ตอนที่ 4 สั่นเพราะใจ… ไม่ใช่เพราะฝน

1814 Words
แผ่นหลังเล็กถูกต้อนจนชิดผนังเย็นเฉียบ สวนทางกับฝ่ามือหนาที่กำลังสอดลึกเข้าไปใต้ชายกระโปรงชื้นแฉะ ปลายนิ้วเรียวยาวลากไล้แผ่วเบาไปตามผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณต้นขา แพรวาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บหน้าอก ขนอ่อนลุกเกรียวไปทั้งแผ่นหลัง "อยู่เฉย ๆ..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบสั่งชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนระอุที่เจือกลิ่นมิ้นต์และน้ำหอมสะอาดเป่ารดพวงแก้ม แพรวาหลับตาปี๋ หัวใจเต้นกระแทกซี่โครงจนหูอื้ออึง เสียงฝนตกหนักข้างนอกถูกตัดขาดไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนตรงหน้า แต่แล้ว... วินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเกี่ยวเข้ากับขอบชั้นใน เฮือก! สติที่หลุดลอยถูกดึงกลับมาเข้าร่าง แพรวาลืมตาโพลง สองมือเล็กตะปบเข้าที่ข้อมือแกร่งของเขาทันที เล็บสั้นๆ จิกลงบนผิวเนื้อของเขาโดยสัญชาตญาณ "ม... ไม่เอาค่ะ..." เธอส่ายหน้าหวือ ฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากล่างตัวเองจนห้อเลือด ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะความเย็นของแอร์ หรือเพราะความร้อนผ่าวจากฝ่ามือเขาที่ยังคงหยุดนิ่งอยู่ตรงขอบชั้นในของเธอ "คุณหมอ... อย่า... หนู..." ดวงตากลมโตสั่นระริกช้อนขึ้นสบตาเขา น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาตรงหางตา เธอไม่ได้ผลักเขาออกแรงๆ แต่สองมือที่กำข้อมือเขาไว้สั่นเทาจนคนถูกจับรู้สึกได้ คิมหันต์ชะงัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกจนหน้าอกแกร่งสะท้อนขึ้นลง ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดตรงขมับนูนชัด เขาไม่ได้ดึงมือออกจากใต้กระโปรงเธอ แต่กลับโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแตะชิดกับหน้าผากมน "รู้ตัวแล้วเหรอ..." เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและอันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน คิมหันต์ละมือออกจากหน้าขาของเธอช้า ๆ เปลี่ยนมาเชิดปลายคางเล็กขึ้น บังคับให้คนตัวสั่นต้องสบตากับเขาตรง ๆ "ตอนนี้... กลัว" แรงบีบที่ปลายคางไม่ได้เจ็บ แต่สายตาที่กดทับลงมาทำเอาแพรวาแทบลืมวิธีหายใจ เธอพยักหน้าช้า ๆ มือเล็กยังคงกำข้อมือเขาไว้แน่นราวกับคนจมน้ำที่ยึดขอนไม้ท่อนสุดท้าย "ขอโทษค่ะ... หนู... หนูกลัว..." เสียงเล็กสั่นเครือ หยดน้ำตาไหลรินลงมาเปื้อนปลายนิ้วหัวแม่มือของเขา แต่ท่ามกลางความหวาดกลัวนั้น ดวงตากลมโตกลับมีความดื้อดึงซ่อนอยู่... ดื้อพอที่จะกล้าสบตาเขาโดยไม่หลบ คิมหันต์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเนิ่นนาน เปลวไฟในดวงตาคมค่อย ๆ มอดลง เปลี่ยนกลับมาเป็นความนิ่งสงบที่อ่านยากตามเดิม นิ้วหัวแม่มือหนาเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากหางตาให้เธอแผ่วเบา เขากดหน้าผากของตัวเองแนบลงกับหน้าผากเล็ก "ดีมาก... จำความรู้สึกนี้ไว้นะ แพรวา" เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ "เพราะครั้งหน้า... ฉันจะไม่ยอมให้เธอดึงสติกลับมาได้ง่าย ๆ แบบนี้อีก" แพรวารีบก้มหน้า รวบชายกระโปรงที่ยับยู่ยี่ลงมาปิดต้นขาอย่างลนลาน มือสั่นจนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่ร่างสูงถอยห่างออกไปยืนล้วงกระเป๋าเงียบ ๆ สายตาที่เขามองมา... มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ผู้ชายคนนี้... ไม่มีวันหยุดแค่นี้แน่ ๆ เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบกริบจนน่าอึดอัด แพรวานั่งตัวลีบอยู่บนเบาะผู้โดยสารด้านหน้า สองมือกำสายกระเป๋าผ้าแคนวาสไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เธอเอาแต่หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองคนขับที่นั่งหน้าตึงอยู่หลังพวงมาลัย กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ ที่ลอยวนอยู่ในแอร์รถ... มันคือกลิ่นเดียวกับที่รดรินอยู่ตรงซอกคอเธอเมื่อคืน แค่ได้กลิ่น ผิวเนื้อตรงที่เคยถูกสัมผัสก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาเฉย ๆ "ใกล้ถึงหอแล้ว... อย่าลืมหาข้าวกินด้วย" เสียงทุ้มทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อ ๆ โดยที่เจ้าของเสียงยังคงมองตรงไปที่ถนน แพรวาสะดุ้ง หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าคมคาย ก่อนจะรีบก้มหน้างุด ซ่อนพวงแก้มที่เริ่มซับสีเลือด "ขะ... ขอบคุณนะคะ..." เธอพึมพำตอบเสียงเบาหวิว คิมหันต์ไม่ได้ตอบรับอะไร แต่สันกรามที่นูนขึ้นบอกให้รู้ว่าเขากำลังขบกรามแน่น รถคันหรูเปิดไฟเลี้ยว จอดเทียบฟุตบาทหน้าปากซอยหอพักเก่า ๆ ของเธอ แพรวาพรูลมหายใจออกมายาว ๆ เอื้อมมือไปจับที่เปิดประตูรถ หมับ... มือหนาที่ละจากพวงมาลัย เอื้อมมาทาบทับลงบนหลังมือเล็กของเธออย่างรวดเร็ว "แพรวา" สรรพนามนั้นถูกเรียกด้วยน้ำเสียงกดต่ำ แพรวาชะงัก หันกลับไปสบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วหัวแม่มือของเขาที่กำลังคลึงเบา ๆ ลงบนหลังมือของเธอ "ดูแลตัวเองให้ดี..." คิมหันต์หรี่ตาลง มุมปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "ถ้าเจ็บ... หรือถ้าป่วย... อย่าคิดอวดเก่งจัดการเองอีก" เขาโน้มตัวข้ามคอนโซลรถเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "เพราะคราวหน้า... ฉันจะเป็นคนจัดการ 'ทุกอย่าง' ให้เอง" ประโยคสุดท้ายแหบพร่าและเน้นย้ำคำว่าทุกอย่างจนคนฟังหน้าร้อนฉ่า แพรวากลืนน้ำลายฝืดคอ พยักหน้ารับหงึกหงัก รีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว เธอเดินจ้ำอ้าวเข้าซอยหอพักโดยไม่หันกลับไปมอง ยกหลังมือข้างที่ถูกเขาสัมผัสขึ้นมาทาบแก้มตัวเองที่ร้อนจี๋ หนีพ้นแล้ว... เธอคิดแบบนั้น แต่ความร้อนจากฝ่ามือเขาที่ประทับอยู่บนผิว... กลับซึมลึกจนล้างไม่ออก สามวันต่อมา... โรงอาหารคณะการท่องเที่ยว "ซุ่มซ่ามอีกแล้วไอ้แพรวเอ๊ย..." แพรวาบ่นอุบอิบกับตัวเองขณะกะเผลกไปทิ้งตัวลงนั่งบนขอบกระถางต้นไม้หน้าโรงอาหาร มือเล็กถกขากางเกงยีนส์ขึ้น ดูรอยช้ำสีม่วงอมเขียวขนาดใหญ่ที่หัวเข่า เมื่อห้านาทีก่อน เธอเพิ่งโชว์ความโก๊ะด้วยการทำชีทเรียนปลิวหลุดมือ จังหวะที่ก้มลงไปตะครุบกระดาษ หัวเข่าก็ดันไปกระแทกเข้ากับขาโต๊ะเหล็กอย่างจังจนเกิดเสียงดังโครมใหญ่! "ยัยนี่อีกแล้ว เดินชนนู่นชนนี่ไม่เว้นแต่ละวัน" "เห็นว่าช่วงนี้ไปป้วนเปี้ยนอยู่ตึกผู้ป่วย VIP ด้วยนะ แกคิดว่าไปเฝ้าตา... หรือไปเฝ้าใครกันแน่?" เสียงซุบซิบนินทาจากโต๊ะข้าง ๆ ลอยเข้าหู แพรวาทำเป็นหูทวนลม เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ ควานหาพลาสเตอร์ยาที่พกติดตัวไว้เสมอ พรึ่บ... จู่ ๆ แสงแดดที่ส่องลงมาก็ถูกบดบังด้วยเงาของใครบางคน แพรวาชะงักมือที่กำลังหาของ สายตามองเห็นเพียงรองเท้าหนังสีดำขัดมันกริบหยุดยืนอยู่ตรงหน้า "ยังซุ่มซ่ามไม่เลิก" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจทำเอาหัวใจแพรวาร่วงหล่นลงไปกองที่ตาตุ่ม เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงศอก กางเกงสแล็คเข้ารูป... หมอคิมหันต์! เขาไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่รังสีความกดดันกลับแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง "ค... คุณหมอ..." เธอครางชื่อเขาเสียงแผ่ว คิมหันต์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นปูนซีเมนต์ ต่อหน้าคนนับร้อยในโรงอาหาร! มือหนาเอื้อมมาจับข้อเท้าของเธอ แล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้ขาของเธอพาดทับลงบนหน้าขาแกร่งของเขา "คุณหมอ! ทำอะไรคะ คนมองเต็มไปหมดแล้ว!" แพรวาตาเหลือก พยายามจะชักขาหลบ แต่ฝ่ามือใหญ่กลับจับล็อกข้อเท้าเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "ไหนบอกว่าดูแลตัวเองได้ไง?" เขาเลิกคิ้วถามเสียงเรียบ ล้วงมืออีกข้างเข้ากระเป๋ากางเกง ดึงพลาสเตอร์ยาแบบกันน้ำออกมาลอกแผ่นใสออกอย่างใจเย็น "ด... เดี๋ยวหนูทำเองค่ะ ปล่อยเถอะค่ะ..." แพรวาลุกลี้ลุกลน มองซ้ายมองขวา ตอนนี้นักศึกษาเกือบทั้งโรงอาหารหยุดกินข้าวแล้วหันมามองพวกเขากันหมดแล้ว "อยู่เฉย ๆ... เดี๋ยวทำให้" นิ้วยาวค่อย ๆ แปะพลาสเตอร์ลงบนรอยช้ำอย่างเบามือที่สุด ขัดกับใบหน้าเรียบตึงของเขา แพรวากัดริมฝีปากแน่น ความร้อนจากฝ่ามือที่รองอยู่ใต้ข้อเท้าเธอ แผ่ซ่านลามขึ้นมาจนถึงก้อนเนื้อในอกซ้าย "เฮ้ย แก... นั่นหมอคิมหันต์ ธาราเมดิแคร์ ไม่ใช่เหรอวะ?" "ตัวจริงเว้ย! ทำไมหมอระดับนั้นมาก้มทำแผลให้ยัยแพรวาวะ?" "คุณพระ... หรือที่ว่าไปเฝ้าตา..." เสียงซุบซิบเริ่มดังกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ แพรวาทนรับสายตานับร้อยคู่ไม่ไหว เธอออกแรงกระตุกขาตัวเองกลับสุดแรง "พอแล้วค่ะ! หนูบอกว่าหนูทำเองได้ไง!" เธอแหวเสียงสั่น น้ำตาแห่งความอับอายและทำตัวไม่ถูกเริ่มรื้นขึ้นมา คิมหันต์ชะงักมือ เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดัน "กลัวอะไร?" เขาถามเสียงต่ำ ริมฝีปากแทบไม่ขยับ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบลงฉับพลัน "กลัวฉัน... หรือกลัวสายตาพวกมัน?" คำถามนั้นจี้ใจดำจนแพรวาสะอึก มือเล็กขยำขากางเกงตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ เธอส่ายหน้าช้า ๆ น้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือของเขาที่ยังจับข้อเท้าเธออยู่ "อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ... ขอร้อง..." คิมหันต์มองหยดน้ำตาบนหลังมือตัวเอง เขาหัวเราะหึในลำคอ มุมปากหยักยกขึ้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่สนใจสายตาใครหน้าไหนทั้งนั้น ร่างสูงโน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหูของเด็กสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนกระถางต้นไม้ "แพรวา..." เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว แต่ชัดเจนจนขนลุก "ฉันแค่อยากให้พวกมันจำใส่หัวเอาไว้..." เขากวาดสายตาคมกริบมองกราดไปทั่วโรงอาหาร เพียงเสี้ยววินาที เสียงซุบซิบก็เงียบลง ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสบตาเธอ "ถ้าใครหน้าไหนมันกล้าทำเธอเจ็บ... มันจะต้องเจ็บกว่านี้เป็นร้อยเท่า"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD