EP4 ‘ซ้อมเป็นแฟน?’
"ถ้าจ้านทำแบบนั้นแล้วเธอจะไม่เสียใจใช่มั้ย?"
"..."
"จัสมิน..."
จัดจ้านเรียกคนบนตักซ้ำเมื่อเธอเอาแต่เงียบไม่ยอมตอบคำถามของเขา ดวงตากลมโตฉายแววสับสนเล็กน้อยไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาตกลงกันเรื่องแบบนี้กับเพื่อนสนิทของตัวเอง
แต่ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วล่ะก็...
"มะ ไม่เป็นไร"
คงต้องลองดูสักครั้ง
"ถ้าเป็นจ้าน เราจะไม่เสียใจ"
คนตัวสูงหลุดยิ้มออกมากับคำตอบของร่างบางที่พอพูดจบก็ก้มหน้าซุกเขาอย่างเขินอาย แก้มใสขึ้นสีแดงอย่างน่ารักทำคนตัวสูงทนไม่ไหวกดจมูกลงหอมฟอดใหญ่
หอมแก้มทั้งสองข้างอย่างช้าๆ ก่อนจะซุกหน้าลงสูดดมความหอมที่ซอกคอขาวทำคนตัวเล็กนั่งเกร็งไปหมด ยิ่งเขาพูดประโยคถัดมาจัสมินยิ่งเขินจนไปต่อไม่ถูก
"งั้น...จ้านไม่เกรงแล้วนะ"
"จะ จ้าน อื้อ..."
ยังไม่ทันได้ร้องห้ามหรือคัดค้านริมฝีปากบางก็โดนคนตัวสูงกดจูบลงมาอีกครั้ง วันนี้เราชักจะจูบกันบ่อยเกินไปแล้วนะแต่ทว่าสัมผัสของจัดจ้านยังทำเธอใจสั่นได้ทุกครั้งโดยเฉพาะเวลาที่ลิ้นร้อนพยายามจะสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็ก ทั้งๆที่ควรผลักออกแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาได้ดีเกินไปแขนเรียวยกขึ้นคล้องคอแกร่งไว้หลวมๆ เอียงหน้ารับจูบจากเพื่อนสนิทอย่างเต็มใจก่อนจะเริ่มตวัดลิ้นสู้ทำคนตัวสูงครางออกมาอย่างพอใจอยู่หลายครั้ง
รู้ว่าไม่มีเพื่อนที่ไหนเขาจูบกันแต่ทั้งสองกลับไม่คิดจะหยุดหรือห้ามกันเลย ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าความรู้สึกที่มีให้กันมันมากกว่าเพื่อนคนอื่นแต่ก็ยังเลือกที่จะเก็บมันไว้ไม่มีใครยอมพูดออกมาเพราะคำว่า 'กลัวเสียเพื่อน' ทุกครั้งที่จูบกันมันจึงได้อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งอึดอัดและรู้สึกดีแบบนี้ไง...
"อืม..."
จากจูบที่อ่อนหวานก็เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนตัวสูงเริ่มบดจูบหนักขึ้นมือร้อนก็ไม่อยู่นิ่งลูบไล้ไปทั่วร่างบางก่อนจะสอดเข้ามาใต้เสื้อเชิ้ตตัวบาง บีบเค้นเอวคอดไปมาก่อนจะเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงหน้าอกสวยแต่โดนคนตัวเล็กที่กำลังมัวเมาไปกับจูบสูบวิญญาณได้สติตะครุบมือซนๆ ไว้ซะก่อน
"อื้มม จะ จ้าน พอก่อน"
"ทำไมคะ?"
"จ้านจะทำ...ตอนนี้เลยเหรอ?" คนตัวเล็กกัดริมฝีปากที่ตอนนี้เริ่มบวมแดงนิดๆ จากการจูบเมื่อครู่อย่างประหม่า ตาเยิ้มๆ หน้าแดงๆ ของเธอทำจัดจ้านไม่อยากหยุดแต่ความกังวลที่ฉายในดวงตากลมโตทำให้เขาต้องถามความเต็มใจของเธอก่อน
"อ่า เธอยังไม่พร้อมเหรอคะ"
จัสมินไม่ตอบแต่พยักหน้าแทน
“มันแปลกๆ อ่า ขอเราทำใจก่อนได้มั้ย"
"แต่อีกไม่กี่วันเธอต้องไปดูตัวแล้วนะคะ"
"เรารู้ แต่ว่าค่อยทำพรุ่งนี้ได้มั้ยวันนี้ซ้อมก่อน"
"ซ้อม?"
คิ้วเข้มขมวดยุ่งเมื่อเธอบอกว่าขอซ้อมก่อน
จัดจ้านสงสัยว่าจะซ้อมทำไมจะเอาก็เอาเลยเถอะขนาดนี้แล้ว
“ก ก็ซ้อมเป็นแฟนกันก่อนไง"
คนที่เกือบเผลอหงุดหงิดเพราะโดนขัดจังหวะหลุดยิ้มออกมาให้กับความน่ารักของคนบนตัก ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันมีด้วยเหรอการซ้อมเป็นแฟนแต่เธอว่าไงเขาก็ว่าตามนั้นแหละ
ผู้ชายคนนี้มันยอมเธอไปหมดแล้วเหลือแค่เห่าให้ฟังแล้วตอนนี้
"ไหนจะซ้อมยังไงคะ หืม"
"ก็...ไม่รู้สิเราไม่เคยมีแฟนจ้านสอนหน่อยสิคนมีแฟนต้องทำยังไง"
อ่า คำถามนี้เหมือนจัสมินจะลืมไปว่าเขาเองก็...
“จ้านก็ไม่เคยมีแฟนเหมือนกันนะเธอ"
ก็โสดเหมือนกันทั้งคู่...
.
.
IG
(Photo รูปจัสมินจัดจ้าน หวานๆ)
Jadjan: แฟน
Totsakan: เอาแล้ววว
FIRE: ยังไง ยังไงงง
Gamgam: เม้าด่วน!
xxx: มันร้ายโว้ยย
xxx: เปิดตัวว่ะๆ
xxx: กรี๊ดดด พี่จ้านอัพไอจีๆๆ
xxx: อ้าว ไม่ได้คบกันนานแล้วหรอคะ
xxx: ชั้นชอบคู่นี้!
IG
(Photo รูปจัสมินจัดจ้านจับมือ ฟีลแฟน)
Jasmine: ห้ามปล่อยนะ! @Judjan
Totsakan: ธรรมดาที่ไหนวะเพื่อนกู
Fahsai: พี่จัสมินกับพี่จัดจ้าน??
FIRE: มดขึ้นไอจีแล้วเพื่อน
Gamgam: เบาได้เบานะจ้าน
xxx: กูกรี๊ดแล้ว ฝันที่ไม่กล้าฝัน @Likey
xxx: เหมาะสมที่สุด!
xxx: แต่งเลยๆๆ
Jadjan's Part
หลังจากที่เราลงรูปในไอจีเพื่อเป็นการ 'ซ้อมเป็นแฟน' พวกเพื่อนก็รัวส่งข้อความมาถามไม่หยุด จัสมินจึงอธิบายไปว่าตัดสินใจให้ผมช่วยเป็นแฟนหลอกๆ ให้ซึ่งพวกมันก็เห็นด้วยทั้งหมดไม่มีใครแย้งอะไรเลยแถมยังบอกอีกว่า
‘ไม่ต้องหลอกแล้วคบกันจริงๆ ไปเลย’
ทำเอาเราสองคนไปไม่เป็นเลย ผมปล่อยให้จัสมินคุยกับเพื่อนไปโดยมีผมนั่งซ้อนหลังกอดเอวเอาคางเกยไหล่อ่านแชตกับเธอไปด้วย แอบกดจมูกหอมไหล่หอมคอเธออยู่หลายที แรกๆ ก็โดนคนตัวเล็กบ่นแต่ผมก็ไม่หยุดจนตอนนี้เลิกบ่นไปแล้วเพราะผมอ้างว่า
'ซ้อมเป็นแฟนไงคะ คนเป็นแฟนกันต้องทำแบบนี้บ่อยๆ นะรู้มั้ย’
"จ้านไม่กลับเหรอ" จัสมินหันมาถามหลังคุยกับเพื่อนเสร็จ มองนาฬิกาตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วผมมาหาเธอตั้งแต่บ่ายแต่ทำไมอยู่กับเธอทีไรเวลาผ่านไปไวทุกทีเลยวะ
"ไล่เหรอคะ"
"เปล่า~ ก็มันดึกแล้วพรุ่งนี้จ้านมีทำงานนี่นาเราไม่อยากให้จ้านขับรถกลับดึกๆ ด้วย"
"เป็นห่วงเหรอ?"
"ห่วงซี่ จ้านมีคนเดียวนะถ้าเป็นอะไรไปจะทำยังไง"
"จัสมิน"
เธอแม่ง โคตรน่ารักเลย
ประโยคที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษแต่พิเศษที่สุดในความรู้สึกของผมทำเอาผมใจเต้นแรงแต่คนตัวเล็กกลับไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำให้ใครคนหนึ่งตกหลุมรักเธอครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
"หือ เราทำไมเหรอ?"
"เปล่าค่ะ ขยับมานี่มา"
จัสมินขยับตามแรงรั้งของผมให้ขึ้นมานั่งบนตักอีกครั้งด้วยท่าทาง งงๆ แต่ก็ปล่อยให้ผมจัดท่านั่งอย่างตามใจ
"จะซ้อมอีกแล้วเหรอ?"
ผมขำในลำคอเมื่อโดนถามแบบนั้นเพราะวันนี้เราซ้อมเป็นแฟนกันแทบจะทั้งวันเลย ถามว่าซ้อมยังไงน่ะเหรอก็ซ้อมแบบที่คนตัวเล็กปากแดงเจ่อจนถึงตอนนี้นี่แหละครับ ;)
"เปล่าค่ะ แต่คืนนี้จ้านค้างด้วยนะ"
"แต่ว่า..."
"อยู่ด้วยกันเยอะๆ เธอจะได้ไม่เกร็งไงคะ" เพราะพรุ่งนี้ผมจะไม่หยุดให้เธอแล้วนะวันนี้เห็นว่าเธอยังใหม่อยู่ก็เลยยอมถอยให้ก่อนเฉยๆ หรอก
"อืม ก็ได้ค่ะ"
ร่างบางยอมตกลงแต่โดยดีพอพูดถึงเรื่องนี้ทีไรหน้าแดงจนน่าหอมให้ช้ำทุกทีเลยให้ตายเถอะ
เมื่อตกลงกันได้ผมก็เข้าไปอาบน้ำออกมาก็เห็นคนตัวเล็กจัดการหาเสื้อผ้าของผมที่เคยทิ้งไว้ที่ห้องเธอให้ก่อนที่เธอจะเข้าไปอาบบ้าง การกระทำเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แต่โคตรรู้สึกดีเลย มันคงจะดีไม่น้อยถ้าได้เห็นภาพนี้ทุกวันแอบคิดเหมือนกันนะว่าทำไมคนที่โดนบังคับแต่งงานกับจัสมินไม่เป็นผมวะ
แต่เอาเถอะถึงจะไม่ใช่ผมแต่ตอนนี้ผมมีหน้าที่ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากงานแต่งงานบ้าๆ นั่นซึ่งถ้าสำเร็จแล้วผมจะไม่อยู่เฉยแล้วล่ะเพราะตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่าผมไม่ต้องการให้เธอไปเป็นของคนอื่น ไม่รู้หรอกว่าถ้าแหกกฎของคำว่าเพื่อนแล้วมันจะดีหรือจะร้ายแต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยผมได้คลั่งตายแน่ๆ
อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้พยายามเพื่อเธอดูสักครั้งเพราะถ้าไม่เข้าข้างตัวเองเกินไปผมว่าจัสมินเองก็คงมีใจให้ผมไม่มากก็น้อยล่ะนะ
หลังจากอาบน้ำเสร็จจัสมินก็ขึ้นมานอนบนเตียงข้างๆ ผมเหมือนเช่นทุกครั้ง เราสองคนไม่เกร็งกันในเรื่องนี้เพราะที่ผ่านมาเวลาผมมาค้างกับเธอเราก็นอนเตียงเดียวกันตลอด แต่ใจเย็นๆ ก่อนนะครับนอกจากแอบกอดกับหอมแก้มเธอตอนหลับผมก็ไม่เคยทำมากกว่านั้นเลยเพราะคำว่าเพื่อนมันค้ำคอซึ่งถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก่อนที่จะมีเรื่องแต่งงานบ้าๆ นี่ผมสาบานว่าเธอไม่รอดมาจนถึงวันนี้หรอก
"จ้าน"
"ว่าไงคะ"
ผมขานรับคนที่นอนอยู่ข้างๆ พร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จัสมินเคลื่อนตัวมาวางคางไว้บนอกผมก่อนจะจ้องตาอย่างจริงจัง ตอนนี้เราเปิดโคมไฟไว้จึงทำให้เห็นหน้าเธอชัด เล่นมาเกยคางบนอกช้อนตามองกันแบบนี้ยิ่งอันตรายต่อหัวใจ
น่าจับฟัดชะมัด
ใจผมเต้นแรงจนกลัวเธอได้ยินแต่ต้องพยายามเก็บอาการไว้ ใจเย็นจัดจ้านเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้ฟัดแล้ว
“สมมติว่าเราทำแบบนั้นกันเกิดทางนั้นไม่ยอมถอยแล้วเราต้องแต่งงานอยู่ดีจ้านจะว่าไงเหรอ?"
คำถามของเธอทำผมเงียบไปอีกครั้ง ผมรู้ดีว่าวิธีนี้มันไม่เวิร์คหรอก นี่ไม่ใช่ละครที่เราจะแกล้งคบกันหลอกๆ แล้วทางนั้นจะเชื่อเพราะต่อให้เธอคบผมจริงถ้าคนมันอยากได้ยังไงก็ต้องได้ ที่ผมยอมตกลงช่วยเธอเพราะอยากให้เธอสบายใจและให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนสู้กับเรื่องนี้อยู่คนเดียวต่างหาก
จัสมินอ่อนต่อโลกไม่กล้าปฏิเสธไม่กล้าตัดสินใจเอง ความใจดีของเธอกำลังจะทำร้ายเธอ ก่อนหน้านี้แก้มก็แอบส่งข้อความมาบอกกับผมเองว่าที่มันแนะนำวิธีนี้ให้จัสมินมันก็ไม่รู้หรอกว่าจะช่วยได้แค่ไหนแต่เพราะมันรู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับจัสมินจึงอยากให้ผมลองเสี่ยงดูเพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปจริงๆ
ก่อนที่เธอจะไปเป็นของคนอื่นโดยที่ผมยังไม่ได้พยายามทำอะไรเลย
ตอนแรกผมก็ไม่อยากทำเพราะมันดูเอาเปรียบจัสมินแต่เพราะคำพูดของแก้มทำให้ผมคิดได้
'กูถามมันว่าถ้าให้เลือกมีอะไรกับคนในกลุ่มมันจะเลือกใคร มันตอบกูว่าเลือกมึงก็คิดเอาเองแล้วกันว่ามึงพิเศษกับมันยังไง'
'กูเป็นเพื่อนมันมาทั้งชีวิตทำไมจะดูไม่ออกว่ามันเองก็ชอบมึงเหมือนกัน มีแต่มึงนั่นแหละที่โง่ปล่อยเวลามาตั้งหลายปี ถ้าครั้งนี้มึงไม่สู้กูก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วนะรอดูมันไปเป็นของคนอื่นจริงๆ เลยแล้วกัน'
"มันจะไม่มีวันนั้น จ้านจะช่วยเธอเอง" ผมตอบอย่างมั่นใจจนคนตัวเล็กหลุดยิ้มออกมาก่อนจะหน้าบึ้งอีกครั้ง
"อึดอัดแย่เลย เราขอโทษนะที่ดึงจ้านมาทำเรื่องแบบนี้"
“ไม่เป็นไรจ้านเต็มใจ ก็เธอเป็นเพื่อนจ้านนี่คะ"
อยากตบปากตัวเองชิบหายไม่ได้อยากเป็นเพื่อนเลยสักครั้งแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีเมื่อคนตรงหน้าดูกังวลขนาดนี้
จัสมินเงียบไปสักพักเมื่อคนตัวสูงตอบออกมาแบบนั้น
นั่นสินะ ก็เรา 'เป็นเพื่อนกัน'
ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ถึงได้รู้สึกไม่พอใจกับคำว่าเพื่อนขนาดนี้ หรือเธอกำลังอินกับบทแฟน?
พรึ่บ!
"เธอ จะทำอะไรคะ"
จัดจ้านตกใจที่อยู่ๆ คนตัวเล็กก็ลุกขึ้นคร่อมร่างเขาไว้ จัสมินนั่งคร่อมบนหน้าท้องแกร่งจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทด้วยท่าทางที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
"จัสมินคะ อื้มม"
ยังไม่ทันที่จัดจ้านจะได้ถามหรือพูดอะไรร่างบางก็โน้มหน้าลงไปบดจูบดูดดึงริมฝีปากหนาอย่างรุนแรง คนตัวสูงตกใจในตอนแรกก่อนจะจูบตอบคนบนร่างกลับไปอย่างดูดดื่มไม่แพ้กันจนเกิดเสียงริมฝีปากปะทะกันเป็นระยะ พอจัดจ้านเริ่มเร่งจังหวะจนเธอหายใจไม่ทันจัสมินจึงรีบผละออกแต่ทว่าก็ยังคงคลอเคลียอยู่กับซอกคอหนาไม่หยุดทำจัดจ้านงงไปหมดว่าอยู่ๆ เธอเป็นอะไรถึงรุกเขาขนาดนี้
"อ่าา เธอเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"
เสียงทุ้มสั่นเล็กน้อยเมื่อโดนริมฝีปากร้อนกดจูบไปทั่วต้นคอแถมยังดูดดึงจนรู้สึกเจ็บนิดๆ แต่ว่ารู้สึกดีมากกว่า
"อืมม เที่ยงคืนแล้วนะ"
จัสมินพูดพร้อมกับย้ายมาจูบที่ปลายคางคมแต่นั่นก็ยังไม่ทำให้คนตัวสูงหายสงสัย
"คะ?"
"เรามาทำแบบนั้นกันตอนนี้เลยได้มั้ยจ้าน"