ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือที่ถูกโยนทิ้งไว้ก้นกระเป๋าผ้าสั่นจนเครื่องร้อนจี๋ แพรวานั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งชานชาลารถไฟ สายตาจดจ้องหน้าจอที่สว่างวาบโชว์ชื่อ ‘คิมหันต์’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เอื้อมมือไปกดปุ่มปิดเสียงแล้วยัดมันกลับลงกระเป๋าดังเดิม
ลมเช้าพัดหอบเอากลิ่นไอดินชื้นแฉะมาปะทะหน้า มันเทียบไม่ได้เลยกับกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตราคาแพงที่ติดอยู่บนหมอนของเขา
"เซ็นยืนยันสิทธิ์... สัญญาดูแล..."
เสียงหวานพึมพำแผ่วเบากับตัวเอง สองแขนยกขึ้นกอดอกแน่นขึ้นอีก ภาพตัวอักษรบนซองกระดาษสีน้ำตาลยังคงฉายชัดอยู่ในหัว สองวันแล้วที่เธอหอบกระเป๋าผ้าใบเดียวหนีมาซุกตัวอยู่บ้านญาติในต่างจังหวัด หวังแค่ว่าความเงียบของที่นี่จะช่วยดับความว้าวุ่นในใจลงได้
แต่พอหลับตาลงทีไร... สัมผัสร้อนอุ่นๆบนผิวเนื้อ กับเสียงหอบหายใจพร่าพร่าของเขากลับตามมาหลอกหลอนจนเธอต้องลืมตาตื่นทุกครั้ง
ปัง!!
แฟ้มเอกสารหนาเตอะถูกเหวี่ยงอัดกระแทกโต๊ะกระจกอย่างแรงจนกระดาษด้านในปลิวว่อน
คิมหันต์ยืนเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งถูกปลายสายตัดทิ้งเป็นรอบที่ร้อย เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ...
"หาให้เจอ"
เสียงทุ้มกดต่ำ ไม่มีการตะคอก แต่บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวกลับเย็นยะเยือกจนชายชุดดำสองคนที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะพากันก้มหน้าหลบสายตา
"เรากำลังไล่เช็กกล้องวงจรปิดตามสถานีขนส่งอยู่ครับนาย แต่ว่า..."
"ฉันจ้างพวกแกมาทำงาน ไม่ใช่มาอ้างคำว่า แต่" คิมหันต์ตวัดสายตาดุดันขึ้นมอง "ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว หิ้วกระเป๋าผ้าเก่าๆ ใบเดียว... เดินหายไปจากรัศมีพวกแกได้ยังไง!"
ลูกน้องเหงื่อแตกพลั่ก ไม่กล้าแม้แต่จะอ้าปากแก้ตัว คิมหันต์ถอนหายใจหนัก ยกมือขึ้นบีบสันจมูกตัวเอง
แค่เศษกระดาษบ้าๆ แผ่นเดียว... เธอถึงกับกล้าหนีฉันเลยงั้นเหรอ แพรวา...
เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง คนสนิทอีกคนรีบก้าวเข้ามา วางแฟ้มปกดำสนิทลงบนโต๊ะ... แฟ้มที่มีตราประทับของเครือข่ายธุรกิจมืดที่ไม่มีใครในโรงพยาบาลนี้เคยเห็น
คิมหันต์พลิกแฟ้มเปิดออก ด้านในคือรูปถ่ายของผู้ชายหน้าตาเหี้ยมเกรียม... ศัตรูตัวฉกาจในวงการสีเทาของเขา
"จัดการไอ้สวะนี่ให้จบ"
มือหนายกขึ้นปลดปมเนกไท ลากดึงให้หลวมอย่างรำคาญใจ ก่อนจะถอดนาฬิกาเรือนหรูโยนทิ้งทับลงบนรูปถ่าย ท่าทีของหมอหนุ่มผู้แสนดีไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ปิดจ๊อบพวกมันซะ... ก่อนที่มันจะรู้ว่าแพรวาไม่ได้อยู่กับฉัน" เขากดเสียงต่ำลอดไร้ฟัน "แล้วจำใส่หัวพวกแกไว้... ห้ามให้ใครหน้าไหนแตะต้องตัวเธอ แม้แต่ปลายเล็บ"
"ครับนาย!"
ตกดึก... อีกฟากหนึ่งของเมืองเล็กๆ
แพรวานั่งชันเข่าอยู่ริมหน้าต่างบานเกล็ด แสงสีส้มจากเสาไฟถนนสาดเข้ามาตกกระทบเสี้ยวหน้า โทรศัพท์ในมือสั่นระริก... ไม่ใช่เพราะมีคนโทรเข้า แต่เป็นเพราะมือของเธอต่างหากที่กำลังสั่น
ปลายนิ้วเล็กเลื่อนไถหน้าจอ อ่านกระทู้ข่าวซุบซิบที่เพิ่งเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาเมื่อตอนเย็น
‘แฉ! ธุรกิจเบื้องหลังเครือธาราเมดิแคร์ อาจเชื่อมโยงกลุ่มทุนสีเทาระดับประเทศ...’
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อไล่อ่านไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย...
‘นำโดย นพ.คิมหันต์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง...’
"ธุรกิจสีเทา... ทุนมืดเหรอ...?"
โทรศัพท์แทบจะร่วงหล่นจากมือ แพรวายกมือขึ้นทาบหน้าอกตัวเอง หัวใจเต้นกระหน่ำจนรู้สึกเจ็บ รอยจูบสีจางที่ยังหลงเหลืออยู่ใต้คอเสื้อให้ความรู้สึกร้อนผ่าว... แต่ความรู้สึกข้างในอกกลับเย็นเฉียบ
"ที่ผ่านมา... ฉันรู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือเปล่าเนี่ย..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว
ความเงียบสงบของบ้านไม้ชั้นเดียวในต่างจังหวัดถูกทำลายลงในเช้าวันถัดมา
ครืด... เอี๊ยด...
เสียงล้อรถบดเบียดกรวดหินหน้าบ้าน แพรวาที่กำลังก้มๆ เงยๆ ตากผ้าอยู่ที่ระเบียงชะงักมือ เธอชะโงกหน้าออกไปดู... รถยุโรปสีดำสนิทติดฟิล์มทึบจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงรั้วไม้เก่าๆ
ประตูฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังขัดมันก้าวลงมาเหยียบพื้นดิน ตามด้วยร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงศอก
แพรวากลั้นหายใจ หัวใจกระตุกวูบ
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอพอดี แววตาคมกริบนั้นล็อกเป้าหมายนิ่งสนิท ขายาวก้าวตรงมาที่บันไดไม้หน้าบ้าน...
ตึก... ตึก... หมอคิมหันต์ย่างสามขุมเข้ามา
แพรวาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณสั่งให้เธอถอยหลังหนี
โป๊ก!
"โอ๊ย!"
เธอร้องเสียงหลงเมื่อแผ่นหลังและท้ายทอยชนเข้ากับเสาระเบียงอย่างจัง มือเล็กรีบยกขึ้นกุมหัวตัวเอง นัยน์ตารื้นไปด้วยน้ำตาเพราะความเจ็บจี๊ด
เสียงฝีเท้าหยุดชะงักไปแค่เสี้ยววินาที แทนที่เขาจะค่อยๆ เดิน คิมหันต์กลับก้าวยาวๆ พรวดเดียวขึ้นมายืนซ้อนอยู่ตรงหน้า แพรวาเบียดตัวเข้ากับราวระเบียงโยกเยกจนหมดทางถอย
"เจ็บไหม"
เสียงทุ้มถามเรียบๆ แต่มุมปากและแววตาของเขากลับฉายแววหงุดหงิดชัดเจน... หงุดหงิดที่เธอเอาแต่หนีจนทำตัวเองเจ็บ
"กะ... ก็หัวมันกระแทกนี่นา..." เธอเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้าหลบสายตาดุๆ มืออีกข้างกำขอบกะละมังซักผ้าแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
คิมหันต์ถอนหายใจยาว พรูลมหายใจร้อนๆ ออกมา เขายื่นมือออกไป แพรวาสะดุ้งหลับตาปี๋ แต่สัมผัสที่ได้รับกลับเป็นปลายนิ้วอุ่นจัดที่กดคลึงเบาๆ ลงบนรอยนูนปูดตรงท้ายทอย
"ไปอยู่ไหนมา"
เขากระซิบถามชิดริมขมับ น้ำเสียงกดต่ำเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
แพรวากลืนน้ำลายฝืดคอ "หนู... มาพักบ้านญาติค่ะ... หนูไม่ได้หนีนะ แค่ขอมาพักใจแป๊บเดียวเอง..."
เธอลุกลี้ลุกลนตอบรัวเร็ว คิมหันต์ละมือจากท้ายทอย เลื่อนมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตาตรงๆ
"พัก?" เขาทวนคำ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "หนีมาซุกตัวอยู่ที่นี่ กะจะไม่ตอบไลน์ ไม่รับสายฉันเลยว่างั้น?"
"ก็หนูสับสนนี่คะ!" เธอเผลอขึ้นเสียงใส่เขา ความอัดอั้นตลอดสองวันระเบิดออกมา "หนูไม่รู้ว่าคุณเป็นใครกันแน่ เป็นหมอ... เป็นมาเฟีย... แล้วซองเอกสารสัญญานั่นมัน..."
คำประท้วงของเธอถูกกลืนหายไป เมื่อคิมหันต์เลื่อนปลายนิ้วหัวแม่มือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกเบาๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออกผุดขึ้นที่มุมปาก
"ซื่อบื้อไม่เหมือนใครจริงๆ..." เขาพึมพำเบาๆ คล้ายพูดกับตัวเอง
"คะ...?"
คิมหันต์ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ เขาละมือจากใบหน้า เลื่อนลงมาจับที่ต้นแขนเล็ก บีบกระชับเบาๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดใบหู แพรวาตัวแข็งทื่อ เมื่อเสียงกระซิบที่ตามมานั้น เย็นเยียบ เรียบนิ่ง แต่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"อยู่ที่นี่ต่อก็ได้..." เขาเว้นจังหวะ "แต่จำไว้ แพรวา... ไม่มีที่ไหนในโลก ที่ฉันมองไม่เห็นเธอ"