วาคินน์สตาร์ตรถช้า ๆ ก่อนจะขับออกจากหน้าคณะไปอย่างไม่รีบร้อน
ทันใดนั้น
“ครืด...ครืด...”
หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างพวงมาลัยสั่นขึ้น ชื่อ เฟส เพื่อนรุ่นน้องในคณะวิศวะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
วาคินน์กดรับสายทันที
“ว่าไงเฟส...มีอะไรหรือเปล่า”
ปลายสายหายใจหอบ เสียงดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“พี่วาคินน์ มาช่วยผมหน่อยพี่…ผมโดนรุม!”
คิ้วเข้มของวาคินน์ขมวดทันที
“ใครรุม”
เสียงของเฟสสั่นเล็กน้อย
“พวกไอ้จ๊อดพี่…ซอยข้างมหาลัย พวกมันดักผมอยู่”
วาคินน์เหยียบเบรกทันที รถสปอร์ตสีดำชะลอความเร็วลงก่อนจะหักพวงมาลัยกลับรถอย่างรวดเร็ว
แววตาคมเปลี่ยนเป็นเย็นจัดในพริบตา
“อยู่ตรงนั้น อย่าไปไหน”
เสียงของเขานิ่ง แต่แฝงด้วยความดุอย่างชัดเจน
“ผมไปไหนได้ มันล้อมผมอยู่เนี่ย!”
เสียงโหวกเหวกของผู้ชายหลายคนดังแทรกเข้ามาในสาย
เหมือนกำลังมีเรื่องกันจริง ๆ
วาคินน์เหยียบคันเร่งทันที
เครื่องยนต์คำรามเบา ๆ ก่อนรถจะพุ่งออกไปบนถนน
“ฟังพี่นะเฟส”
เสียงเขานิ่งและหนักแน่น
“ถ้ามันเข้ามาใกล้ก็สู้กลับ อย่าให้มันล้มมึงง่าย ๆ เดี๋ยวพี่รีบไปช่วย”
ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบกลับมา
“ครับพี่!”
วาคินน์วางสายทันที
มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย
ไอ้จ๊อด
ชื่อของผู้ชายคนนั้นทำให้สายตาเขาเย็นลง
จ๊อดเป็นเด็กปีสามอีกคณะ คนที่ชอบมีเรื่องกับคนอื่นไปทั่ว และเคยมีปัญหากับเด็กวิศวะหลายครั้ง
แต่ครั้งนี้มันกล้ามายุ่งกับ คนของเขา
รถสปอร์ตสีดำเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว
ไม่ไกลนัก
เสียงเอะอะโวยวายก็ดังเข้ามาให้ได้ยิน
วาคินน์จอดรถทันที
ภาพตรงหน้าคือผู้ชายสี่ห้าคนกำลังล้อมเด็กหนุ่มคนหนึ่งไว้
เฟสยืนหอบอยู่กลางวง เสื้อยับเล็กน้อยเหมือนเพิ่งโดนผลัก
หนึ่งในนั้นคือจ๊อด
ผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังยิ้มเยาะ
“ไงล่ะไอ้วิศวะ มึงตัวเดียวจะเก่งสักแค่ไหน”
แต่ก่อนที่ใครจะทันทำอะไร
เสียงประตูรถปิดดัง “ปัง”
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน
วาคินน์เดินเข้ามาช้า ๆ มือสอดกระเป๋ากางเกง สีหน้าสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
แต่สายตาคมเย็นจัดจนบรรยากาศรอบ ๆ เหมือนเย็นลงทันที
เฟสเงยหน้าขึ้นอย่างโล่งใจ
“พี่วาคินน์!”
จ๊อดหรี่ตามองคนมาใหม่
“โอ้…ตัวพ่อวิศวะมาเองเลยเหรอ”
วาคินน์หยุดยืนห่างจากพวกมันไม่กี่ก้าว
สายตามองจ๊อดนิ่ง ๆ
ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ปล่อยน้องกูแล้วกูจะปล่อยมึงไป”
คำพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่น
ทำให้บรรยากาศในซอยเงียบลงทันที
จ๊อดหัวเราะหึ
“ถ้าไม่ปล่อยล่ะ”
มุมปากของวาคินน์ยกขึ้นเล็กน้อย
แต่แววตากลับเย็นเฉียบ
“งั้นก็ลองดู ว่ามึงจะเจออะไร”
วาคินน์ก้าวเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ ฝีเท้าหนักแน่นจนบรรยากาศในซอยแคบ ๆ ดูกดดันขึ้นมาทันที
สายตาคมกริบของเขากวาดมองพวกจ๊อดเพียงครั้งเดียว แต่แววตาที่เย็นเฉียบนั้นทำให้ลูกน้องบางคนเริ่มขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ก้าวหนึ่ง…
ก้าวสอง…
ยิ่งเขาเดินเข้าใกล้มากเท่าไร วงล้อมที่ล้อมเฟสไว้ก็ยิ่งเปิดออกมากขึ้นเท่านั้น
จ๊อดหรี่ตามองอย่างไม่พอใจ แต่ในวินาทีนั้นเอง เขาก็ผลักลูกน้องคนหนึ่งออกมาข้างหน้าอย่างแรง
“เอามันก่อน!”
ร่างของลูกน้องคนนั้นพุ่งเข้าชนวาคินน์ทันที
ปึก!
หมัดแรกสวนกลับแทบจะทันที
วาคินน์เหวี่ยงหมัดใส่กรามของอีกฝ่ายเต็มแรงจนหัวสะบัด ร่างนั้นทรุดลงไปกองกับพื้น
แต่ยังไม่ทันตั้งตัว คนที่เหลือก็กรูเข้ามาพร้อมกัน
ซอยแคบ ๆ กลายเป็นสนามต่อสู้ในพริบตา
หมัดแลกหมัด ศอกกระแทก ศีรษะเอนไปเอนมา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น
สองต่อห้า
แม้จำนวนจะน้อยกว่า แต่ทั้งวาคินน์และเฟสก็ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เฟสพุ่งเข้าเตะใส่ชายคนหนึ่งที่กำลังจะเข้าทางด้านหลังวาคินน์
ปึก!
อีกฝ่ายล้มคว่ำลงกับพื้นทันที
วาคินน์จับคอเสื้ออีกคนกระชากเข้ามา ก่อนจะปล่อยหมัดหนักใส่ท้องจนอีกฝ่ายงอตัว แล้วตามด้วยหมัดที่สองฟาดเข้าที่แก้มเต็มแรง
ไม่นานนัก
เสียงครางโอดครวญก็ดังระงม
พวกของจ๊อดเริ่มล้มลงทีละคน จนสุดท้ายก็นอนหมอบราบไปกับพื้น
เฟสยืนหอบอยู่ข้างวาคินน์ ก่อนจะพูดเย้ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสะใจ
“กูบอกแล้ว…อย่าให้ถึงลูกพี่กู”
จ๊อดถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะรีบลากพวกลูกน้องที่ลุกไหวหนีออกไปจากซอย
วาคินน์มองตามพวกมันครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเข้ม
“เฟส ขึ้นรถ เดี๋ยวตำรวจมาวุ่นกันหมด”
“ครับพี่”
ทั้งสองรีบเดินไปที่รถสปอร์ตสีดำที่จอดอยู่ปากซอย ก่อนจะขึ้นรถและขับออกจากที่เกิดเหตุทันที
ภายในรถ
เฟสเอนตัวพิงเบาะ ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
“ขอบคุณนะพี่ ที่ช่วยผม”
วาคินน์เหลือบมองเขานิดหนึ่งก่อนจะถามขึ้น
“เออ แล้ววันนี้ไอ้บอยกับไอ้ไอซ์ไปไหน ทำไมปล่อยให้มึงมาคนเดียว”
เฟสหัวเราะแห้ง ๆ
“เมื่อคืนมันเมาหนักครับพี่ ไม่ยอมตื่น ผมมาเรียนคนเดียว ดันซวยมาเจอไอ้พวกนี้ มันกวนตีนมาหาเรื่องผม”
วาคินน์คลิกปากเบา ๆ
“ไอ้จ๊อดนี่หลายรอบแล้ว”
เขาพูดพลางเอื้อมมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเอง
“มันเป็นบ้าอะไรกับคณะวิศวะของเรา ไม่เข้าใจจริง ๆ”
เขามองหน้าเฟส ก่อนจะถามขึ้น
“ว่าแต่มึง เจ็บตรงไหนไหม”
"แขนเจ็บนิดหน่อยพี่ ปากแตกบ้างแต่ไหว...แล้วพี่ละ"
วาคินน์ยกมือขยับแขนเล็กน้อยก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ไม่เจ็บหรอก ปากแตกเหมือนกัน พวกมันก็มือหนักฉิบหาย”
เขาเหลือบมองแขนตัวเองก่อนจะพูดต่อ
“แล้วก็แขนมีรอบแผลนิดหน่อย จากตอนฟาดพวกมัน น่าจะโดนอะไรสักอย่างไม่แน่ใจ”
เฟสหัวเราะเบา ๆ
“เราก็สุดยอดนะ พวกมันมีตั้งห้า เราสองคนเอาอยู่”
วาคินน์แค่ยกยิ้มที่มุมปาก แต่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงขับรถต่อไปอย่างนิ่ง ๆ แต่แววตาคมยังคงเย็นเฉียบไม่จางหายง่าย ๆ จากเหตุการณ์เมื่อครู่
“ถึงคณะต้องถ่ายรูปหน่อยแล้ว… นาน ๆ จะได้เห็นเลือด หึหึ”
วาคินน์คิดในใจ พลางยกมือแตะมุมปากตัวเองเบา ๆ เลือดสีแดงคล้ำยังซึมอยู่เล็กน้อยจากรอยแตกของแผล
ดวงตาคมหรี่ลงนิด ๆ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
เหมือนในหัวของเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างไว้แล้ว
แผนที่…คงทำให้ใครบางคนต้องตกใจไม่น้อยแน่ ๆ