ตอนที่ 7 หายไปจากอ้อมกอด

1280 Words
ครืด... ครืด... โทรศัพท์มือถือที่ถูกโยนทิ้งไว้ก้นกระเป๋าผ้าสั่นจนเครื่องร้อนจี๋ แพรวานั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งชานชาลารถไฟ สายตาจดจ้องหน้าจอที่สว่างวาบโชว์ชื่อ ‘คิมหันต์’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เอื้อมมือไปกดปุ่มปิดเสียงแล้วยัดมันกลับลงกระเป๋าดังเดิม ลมเช้าพัดหอบเอากลิ่นไอดินชื้นแฉะมาปะทะหน้า มันเทียบไม่ได้เลยกับกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตราคาแพงที่ติดอยู่บนหมอนของเขา "เซ็นยืนยันสิทธิ์... สัญญาดูแล..." เสียงหวานพึมพำแผ่วเบากับตัวเอง สองแขนยกขึ้นกอดอกแน่นขึ้นอีก ภาพตัวอักษรบนซองกระดาษสีน้ำตาลยังคงฉายชัดอยู่ในหัว สองวันแล้วที่เธอหอบกระเป๋าผ้าใบเดียวหนีมาซุกตัวอยู่บ้านญาติในต่างจังหวัด หวังแค่ว่าความเงียบของที่นี่จะช่วยดับความว้าวุ่นในใจลงได้ แต่พอหลับตาลงทีไร... สัมผัสร้อนอุ่นๆบนผิวเนื้อ กับเสียงหอบหายใจพร่าพร่าของเขากลับตามมาหลอกหลอนจนเธอต้องลืมตาตื่นทุกครั้ง ปัง!! แฟ้มเอกสารหนาเตอะถูกเหวี่ยงอัดกระแทกโต๊ะกระจกอย่างแรงจนกระดาษด้านในปลิวว่อน คิมหันต์ยืนเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งถูกปลายสายตัดทิ้งเป็นรอบที่ร้อย เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ... "หาให้เจอ" เสียงทุ้มกดต่ำ ไม่มีการตะคอก แต่บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวกลับเย็นยะเยือกจนชายชุดดำสองคนที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะพากันก้มหน้าหลบสายตา "เรากำลังไล่เช็กกล้องวงจรปิดตามสถานีขนส่งอยู่ครับนาย แต่ว่า..." "ฉันจ้างพวกแกมาทำงาน ไม่ใช่มาอ้างคำว่า แต่" คิมหันต์ตวัดสายตาดุดันขึ้นมอง "ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว หิ้วกระเป๋าผ้าเก่าๆ ใบเดียว... เดินหายไปจากรัศมีพวกแกได้ยังไง!" ลูกน้องเหงื่อแตกพลั่ก ไม่กล้าแม้แต่จะอ้าปากแก้ตัว คิมหันต์ถอนหายใจหนัก ยกมือขึ้นบีบสันจมูกตัวเอง แค่เศษกระดาษบ้าๆ แผ่นเดียว... เธอถึงกับกล้าหนีฉันเลยงั้นเหรอ แพรวา... เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง คนสนิทอีกคนรีบก้าวเข้ามา วางแฟ้มปกดำสนิทลงบนโต๊ะ... แฟ้มที่มีตราประทับของเครือข่ายธุรกิจมืดที่ไม่มีใครในโรงพยาบาลนี้เคยเห็น คิมหันต์พลิกแฟ้มเปิดออก ด้านในคือรูปถ่ายของผู้ชายหน้าตาเหี้ยมเกรียม... ศัตรูตัวฉกาจในวงการสีเทาของเขา "จัดการไอ้สวะนี่ให้จบ" มือหนายกขึ้นปลดปมเนกไท ลากดึงให้หลวมอย่างรำคาญใจ ก่อนจะถอดนาฬิกาเรือนหรูโยนทิ้งทับลงบนรูปถ่าย ท่าทีของหมอหนุ่มผู้แสนดีไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ปิดจ๊อบพวกมันซะ... ก่อนที่มันจะรู้ว่าแพรวาไม่ได้อยู่กับฉัน" เขากดเสียงต่ำลอดไร้ฟัน "แล้วจำใส่หัวพวกแกไว้... ห้ามให้ใครหน้าไหนแตะต้องตัวเธอ แม้แต่ปลายเล็บ" "ครับนาย!" ตกดึก... อีกฟากหนึ่งของเมืองเล็กๆ แพรวานั่งชันเข่าอยู่ริมหน้าต่างบานเกล็ด แสงสีส้มจากเสาไฟถนนสาดเข้ามาตกกระทบเสี้ยวหน้า โทรศัพท์ในมือสั่นระริก... ไม่ใช่เพราะมีคนโทรเข้า แต่เป็นเพราะมือของเธอต่างหากที่กำลังสั่น ปลายนิ้วเล็กเลื่อนไถหน้าจอ อ่านกระทู้ข่าวซุบซิบที่เพิ่งเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาเมื่อตอนเย็น ‘แฉ! ธุรกิจเบื้องหลังเครือธาราเมดิแคร์ อาจเชื่อมโยงกลุ่มทุนสีเทาระดับประเทศ...’ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อไล่อ่านไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย... ‘นำโดย นพ.คิมหันต์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง...’ "ธุรกิจสีเทา... ทุนมืดเหรอ...?" โทรศัพท์แทบจะร่วงหล่นจากมือ แพรวายกมือขึ้นทาบหน้าอกตัวเอง หัวใจเต้นกระหน่ำจนรู้สึกเจ็บ รอยจูบสีจางที่ยังหลงเหลืออยู่ใต้คอเสื้อให้ความรู้สึกร้อนผ่าว... แต่ความรู้สึกข้างในอกกลับเย็นเฉียบ "ที่ผ่านมา... ฉันรู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือเปล่าเนี่ย..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว ความเงียบสงบของบ้านไม้ชั้นเดียวในต่างจังหวัดถูกทำลายลงในเช้าวันถัดมา ครืด... เอี๊ยด... เสียงล้อรถบดเบียดกรวดหินหน้าบ้าน แพรวาที่กำลังก้มๆ เงยๆ ตากผ้าอยู่ที่ระเบียงชะงักมือ เธอชะโงกหน้าออกไปดู... รถยุโรปสีดำสนิทติดฟิล์มทึบจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงรั้วไม้เก่าๆ ประตูฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังขัดมันก้าวลงมาเหยียบพื้นดิน ตามด้วยร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงศอก แพรวากลั้นหายใจ หัวใจกระตุกวูบ คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอพอดี แววตาคมกริบนั้นล็อกเป้าหมายนิ่งสนิท ขายาวก้าวตรงมาที่บันไดไม้หน้าบ้าน... ตึก... ตึก... หมอคิมหันต์ย่างสามขุมเข้ามา แพรวาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณสั่งให้เธอถอยหลังหนี โป๊ก! "โอ๊ย!" เธอร้องเสียงหลงเมื่อแผ่นหลังและท้ายทอยชนเข้ากับเสาระเบียงอย่างจัง มือเล็กรีบยกขึ้นกุมหัวตัวเอง นัยน์ตารื้นไปด้วยน้ำตาเพราะความเจ็บจี๊ด เสียงฝีเท้าหยุดชะงักไปแค่เสี้ยววินาที แทนที่เขาจะค่อยๆ เดิน คิมหันต์กลับก้าวยาวๆ พรวดเดียวขึ้นมายืนซ้อนอยู่ตรงหน้า แพรวาเบียดตัวเข้ากับราวระเบียงโยกเยกจนหมดทางถอย "เจ็บไหม" เสียงทุ้มถามเรียบๆ แต่มุมปากและแววตาของเขากลับฉายแววหงุดหงิดชัดเจน... หงุดหงิดที่เธอเอาแต่หนีจนทำตัวเองเจ็บ "กะ... ก็หัวมันกระแทกนี่นา..." เธอเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้าหลบสายตาดุๆ มืออีกข้างกำขอบกะละมังซักผ้าแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว คิมหันต์ถอนหายใจยาว พรูลมหายใจร้อนๆ ออกมา เขายื่นมือออกไป แพรวาสะดุ้งหลับตาปี๋ แต่สัมผัสที่ได้รับกลับเป็นปลายนิ้วอุ่นจัดที่กดคลึงเบาๆ ลงบนรอยนูนปูดตรงท้ายทอย "ไปอยู่ไหนมา" เขากระซิบถามชิดริมขมับ น้ำเสียงกดต่ำเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง แพรวากลืนน้ำลายฝืดคอ "หนู... มาพักบ้านญาติค่ะ... หนูไม่ได้หนีนะ แค่ขอมาพักใจแป๊บเดียวเอง..." เธอลุกลี้ลุกลนตอบรัวเร็ว คิมหันต์ละมือจากท้ายทอย เลื่อนมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตาตรงๆ "พัก?" เขาทวนคำ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "หนีมาซุกตัวอยู่ที่นี่ กะจะไม่ตอบไลน์ ไม่รับสายฉันเลยว่างั้น?" "ก็หนูสับสนนี่คะ!" เธอเผลอขึ้นเสียงใส่เขา ความอัดอั้นตลอดสองวันระเบิดออกมา "หนูไม่รู้ว่าคุณเป็นใครกันแน่ เป็นหมอ... เป็นมาเฟีย... แล้วซองเอกสารสัญญานั่นมัน..." คำประท้วงของเธอถูกกลืนหายไป เมื่อคิมหันต์เลื่อนปลายนิ้วหัวแม่มือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกเบาๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออกผุดขึ้นที่มุมปาก "ซื่อบื้อไม่เหมือนใครจริงๆ..." เขาพึมพำเบาๆ คล้ายพูดกับตัวเอง "คะ...?" คิมหันต์ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ เขาละมือจากใบหน้า เลื่อนลงมาจับที่ต้นแขนเล็ก บีบกระชับเบาๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดใบหู แพรวาตัวแข็งทื่อ เมื่อเสียงกระซิบที่ตามมานั้น เย็นเยียบ เรียบนิ่ง แต่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "อยู่ที่นี่ต่อก็ได้..." เขาเว้นจังหวะ "แต่จำไว้ แพรวา... ไม่มีที่ไหนในโลก ที่ฉันมองไม่เห็นเธอ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD