“พี่วาคินน์!”
อิงดาวอุทานเสียงหลงทันทีที่เปิดอ่านข้อความในโทรศัพท์ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพที่เขาส่งมา
ในภาพนั้น วาคินน์ในรูปหน้าตรง ริมฝีปากของเขาแตกเป็นแผลเล็ก ๆ มุมปากมีรอยช้ำจาง ๆ ส่วนแขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นเผยให้เห็นรอยขูดขีดเป็นทางยาว ดูเหมือนเพิ่งผ่านการปะทะอะไรมาหนักพอสมควร
หัวใจของอิงดาวกระตุกวูบขึ้นมาทันที
“พี่โดนอะไรมาคะเนี่ย”
นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปแทบจะทันที
อีกฝั่งหนึ่ง วาคินน์ที่กำลังนั่งพิงรถอยู่หน้าคณะ เมื่อเห็นข้อความตอบกลับจากอิงดาว เขาก็เผลอยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
ดูเหมือนแผนเล็ก ๆ ของเขาจะได้ผล
เขาพิมพ์ตอบกลับไปช้า ๆ
“ไปช่วยรุ่นน้องมา โดนนักเลงกระทืบนิดหน่อย เจ็บมากเลยตอนนี้”
ข้อความนั้นทำให้อิงดาวยิ่งตกใจมากขึ้น
“พี่อยู่ไหนคะ ดาวจะไปหา”
เธอรีบพิมพ์กลับไปทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
วาคินน์มองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ตอบกลับ
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่ไปรับดาวเอง ตอนนี้ดาวอยู่ไหน”
อิงดาวรีบตอบ
“ร้านหมาล่าข้างมหาวิทยาลัยค่ะ”
ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความจากเขาก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
“ทานเสร็จหรือยัง พี่จะไปรับกลับคอนโด ตอนนี้ตึงแผลมากเลย”
แม้จะเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอ แต่ถ้อยคำออดอ้อนของเขากลับทำให้อิงดาวรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที
เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับ
“ค่ะ พี่มารับเลยก็ได้ เดี๋ยวดาวออกไปค่ะ”
ส่งข้อความเสร็จ อิงดาวก็เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนทั้งสองที่ยังนั่งกินหมาล่ากันอย่างออกรส
“เดี๋ยวดาวขอตัวกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันนะฟ้า หมิง”
ทอฟ้าเงยหน้าขึ้นทันที
“หืม ทำไมรีบร้อนขนาดนั้น มีอะไรหรือเปล่า”
หมิงเองก็หันมามองอย่างสงสัย
“พี่วาคินน์มีเรื่องกับพวกนักเลงนิดหน่อย เขาได้รับบาดเจ็บ ดาวเลยจะไปดูแลทำแผลให้พี่เขาหน่อย”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หมิงก็ทำตาโต
“อะไรนะ! มีเรื่องกับพวกนักเลงเหรอ”
เธอรีบวางตะเกียบลงทันที
“งั้นก็แสดงว่าเพื่อน ๆ ของพี่วาคินน์ก็น่าจะโดนด้วยสิ”
อิงดาวเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ถ้าเพื่อนเขาโดนแล้วจะทำไมหรือหมิง”
ทอฟ้าถามขึ้น
หมิงทำหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา
“ก็…หมาเด็กของหมิงก็อยู่ในกลุ่มนั้นน่ะสิ”
คำตอบนั้นทำให้อิงดาวอุทานออกมาทันที
“ห๊า!”
ทอฟ้าหรี่ตาลงเล็กน้อย มองหมิงอย่างจับผิด
“เดี๋ยวนะ…หมิง มีอะไรที่หมิงยังไม่ได้บอกพวกเราไหมเนี่ย”
หมิงหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะยกมือเกาศีรษะตัวเองเบา ๆ
“ก็เพิ่งเริ่มคุยกันเองนะ ประมาณเดือนที่แล้ว ยังไม่ได้ตกลงอะไรจริงจังหรอก แค่คุย ๆ กันไปก่อน”
ทอฟ้าทำตาโตทันที
“เดี๋ยว ๆ เดือนที่แล้ว? แล้วทำไมพวกฉันเพิ่งรู้วันนี้!”
อิงดาวมองเพื่อนสลับไปมา ก่อนจะยิ้มแซว
“ปิดเงียบเลยนะหมิง แบบนี้ต้องจริงจังแล้วล่ะมั้ง”
หมิงรีบโบกมือทันที หน้าเริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่ใช่สักหน่อย! ก็แค่คุย ๆ เอง”
ทอฟ้ากอดอกแล้วพยักหน้าช้า ๆ เหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง
“อืม…คุยเฉย ๆ แต่เรียกเขาว่า หมาเด็กของหมิง เนี่ยนะ”
หมิงชะงักไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะหน้าแดงกว่าเดิม
“ก็…เขาชอบเรียกตัวเองแบบนั้น!”
อิงดาวหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ฟังดูไม่น่าเชื่อนะ”
ทอฟ้าถอนหายใจยาวอย่างทำท่าเหนื่อยใจ
“โอเค…ตอนนี้ทุกคนมีภารกิจหมดแล้วสินะ”
หมิงหัวเราะ
“ใช่สิ แยกย้ายไปจัดการปัญหาชีวิตของตัวเอง”
เธอหันไปมองทอฟ้าแล้วแกล้งยิ้มเจ้าเล่ห์
“เหลือแต่ฟ้านี่แหละ ที่ยังโสดสนิท”
ทอฟ้ากลอกตาใส่ทันที
“ขอบคุณนะที่ย้ำ!”
อิงดาวหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงเล็กน้อย
ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะยืนคุยกันอีกเล็กน้อย แล้วจึงแยกย้ายกันกลับ
อิงดาวเดินออกมาหน้าร้าน พลางมองซ้ายมองขวาอย่างเผลอ ๆ
หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
ทั้งความเป็นห่วง…และความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก
ไม่นานนัก รถของวาคินน์ก็ค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดริมฟุตบาทหน้าร้าน
เธอเปิดประตูรถเข้าไป และทันทีที่เธอเห็นเขา
หัวใจของอิงดาวก็เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเพราะความตกใจ…หรือเพราะความเป็นห่วงกันแน่
“ทำไมยับขนาดนี้ล่ะคะ เจ็บมากไหม”
อิงดาวเผลอเอื้อมมือไปแตะที่ริมฝีปากของเขาอย่างลืมตัว ปลายนิ้วของเธอสัมผัสเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บกว่าเดิม
เขาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมมองเธอนิ่ง ๆ รับรู้ได้ชัดว่าเธอกำลังเป็นห่วงเขาจริง ๆ
สายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนลงมาที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของเธอ
ก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ตัว เขาก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้
ใกล้จนลมหายใจของทั้งสองคนแทบจะปะทะกัน
อิงดาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง
ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงนิดเดียวเท่านั้น
แต่เธอกลับผละออกก่อนอย่างรวดเร็ว
เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ดวงตายังมองเธอไม่วาง
“เจ็บ…” เขาพูดเสียงต่ำ “แต่ทนไหว”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อช้า ๆ
“กลับคอนโดกันเถอะ”
อิงดาวพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวจนรู้สึกได้
แก้มของเธอแดงก่ำโดยไม่ต้องส่องกระจกก็รู้
เพราะเธอรู้ดีว่า
ถ้าเมื่อครู่…เธอไม่เป็นฝ่ายผละออกก่อน
ริมฝีปากของเขา คงกดจูบเธอไปแล้วจริง ๆ
อิงดาวหันไปมองนอกหน้าต่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน แสงแดดจากด้านนอกสะท้อนผ่านกระจกทำให้แก้มของเธอดูแดงระเรื่อกว่าเดิม
เขายังคงอมยิ้มอยู่ที่มุมปาก ราวกับรู้ดีว่าเหตุการณ์เมื่อครู่คงทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไม่น้อย
“ร้านหมาล่าเป็นไง เห็นว่าเปิดใหม่ อร่อยไหม”
เขาถามขึ้น ทำลายความเงียบระหว่างทั้งสอง
“อร่อยค่ะ…” อิงดาวตอบเบา ๆ “ดาวสั่งกลับห้องให้พี่ด้วยนะคะ”
เขาหันไปมองเธอทันที
จังหวะเดียวกันเธอก็หันมาสบตาเขาพอดี
สายตาของทั้งคู่ประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่เขาจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์เล็ก ๆ
“เธอคงคิดถึงพี่มากสินะ ถึงได้มีน้ำใจซื้อมาให้”
อิงดาวรีบหลบสายตาในทันที
“เปล่าสักหน่อย” เธอตอบเร็วเกินปกติ “ดาวทำอาหารไม่เป็น ซื้อมาก็ง่ายกว่า”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ปากแข็ง”
เขาพึมพำเสียงต่ำ
อิงดาวเม้มปากแน่น พลางคิดเถียงอยู่ในใจ
ใครคิดถึงพี่กัน…ชิ
แต่ถึงจะเถียงยังไง
หัวใจของเธอก็ยังเต้นแรงไม่ยอมหยุด ตั้งแต่ตอนที่ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้เมื่อครู่
ใกล้จนเธอเกือบลืมหายใจไปแล้ว