ด้านทอฟ้าขับรถมาตามถนนเลียบทะเล แดดยามสายส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ
ลมทะเลพัดเข้ามาทางกระจกที่เธอแง้มไว้เล็กน้อย
“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วมั้งเนี่ย”
เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะชะลอรถ เพราะถนนช่วงนั้นค่อนข้างแคบ
ทันใดนั้น รถคันหน้ากลับเบรกกะทันหัน
“เอ๊ะ!”
ฟ้ารีบเหยียบเบรก
“ปึก!”
เสียงชนดังขึ้น รถของเธอไปเฉี่ยวท้ายรถสปอร์ตสีดำคันหน้าเข้าเล็กน้อย
“โอ๊ย…ซวยแล้วไง”
ฟ้าถอนหายใจ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
ในจังหวะเดียวกัน ประตูรถคันหน้าก็เปิดออก ชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาวก้าวลงมาพร้อมสีหน้าไม่พอใจ
เขาเดินมาดูท้ายรถตัวเองก่อนจะหันมามองเธอ
“คุณขับรถหรือขับจรวดครับ”
ฟ้าขมวดคิ้วทันที
“ก็รถคุณเบรกกะทันหัน ใครจะไปตั้งตัวทันละคะ”
ชายคนนั้นยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าคุณเว้นระยะห่างมากกว่านี้ ก็คงไม่ชน”
ฟ้ากอดอกแน่น
“งั้นคุณก็ไม่ควรเบรกแบบไม่มีสัญญาณสิคะ”
ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้มดูรอยเฉี่ยวที่กันชน
“ดีนะที่แค่ถลอกนิดเดียว”
ฟ้ามองตามก่อนจะพูดเสียงห้วน
“รถฉันก็ถลอกเหมือนกันค่ะ”
เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง
“งั้นเราหายกัน? ..”
ฟ้าหรี่ตามอง
“คุณนี่สรุปเก่งนะคะ”
ชายหนุ่มยักไหล่
“ก็ผมไม่อยากเสียเวลาเถียงกับคนขับรถไม่ระวัง...ใบขับขี่นี่ซื้อมาใช่ไหม?”
ฟ้าแทบจะระเบิดอารมณ์ในทันที
“นี่คุณ!”
แต่ยังไม่ทันจะพูดต่อ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
ฟ้าหยิบขึ้นมาดู เป็นสายเข้าจากอิงดาว
เธอกดรับทันที
“ฮัลโหล ถึงไหนแล้วจ้ะ”
เสียงอิงดาวดังจากปลายสาย
“ใกล้ถึงแล้ว แต่เมื่อกี้เจอคนขับรถนิสัยเสียเลยเฉี่ยวชนนิดหน่อย”
ฟ้าพูดพลางจ้องหน้าชายตรงหน้า
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ เหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังพูดถึงเขา
“ตายจริง แล้วฟ้าเจ็บตรงไหนไหม” อิงดาวถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เจ็บจ้ะ แค่เฉี่ยวนิดหน่อย”
ฟ้าตอบพร้อมหันไปค้อนสายตาใส่หนุ่มที่ยื่นตรงข้าม
“ไม่เจ็บตัวก็ดีแล้วงั้นฟ้ารีบมานะ จะได้ไปฝากรถและขึ้นเรือกันจ๊ะ”
“โอเค ๆ เดี๋ยวตามไป”
ฟ้าตัดสาย ก่อนจะหันกลับมามองชายคนนั้นอีกครั้ง
“ครั้งหน้าขับรถให้ระวังหน่อยนะคะ”
เธอพูดประชด ก่อนจะขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกไป โดยไม่สนว่าเขาจะพูดอะไรต่อหรือไม่
ชายหนุ่มมองตามรถของเธอไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“ผู้หญิงอะไร ปากจัดชะมัด ผิดก็ไม่ยอมรับผิด นี่ถ้าไม่ติดว่าไอ้คินน์มันรอนะ...ไม่จบครับบอกเลย”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะขึ้นรถและขับมุ่งหน้าไปทางเดียวกันกับเธอ
โดยที่ทั้งสองคนยังไม่รู้เลยว่า…
ปลายทางของพวกเขาคือ ท่าเรือเดียวกัน
ไม่นานนัก ฟ้าก็ขับรถมาถึงลานจอดรถใกล้ท่าเรือ เธอดับเครื่องก่อนจะถอนหายใจยาว
“เฮ้อ…เช้าวันเสาร์แท้ ๆ ยังต้องมาเจอเรื่องปวดหัวอีก”
เธอพึมพำกับตัวเองพลางเปิดประตูลงจากรถ ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ กลิ่นเค็มของน้ำทะเลลอยมาตามสายลม ผู้คนเริ่มทยอยกันมาที่ท่าเรือเพื่อเตรียมขึ้นเรือเที่ยวเที่ยง
ฟ้าหยิบกระเป๋าสะพายก่อนจะเดินตรงไปยังจุดนัดหมาย
ไม่ไกลนัก อิงดาวกับวาคินน์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
ทันทีที่เห็นเธอ อิงดาวก็ยกมือโบก
“ฟ้า ทางนี้!”
ฟ้าเดินเข้าไปหา อิงดาวและพยักหน้าทักทายวาคินน์ "สวัสดีค่ะพี่วาคินน์" ก่อนจะพูดกับเพื่อนทันที
“รู้ไหม เมื่อกี้เกือบไม่ได้มานะ”
อิงดาวขมวดคิ้ว
“ทำไม?”
ฟ้าทำหน้าเซ็ง
“เจอคนขับรถกวนประสาท เบรกกะทันหันจนรถฉันไปเฉี่ยวท้ายเขา”
วาคินน์เลิกคิ้วนิด ๆ
“ชนกันแรงไหม”
“ไม่แรงหรอกค่ะ แค่ถลอกนิดหน่อย แต่เจ้าของรถนี่สิ ปากดีชะมัด”
ฟ้ายังบ่นไม่ทันจบ เสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ใครปากดีครับ”
ฟ้าชะงักทันที
เธอหันกลับไปมอง
แล้วก็ต้องชะงักอีกครั้ง
ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอเพิ่งเถียงด้วยเมื่อครู่ กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“คุณ!”
ฟ้าหลุดเสียงออกมาพร้อมกันกับเขา
ก้องเองก็หยุดเดินก่อนจะมองหน้าเธออย่างจำได้ทันที
“อ้าว คนขับจรวดนี่เอง”
ฟ้าถลึงตาใส่เขาทันที
“คุณนี่เอง คนเบรกไม่มีสัญญาณ!”
อิงดาวมองสลับสองคนอย่างงง ๆ
“เดี๋ยวนะ…พวกเธอรู้จักกันเหรอ”
ก้องหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ
“ก็เพิ่งรู้จักกันเมื่อครู่ครับ”
ฟ้าแค่นเสียง
“เรียกว่าชนกันจะตรงกว่า”
วาคินน์ที่ยืนดูอยู่ถึงกับหัวเราะ
“งั้นแสดงว่าเมื่อกี้ที่ฟ้าบ่น…คือก้องนี่แหละ”
ก้องยักไหล่
“ถ้าพูดถึงคนขับรถไม่เว้นระยะ ก็คงใช่ครับ”
“นี่คุณ!” ฟ้าแทบจะระเบิดอีกครั้ง
อิงดาวรีบเข้ามาดึงแขนเพื่อนเบา ๆ
“พอเลยฟ้า เดี๋ยวคนมองหมดแล้ว”
ฟ้ายังจ้องก้องเขม็ง ก่อนจะพูดเสียงห้วน
“ฉันไม่เถียงกับคุณแล้ว เสียเวลา”
ก้องยิ้มกวนเล็ก ๆ
“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
ฟ้าหรี่ตามองเขา
“ดี งั้นต่างคนต่างอยู่”
“ตามสบายครับ”
ทั้งสองหันหน้าหนีคนละทางอย่างพร้อมเพรียง
วาคินน์มองภาพนั้นก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“แค่เจอกันครั้งแรกก็เดือดขนาดนี้แล้ว....นี่ก้องเพื่อนพี่ และก้องนี่ทอฟ้าเพื่อนอิงดาว”
เขาหันไปพูดกับอิงดาว
“คู่นี่ทริปนี้ของพวกเรา…คงสนุกน่าดูนะ”
อิงดาวหัวเราะเบา ๆ
ส่วนฟ้ากับก้อง…
แม้จะยืนหันหน้าหนีคนละทาง
แต่ทั้งสองก็ยังแอบเหลือบมองกันเล็กน้อย
เหมือนจะยัง ไม่ยอมแพ้กันง่าย ๆ
“เหลือหมิงกับเพื่อนรุ่นน้องของเธออีกคน รอแบนะทุกคน”
อิงดาวพูดขึ้น
ฟ้าพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองก้องที่ยืนอยู่ข้างวาคินน์อย่างระอา
“แค่เห็นหน้าก็อยากจะซัดสักสองหมัดแล้ว”
เธอพึมพำเบา ๆ
ก้องได้ยินพอดี เขาแค่นหัวเราะ
“ไอ้คินน์ เพื่อนแฟนมึงนี่ดุเหมือนหมาเลยว่ะ ว่าแล้วทำไมถึงไม่มีคู่มาด้วย ปากแบบนี้นี่เอง”
วาคินน์เลียริมฝีปาก อมยิ้มเบา ๆ เหมือนจะขำกับคำพูดของเพื่อน
แต่อิงดาวกลับรู้สึกได้ว่าทั้งสองกำลังนินทาเพื่อนเธอ
เธอหันไปสบตาวาคินน์อย่างไม่พอใจ
วาคินน์ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย
ก้องที่ยืนดูอยู่สังเกตเห็นพอดี ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“นี่มึงกลัวน้องเขาขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
เขาพูดพลางส่ายหน้า
“กูว่ามึงน่าจะเป็นเด็กเลี้ยงของเขามากกว่านะ ไม่ใช่มึงเลี้ยงเขา ดูดิ ท่าทางมึงหงอซะขนาดนั้น”
ระหว่างที่ทุกคนยืนรออยู่
จู่ ๆ หมิงก็โบกมือวิ่งมาแต่ไกล
ข้างหลังเธอมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินตามมาติด ๆ ในมือหอบกระเป๋าสองใบ แถมยังมีของพะรุงพะรังเต็มไปหมด
“ทุกคนรอนานไหม?”
หมิงถามพลางหยุดหอบเล็กน้อย
“ไม่นานจ้ะ”
อิงดาวยิ้มก่อนจะแนะนำ
“หมิง นี่พี่วาคินน์ แล้วก็นี่พี่ก้อง”
“สวัสดีค่ะ”
หมิงพยักหน้าทักทาย ก่อนจะหันไปดึงแขนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“อิงดาว ฟ้า นี่เฟส รุ่นน้องที่หมิงบอก”
เฟสเงยหน้าขึ้นทักทาย ก่อนสายตาจะหันไปมองชายสองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม
“ลูกพี่?”
วาคินน์หัวเราะทันที
“เออ พี่เอง มากับใครเนี่ย”
เฟสชี้นิ้วไปที่หมิง
“ตามสาวมาครับ”
เขาตอบหน้าตาย แต่แววตากลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
วาคินน์เลิกคิ้ว
“พี่สาวที่มึงคลั่งรักนักหนา…คือหมิงเหรอ”
“ครับ”
คำตอบสั้น ๆ ของเฟสทำเอาทุกคนหันมามองเขากับหมิงก่อนจะยิ้มขำ
หมิงถึงกับหน้าแดงเล็กน้อย
อิงดาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ไปเถอะทุกคน ไปขึ้นเรือกัน”
“อิงดาวซื้อตั๋วไว้ให้แล้ว เดี๋ยวเรือจะออกแล้ว”
ทุกคนจึงพากันเดินไปยังท่าเรือ
โดยที่ฟ้ากับก้องยังคงเดินห่างกันคนละฝั่ง
แต่สายตาของทั้งสอง…
ก็ยังแอบมองกันเป็นระยะ
เหมือนจะยัง ไม่ยอมจบศึกกันง่าย ๆ