ตอนที่ 8 ลางสังหรณ์บางอย่าง

1600 Words
เสียงจักจั่นร้องระงมแข่งกับเสียงไม้กระดานที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้า แพรวายืนหลังชนขอบระเบียงบ้านญาติ มือเล็กกอดกระเป๋าผ้าใบเก่าแนบอกจนข้อนิ้วซีดขาว ตรงหน้าเธอ... คิมหันต์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาคมกริบจ้องลงมานิ่งสนิท ไร้ความรู้สึก แต่กลับแผ่รังสีคุกคามจนอากาศรอบตัวเหมือนจะถูกสูบออกไปหมด "กลับกับฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดออกจากริมฝีปากหยัก มันไม่ใช่คำชวน แต่เป็นคำสั่งที่ห้ามปฏิเสธ แพรวาส่ายหน้าเร็วๆ ถอยหลังไปอีกก้าวจนแผ่นหลังชิดลูกกรงระเบียง "หนู... หนูยังไม่อยากกลับ" คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "กลัว?" "หนูกลัว..." เสียงเธอสั่นเครือ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเจ็บ หมอคิมหันต์คนที่คอยทำแผลให้เธออย่างอ่อนโยนหายไปไหน... ผู้ชายตรงหน้านี้อันตรายเกินไป "หนูกลัวว่าคุณ... จะไม่ใช่หมอที่หนูรู้จัก" คิมหันต์ได้ยินแบบนั้นก็แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนแพรวาขนลุกซู่ เขาก้าวพรวดเดียวประชิดตัว โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ฉันไม่เคยเป็นแค่หมอ" ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มที่กำลังซีดเผือด "แต่เธอ... ก็ไม่เหมือนใครเหมือนกัน" แพรวาสะดุ้ง ร่างกายสั่นสะท้าน มือเล็กเผลอคว้าคว้าลูกกรงระเบียงด้านหลังไว้แน่นเพื่อหาหลักยึด เอี๊ยด... ไม้เก่าผุโยกเอนไปด้านหลัง คิมหันต์ขมวดคิ้วฉับ มือหนารีบคว้าท่อนแขนเล็กแล้วกระชากตัวเธอให้กลับเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง "ระวังจะร่วงลงไป" เขาดุเสียงเข้ม แต่แรงกระชากนั้นทำเอาแพรวาปล่อยมือจากกระเป๋าผ้า ตุบ! ของในกระเป๋าหล่นกระจายเกลื่อนพื้นไม้ และหนึ่งในนั้นคือ... สมุดโน้ตเล่มเล็กที่กางออก โชว์รายชื่อร้านขายยาและเส้นทางหลบหนีที่เธอแอบจดเตรียมไว้ คิมหันต์ปรายตามอง เขาย่อตัวลงไปหยิบมันขึ้นมา แพรวาตาเบิกกว้าง รีบถลันตัวเข้าไปแย่ง "คืนหนูนะ!" เขายกแขนขึ้นสูงพ้นระยะเอื้อมของเธอ นัยน์ตาคมที่ฉายแววดูแคลนกวาดอ่านตัวหนังสือยึกยือบนหน้ากระดาษ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน "ยังคิดจะหนี?" เสียงของเขากดต่ำลงกว่าเดิม แววตาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "หนูแค่เผื่อไว้..." แพรวาเงยหน้าสบตาเขา น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า "หนูไม่ได้อยากหนีคุณจริงๆ นะ..." คิมหันต์จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริก ไฟโกรธในตาเขาค่อยๆ มอดลง แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่านั้น เขากำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ "เธอไม่เหมือนใครจริงๆ แพรวา..." เขากดเสียงเรียกชื่อเธอหนักแน่น มือหนาเชยคางเธอขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตาที่หางตาเบาๆ "อยู่ให้ฉันมอง... ก็พอ" เขาก้มลงกดจูบหนักๆ ที่หน้าผากมน... เป็นจังหวะที่ตราตรึงเพื่อบอกให้รู้ว่า เธอไม่มีวันหนีพ้นเงาของเขาได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ มหาวิทยาลัย "แพรวา! แพรวา!" แพรวาสะดุ้งเฮือก ทำปากกาหลุดจากมือ กะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนสนิทที่กำลังโบกมือไปมาตรงหน้า "แกโอเคจริงปะเนี่ย เหม่อจนอาจารย์เดินออกจากห้องไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีก" เพื่อนขมวดคิ้วถาม "โอเคสิ!" แพรวารีบฉีกยิ้มกว้าง กวาดชีทเรียนยัดใส่กระเป๋าผ้าใบเดิมที่ยับยู่ยี่ "ฉันก็แค่... มึนๆ เนื้อหานิดหน่อยไง" เธอหัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งที่ในหัวไม่ได้มีเรื่องเรียนเลยสักนิด ภาพนัยน์ตาคมดุและสัมผัสร้อนจัดที่หน้าผากยังคงวนเวียนกวนใจเธอทุกคืนตั้งแต่กลับมาจากบ้านญาติ ตกเย็น แพรวารีบวิ่งกระหืดกระหอบลงจากรถเมล์ เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นยาหอมผสมใบพลูลอยมาแตะจมูก ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาได้จริงๆ เป็นครั้งแรกของวัน "ตา! แพรวากลับมาแล้ว!" เธอวิ่งโผเข้าไปกอดแผ่นหลังโค้งงอของคุณตาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกหน้าบ้าน แต่ด้วยความรีบร้อน สายกระเป๋าผ้าที่พาดไหล่ก็เลื่อนหลุด ชีทรายงานร่วงกระจายเต็มพื้น "โอ๊ะ!" แพรวาร้องเสียงหลง รีบย่อตัวลงตะครุบกระดาษอย่างทุลักทุเล "กลับมาได้ก็ดีแล้วล่ะไอ้หลานเปิ่นของตา..." คุณตาส่ายหัวยิ้มๆ เสียงหัวเราะแหบพร่าดังคลอไปกับเสียงลมเย็นยามค่ำ คลังสินค้าเก่า เขตท่าเรือ กลิ่นดินปืนคละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นไส้ คิมหันต์ยืนพิงกำแพงอิฐชื้นแฉะ หอบหายใจหนัก เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงของเขาตอนนี้ชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ​ปลายกระบอกปืนในมือยังคงส่งกลิ่นไหม้จางๆ... คิมหันต์เมินเฉยต่อความเจ็บที่สีข้าง เขาเพียงแต่จดจ้องร่างที่ล้มลงตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับปีศาจที่ไร้ความรู้สึก กร๊อบ... เขายกฝ่าเท้าที่สวมรองเท้าหนังเหยียบลงบนเศษกระจกแตก เดินข้ามร่างไร้วิญญาณของคู่อริที่เพิ่งดวลปืนพลาดท่าให้เขาเมื่อครู่ "นึกว่ากล้าดี..." เขาแค่นเสียงหยัน มือหนาที่เปื้อนเลือดล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง กดรับสายลูกน้องคนสนิทที่โทรเข้ามาพอดี "เคลียร์ให้เกลี้ยง" เขาสั่งสั้นๆ คำเดียวแล้วกดตัดสาย ปลายนิ้วสั่นเทายกขึ้นกดแผลแตกที่หางคิ้ว ความเจ็บปวดทางกายไม่ได้ทำให้เขาคิ้วขมวดเท่ากับความรู้สึกโหวงเหวงในอก... บ้านไม้ในซอยเล็ก ดึกมากแล้ว ลมเย็นพัดยอดไม้หน้าบ้านจนเกิดเสียงเสียดสี แพรวานั่งพับเพียบอยู่ข้างเก้าอี้โยก มือเล็กค่อยๆ ดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมไหล่ให้คุณตาที่เผลอหลับไป แต่จู่ๆ... ตึก! หัวใจของเธอเหมือนกระตุกวูบตกลงไปที่ตาตุ่ม มือที่กำลังจับชายผ้าห่มเย็นเฉียบขึ้นมาดื้อๆ ลมหายใจสะดุดกึกจนต้องอ้าปากสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เกิดอะไรขึ้น... ทำไมจู่ๆ ถึงใจคอไม่ดีแบบนี้... เธอขมวดคิ้วแน่น ยกมือขึ้นทาบหน้าอกตัวเอง เหงื่อเย็นๆ ซึมชื้นตามไรผมทั้งที่อากาศหนาว "เป็นอะไรของแกยัยแพร..." คุณตาปรือตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นหลานสาวนั่งหน้าซีดกุมหน้าอกตัวเองอยู่ "หนู... หนูรู้สึกแปลกๆ ค่ะตา..." แพรวากระซิบ เสียงสั่นจนควบคุมไม่อยู่ "เหมือนใจมันหวิว... เหมือนมีเรื่องไม่ดี..." บนทางด่วน กลางดึก เอี๊ยด! รถตู้สีดำสนิทหักเลี้ยวแซงรถคันหน้าด้วยความเร็วสูง คิมหันต์นอนเอนหลังพิงเบาะ มือหนากุมบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้าง เลือดสีเข้มไหลซึมทะลักง่ามนิ้วจนน่ากลัว ลูกน้องสองคนนั่งประกบพยายามเอาผ้ากดห้ามเลือดด้วยมือที่สั่นเทา "เหยียบให้มิดเลย! ห้ามให้พวกมันรู้เด็ดขาดว่านายอยู่ที่ธาราเมดิแคร์!" ลูกน้องตะโกนสั่งคนขับ คิมหันต์กะพริบตาช้าๆ เปลือกตาของเขาหนักอึ้ง ภาพแสงไฟจากถนนทางด่วนที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาเริ่มพร่ามัวลงทุกที ในวินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอย... ภาพความยิ่งใหญ่ของอำนาจ หรือใบหน้าของศัตรูไม่ได้อยู่ในหัวเขาเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ชัดเจนคือ... ดวงตากลมโตสั่นระริก และรอยยิ้มเด๋อด๋าของเด็กผู้หญิงที่ยืนเถียงเขาอยู่หน้าระเบียง "...แพรวา..." ชื่อของเธอหลุดออกจากริมฝีปากที่ซีดเผือด แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบสุดท้ายก่อนที่โลกทั้งใบของเขาจะดับวูบลง โรงพยาบาลธาราเมดิแคร์ โซน VIP กึก! กึก! กึก! เสียงล้อจักรยานคันเก่าบดกับพื้นคอนกรีตหน้าตึก VIP แพรวากำเบรกมือแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอทิ้งรถจักรยานไว้ตรงหน้าประตูทางเข้า หอบหายใจจนตัวโยน วิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ หน้าประตูลิฟต์มีชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทสวมแว่นตาดำยืนกอดอกขวางอยู่ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งและดุดันไม่แพ้คิมหันต์ แพรวาเบรกฝีเท้าดังเอี๊ยด ถอยหลังไปครึ่งก้าว สัญชาตญาณบอกว่าผู้ชายคนนี้อันตราย "เอ่อ... คือ..." เธอกำสายกระเป๋าผ้าแน่น กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ชายชุดดำปรายตาลงมามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "มาหาใคร?" คำถามสั้นๆ ห้วนจัด ทำเอาแพรวาสะดุ้ง "หนู... ขอเข้าไปได้ไหมคะ... หนูจะมาหา... หมอคิมหันต์" ชื่อนั้นแผ่วเบาจนแทบถูกเสียงแอร์กลืนกิน แต่ชายตรงหน้ากลับหรี่ตาลงทันที "เธอคือ... แพรวา?" แพรวาชะงัก เงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ก่อนจะรีบพยักหน้ารัวๆ "ค่ะ! หนูชื่อแพรวา หนูแค่อยากเจอเขา... เขาเป็นยังไงบ้างคะ!?" ชายชุดดำไม่ตอบคำถาม เขาหันไปกดปุ่มลิฟต์ ตัวเลขสีแดงสว่างขึ้น "ฉันชื่อภพ เป็นคนดูแลหมอคิม" เขาพูดเสียงเรียบขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออก "หมอคิมไม่ให้ใครเข้าใกล้... ยกเว้นเธอ" แพรวาอ้าปากค้าง แต่ภพไม่ปล่อยให้เธอถาม เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ขึ้นไปแล้วอย่ากวนถ้าเขายังไม่ฟื้น... แต่ถ้าเขาเรียกหาเธอ... ห้ามวิ่งหนีเขาอีก เข้าใจไหม?" ดวงตาของภพดุดันจนแพรวาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เธอพยักหน้าหงึกๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเข้าไปในลิฟต์ มือเล็กกำชายเสื้อยืดแน่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD