เช้าวันเสาร์
ไลน์กลุ่ม
อิงดาว : หมิง ฟ้า เจอกันที่ท่าเรือเลยนะ
ฟ้า : ได้เลย ฟ้าขับรถออกมาแล้ว ว่าแต่มีใครไปบ้างละจ้ะ
หมิง : มีเฟส เพื่อนรุ่นน้องไปด้วยหนึ่งคน
อิงดาว : พี่วาคินน์จ้ะ แล้วเห็นพี่วาคินน์บอกว่ามีพี่ก้องเพื่อนเขาจะไปด้วยอีกคน
ฟ้า : โอเค งั้นเจอกันที่ท่าเรือนะทุกคน เรือจะออกจากฝั่งเพื่อไปเกาะล้าน เวลา 12.00 น. ตรงเวลานะ
หมิง : จ้า
อิงดาว : แล้วเจอกันทุกคน ขับรถดี ๆ นะ
อิงดาววางโทรศัพท์ลงหลังจากคุยในไลน์เสร็จ ก่อนจะหันไปมองวาคินน์ที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่
“พี่คินน์หิวหรือยังคะ”
“ยังเลย… ดาวหิวเหรอ”
“ก็นิดหน่อยค่ะ”
วาคินน์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“งั้นเดี๋ยวแวะหาโจ๊กร้อน ๆ รองท้องก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบหรอก กว่าเรือจะออกก็เที่ยง”
“ค่ะ”
อิงดาวหันไปมองเขาอีกครั้ง ก่อนสายตาจะเผลอหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของวาคินน์
เมื่อคืนเขากับเธอ…
“บ้าอิงดาว หยุดคิดดิ๊ คิดอะไรบ้า ๆ อีกแล้วเนี่ย”
เธอส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับพยายามไล่ความคิดนั้นออกไป จนวาคินน์ที่เหลือบมองเห็นเริ่มรู้สึกผิดสังเกต
“เป็นอะไรหรือเปล่า ปวดหัวเหรอ”
“ปะ… เปล่าค่ะ”
อิงดาวรีบหลบสายตาเขาทันที
วาคินน์ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างงง ๆ
ทันใดนั้น
“ครืด… ครืด…”
โทรศัพท์ของวาคินน์สั่นขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูชื่อก่อนจะกดรับสาย พร้อมเปิดลำโพง
“โซวา ว่าไง”
เสียงผู้หญิงจากปลายสายดังขึ้นทันที
“คุณวาคินน์ค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรับสายเลยนะ....”
น้ำเสียงประชดประชันจากพี่สาวฝาแฝดของเขา
“นายรู้ไหม คุณปู่กำลังจะจับคู่นายกับลูกของน้าดรีมแล้วนะ ” "อะไรของคุณปู่อีกเนี่ย" "ก็ช่วยไม่ได้ พ่อถามนายทีไรก็บอกว่าไม่มีแฟนสักที สมน้ำหน้า หึหึ"
วาคินน์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันมามองอิงดาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
เขาเอื้อมมือมาจับมือของเธอไว้
อิงดาวพยายามขยับมือหนี แต่เขากลับจับไว้แน่นกว่าเดิม
“โซวาช่วยบอกคุณปู่ให้หน่อยว่าฉันหาเองได้”
เขาพูดเรียบ ๆ
“อีกอย่างตอนนี้ก็มีแล้วด้วย ไว้จะพากลับบ้าน”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“พูดจริง?”
“ก็จริงสิ จะโกหกโซวาทำไมล่ะ”
“เอาดี ๆ นะ อย่าให้เหมือนคนก่อนอีกล่ะ”
วาคินน์ถอนหายใจเบา ๆ
“อย่าพูดถึงผู้หญิงแบบนั้นเลย เธอไม่คู่ควรด้วยซ้ำ”
“เออน่า ไว้ว่างเรานัดกันกลับบ้านพร้อมกัน แต่ช่วงนี้ฝึกงานยุ่งมาก”
เธอพูดต่อ
“รู้งี้เลือกทำโปรเจคจบเหมือวาคินน์ก็ดี”
วาคินน์หัวเราะเบา ๆ
“ได้..ถ้ากลับไปแล้วเจอคุณปู่ โซวาก็ช่วยพูดให้หน่อยแล้วกัน...คุณปู่เชื่อหลานสาวที่รักทุกอย่าง”
“ช่วยแล้วได้อะไรตอบแทน”
“จะเอาอะไรอีกคุณนาย แค่เป็นว่าที่ภรรยาคุณคิราห์ก็รวยล้นฟ้าแล้ว ยังจะมาเอาอะไรอีกห๊ะ”
โซวาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ชิ… แค่นี้”
“ไม่คุยด้วยแล้ว ไปหาแฟนดีกว่า”
วาคินน์หัวเราะ
“ครับ ฝากความคิดถึงพี่เขยด้วย ไว้ว่างจะไปดื่ม”
“อือ… แค่นี้นะ บาย”
สายถูกตัดไป
ภายในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง
แต่ตลอดเวลานั้น มือของวาคินน์ยังคงจับมือของอิงดาวเอาไว้ไม่ปล่อย
ภายในรถกลับมาเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงแอร์ที่ดัง
อิงดาวรู้ตัวว่า…มือของเธอยังถูกวาคินน์จับเอาไว้อยู่
เธอค่อย ๆ ขยับมือเล็กน้อย
แต่เขากลับจับแน่นขึ้นเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะปล่อย
อิงดาวหันไปมองเขาอย่างระวัง
“พี่คินน์…”
“หืม?”
วาคินน์ตอบสั้น ๆ ขณะยังคงมองถนนตรงหน้า
“มือค่ะ…”
เธอพูดเสียงเบา
วาคินน์เหลือบตามามองเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
“ทำไม”
อิงดาวชะงัก
“ก็…พี่จับอยู่”
วาคินน์หันกลับไปมองถนนอีกครั้ง เหมือนไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่
“ก็จับอยู่”
เขาตอบเรียบ ๆ
คำตอบสั้น ๆ นั้นทำให้อิงดาวหน้าแดงขึ้นมาทันที
“ขับรถมือเดียวอันตรายนะคะ ...ปล่อยก่อน”
เธอพูดเบา ๆ
“ไม่อยากให้พี่จับ...หรอ”
วาคินน์ถามกลับ
อิงดาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมา
“เปล่าค่ะ”
เธอหันไปสบตาเขาเหมือนมีคำถามบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ
วาคินน์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาจริงจัง
“เมื่อกี้ที่พี่พูดว่าจะพาดาวไปหาคุณปู่…พี่พูดจริง”
คำพูดนั้นทำให้อิงดาวหัวใจเต้นแรงขึ้นทันที
เธอรีบหันหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง
“แต่เราแค่ทำตามสัญญานะคะ ครบหนึ่งปีเราก็ต้องคืนอิสระให้กัน..”
วาคินน์นิ่งไป
มือของเขายังคงจับมือเธอไว้เหมือนเดิม
“แล้วถ้าครบหนึ่งปี…เราไม่เหมือนเดิมล่ะ”
อิงดาวหันกลับมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“พี่คินน์…หมายความว่ายังไงคะ”
วาคินน์ยิ้มเล็กน้อย
“ก็ถ้าอิงดาวเกิดรักพี่ขึ้นมาจริง ๆ แล้วจะยอมจากไปจริงหรือ”
คำถามนั้นทำให้อิงดาวชะงัก
เธอก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเขาเสียงเบา
“ต่อให้ดาวรักพี่แค่ไหน…ถ้าพี่ไม่รักดาว เราก็ต้องแยกกันอยู่ดี”
วาคินน์เหลือบมองเธอเล็กน้อย
“ทำใจได้เหรอ”
เขาแกล้งถาม
อิงดาวเม้มปากแน่น ก่อนจะพยายามดึงมือออกอีกครั้ง
“ยังไม่ถึงเวลา…อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยค่ะ”
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องคุณปู่ ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ดาวอยู่กับพี่ ดาวจะช่วยพี่เองค่ะ”
เธอพยายามดึงมือออกจากเขา
ดวงตาที่เคยสดใสเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา
คราวนี้วาคินน์ยอมปล่อยมือเธอช้า ๆ
แต่ก่อนจะปล่อย เขากลับบีบมือเธอเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“มันก็เป็นหน้าที่ที่ดาวต้องช่วยพี่อยู่แล้ว”
เขาพูดเสียงต่ำ
อิงดาวไม่ได้หันกลับไปมองเขา
เธอเพียงแค่กลืนน้ำตาที่เอ่อคลอลงไป
ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่อง “ครบหนึ่งปี” และการกลับไปเป็นอิสระ
หัวใจของเธอก็มักจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
วาคินน์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจขับรถต่อ
“ทำหน้าแบบนี้ ไม่พอใจอะไรพี่อีกหรือเปล่า”
อิงดาวไม่ตอบ
เธอเพียงกำชายกระโปรงแน่น แล้วหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง
พยายามซ่อนความรู้สึกที่กำลังสับสนอยู่ในหัวใจ