“เฮ้อ...” แพรวาผ่อนลมหายใจยาวจนหน้าอกกระเพื่อม เธอทิ้งตัวจมลงกับโซฟาแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาซุกหน้าเอาไว้ สายตาจับจ้องไปที่ผนังกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นท้องฟ้ากว้างแต่กลับรู้สึกเหมือนถูกขัง เงียบจนหูอื้อ... ที่นี่มันกว้างเกินไปสำหรับคนเดียวจริงๆ เธอกวาดสายตามองหนังสือที่กางค้างไว้แต่ไม่มีคำไหนผ่านเข้าหัวเลย เสียงรถยนต์จากด้านล่างดังแว่วมาเบาๆ ยิ่งย้ำเตือนว่าเธอกับโลกข้างนอกนั่นอยู่คนละที่กัน จนกระทั่งแรงสั่นครืดๆ จากโทรศัพท์ข้างตัวทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว พอเห็นชื่อที่โชว์บนจอ แพรวารีบตะปบเครื่องขึ้นมา นิ้วสั่นน้อยๆ ตอนกดรับสาย เธอรีบสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ปรับโทนเสียงให้ดูสดใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คุณตา! ฮัลโหลค่ะ... คิดถึงจังเลย ทำไมเพิ่งโทรมาหาหนูคะเนี่ย?” “ว่าไงเรา เจ้าแพร” เสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยดังลอดออกมา ทำเอาขอบตาเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ “ตาโทรมาเช็กดูเฉยๆ ว่าหลานสาวหายไปไหนหลายวัน สบายดี

