหันมากล่าวต่อ “แล้วเหมือนจะเป็นแค่สถาปนิกไหมล่ะ” ทุกคนส่ายหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน “เออ ก็ไม่น่าถามนะพวกแก แค่ดูก็น่าจะรู้ แต่นั่นมันเรื่องของเจ้านาย เดี๋ยวเอาไว้พ่อเลี้ยงสะดวกเขาก็เปิดตัวเองแหละ ไป ไป ไปทำงานกันได้แล้ว ไอ้พวกนี้นี่ ทีเรื่องของชาวบ้านกระตือรือร้นมากกว่าตอนทำงานอีก” ปกรณ์บ่นงึมงำพร้อมส่ายหัวให้กับลูกน้องชายหญิงทั้งหลาย ก่อนหันกลับมาสะสางงานบนโต๊ะต่อ ทางด้านภัททิราซึ่งนั่งรถออกมากับกฤษณ์ดนัย ชายหนุ่มขับรถพาเธอมายังท้ายไร่ จากทางคอนกรีตราบเรียบ กลายเป็นทางลูกรังขรุขระ สองข้างทางเริ่มเป็นป่าทึบ หญิงสาวเหลือบมองสารถีหนุ่มด้วยความข้องใจ “นี่เราจะไปไหนคะ” กฤษณ์ดนัยหันมาตามเสียงหวาน เมื่อเห็นดวงหน้าสวยเริ่มมีความหวาดระแวงก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น “ผมไม่พาไปฆ่าไปแกงหรอกน่า ใกล้จะถึงแล้ว” ชายหนุ่มว่าจบก็หันไปขับรถต่อ หญิงสาวจึงหันไปมองทางข้างหน้า รถกระบะโฟวิลค่อย ๆ ขับขึ้นเนินเขาไปเรื่อย ๆ จนเธอเริ่มเห็นต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าทั้งสองข้างทางที่ออกดอกสีชมพูเต็มต้น มองไกล ๆ คล้ายดอกซากุระ ที่เธอเคยเห็นที่ประเทศญี่ปุ่น “สวยไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถาม เธอหันไปพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มด้วยความชอบใจ “เหมือนต้นซากุระเลยนะคะ” “อันนี้ต้นนางพญาเสือโคร่ง” “อ๋อ ต้นนางพญาเสือโคร่งนี่เอง แพทเคยเห็นแต่ในรูป ของจริงสวยกว่าตั้งเยอะ” รถกระบะโฟวิลมาจอดนิ่งสนิทอยู่บนเนินกว้าง ด้านหนึ่งเต็มไปด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งออกดอกสีชมพูสดใส อีกด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน มองออกไปเห็นภูเขาสีเขียวขจี หญิงสาวรีบเปิดประตูลงจากรถ เดินออกไปบนลานกว้างยืนมองความงดงามของธรรมชาติ ก่อนสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นเข้าไปจนเต็มปอด ด้านกฤษณ์ดนัย เมื่อลงจากรถมาได้ เขาก็เปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังหยิบตะกร้าหวายปิกนิกลงมา ก่อนเดินไปด้านท้ายของรถกระบะ เปิดฝาปิดท้ายรถลง และวางตะกร้าหวายใบโต จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหาร่างเล็กที่ยืน ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ ก่อนเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง ซึ่งเธอก็ไม่ขัดขืน อีกทั้งยังลูบไล้แขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้ “สวยมากเลยค่ะ” “ก็งั้น ๆ แพทสวยกว่าตั้งเยอะ” “หืม จะเอามาเปรียบเทียบกันได้ยังไงคะ แพทรู้ว่าแพทสวย แต่นั่นธรรมชาติเขาก็สวยในแบบของเขา” ได้ยินคนตัวเล็กต่อปากต่อคำแบบนั้นก็นึก มันเขี้ยว เขาก้มลงฝังจมูกโด่งลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นหอมหวานจนเต็มที่ ก่อนผละออกมา “ตอนกลางคืนก็สวยไปอีกแบบนะ เห็นดาวเต็มท้องฟ้าเลย” “จริงเหรอคะ อยากมาเห็นจัง” “งั้นเอาไว้ผมพามากางเต็นท์นอนดูดาวดีไหม” “ดีค่ะ” ภัททิราพยักหน้ารัว ๆ ก่อนหันมายิ้มจนตาหยี ชายหนุ่มจับไหล่บอบบาง หมุนร่างเล็กให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนใช้แขนแกร่งกอดเธอไว้หลวม ๆ “ดีใจที่แพทชอบ” ภัททิราไม่ได้กล่าวตอบอะไรออกไป เธอเพียงส่งยิ้มอ่อนหวานให้เขา แต่นั่นยิ่งทำให้เขาจ้องมองเธอกลับด้วยความหลงใหล ราวกับมีแรงดึงดูดให้ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไป จนกระทั่งริมฝีปากหยักทาบทับลงบนกลีบปากบาง เธอเผยอปากตอบรับจุมพิตอันแสนหวานอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มค่อย ๆ ละเลียดรสชาติหวานล้ำอันแสนโปรดปราน เลาะเล็มกลีบปากบางทั้งบนล่าง ก่อนส่งเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เธอโต้ตอบด้วยการส่งลิ้นเล็กเข้าเกี่ยวรัดอย่างคนขาดประสบการณ์ แต่ความพยายามนั้นกลับน่ารัก ทำเอาความรู้สึกในกายชายเริ่มปั่นป่วน กฤษณ์ดนัยช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม แต่ทว่าก็ยังไม่ยอมถอนจูบออก และยิ่งกลับเร่งเร้าดุนดันลิ้นร้ายรุนแรงขึ้น เขาเดินพาร่างบางมาวางลงบนท้ายรถกระบะคู่ใจ แทรกร่างกำยำยืนกลางหว่างขาเล็กทั้งสองข้าง เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอ ทำให้ชายหนุ่มยอมผละออก เพื่อให้เธอได้พักหายใจ “ผมชอบคุณมาก คุณรู้ใช่ไหม” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดแก้มนวลอันแดงปลั่ง “...” ไม่มีเสียงใดเอื้อนเอ่ยออกมา มีเพียงเสียงลมหายใจถี่กระชั้นอันหอบเหนื่อยจากการจุมพิตอันแสนยาวนาน “คุณจะไม่พูดอะไรบ้างเหรอ” “อยากให้พูดอะไรคะ” “แบบที่ผมพูดไง” เขากล่าวพร้อมคลอเคลียใบหน้าหน้าคมลงบนปรางแก้มใส “แพทก็ชอบคุณมาก แพทถึงได้ยอมคุณแบบนี้ไงคะ” เธอส่งสายตากระเง้ากระงอดแสร้งไม่พอใจ รู้ทั้งรู้แก่ใจแต่กลับยังมาไล่ต้อนให้เธอพูดออกมา ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้น ก็ก้มลงจูบหนัก ๆ เธอไปอีกครั้ง ก่อนลดตัวลงไปซุกไซร้ซอกคอระหง มือไม้ล้วงเข้าไปใต้เสื้อกล้ามสีขาวรัดรูป ลูบไล้เอวบาง ทำเอากายสาวสะดุ้ง “อื้อ คุณกฤษณ์ แพทไม่ทำที่นี่นะ อายเจ้าป่าเจ้าเขา” “งั้นในรถ” “ไม่เอามันแคบ” กฤษณ์ดนัยขำพรืดให้กับข้อแม้อันมากมายของเธอ ชายหนุ่มจึงจำต้องกัดฟันข่มใจเอาไว้ “โอเค กินข้าวกันดีกว่า” เขาว่าพลางเบือนหน้าไปทางตะกร้าหวายสีน้ำตาลใบโต “หืม มาได้ไงคะ” “ผมให้แม่อิ่มเตรียม เด็กเพิ่งเอามาส่งตอนเที่ยง” “น่ารักจัง” เธอว่าพลางยกมือขึ้นลูบเคราสากอย่างแผ่วเบาพร้อมส่งยิ้มจนตาหยี “อย่ามาทำตัวน่ารักแบบนี้ ระวังจะไม่ได้กินข้าว” ชายหนุ่มว่าจบก็ผละออกจากร่างเล็ก กระโดดขึ้นนั่งบนรถ และหันไปคว้าตะกร้าหวายเข้ามาเปิดออก ภัททิราก็หันไปช่วยหยิบจับกล่องพลาสติกบรรจุข้าวปลาอาหารฝีมือป้าอิ่มออกมาวางเรียง ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิว ทั้งสองคนนั่งรับประทานอาหารกลางวันกันอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม มีเสียงพูดคุยหยอกล้อกันดังขึ้นเป็นระยะ พออิ่มหนำสำราญ ก็นั่งเล่นรับลมกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะพาสถาปนิกสาวกลับบ้าน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD