เข้าครัวหรือเผาครัว

1469 Words
อิงดาวรีบเดินเข้ามาในโซนครัว หัวใจยังเต้นแรงไม่หายจากเมื่อครู่ เธอเปิดตู้เย็นออกอย่างลังเล ภายในมีวัตถุดิบเรียงอย่างเป็นระเบียบ ผัก เนื้อ ไข่ และของสดอีกหลายอย่างที่ดูเหมือนเขาเพิ่งซื้อมาไม่นาน เธอยืนมองมันนิ่ง ๆ สมองว่างเปล่า เธอ…ไม่รู้จะทำอะไร อิงดาวกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนจะหยิบไข่ไก่ออกมาสองฟอง วางลงบนเคาน์เตอร์ แล้วหยิบกระทะขึ้นตั้งเตา เปิดแก๊สทันที เปลวไฟลุกขึ้น เธอมองมันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “เอ่อ…ต้องใส่อะไรก่อนนะ…” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคว้าน้ำมันพืชขึ้นมาเทลงไปในกระทะแบบกะปริมาณไม่ถูก ในห้องนั่งเล่น วาคินน์ที่นั่งอยู่บนโซฟาเงยหน้ามองภาพนั้นจากระยะไกล เขานั่งดูเธอมาสักพักแล้ว ตั้งแต่เธอเปิดตู้เย็น หยิบของ จนถึงตอนที่เทน้ำมันลงกระทะแบบไม่ดูอะไรเลย เขาถอนหายใจเบา ๆ "ห๊ะนั้นเธอทำกับข้าวเป็นแน่ไหมนั้น" เขาพึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา ฝีเท้าหนักแน่นเดินตรงเข้ามาในครัว อิงดาวกำลังจ้องไข่ในมืออย่างลังเลว่าจะตอกด้านไหนดี จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง “เธอทำอาหารเป็นไหมเนี่ย” เธอสะดุ้งสุดตัว “ว้าย!” ไข่ในมือเกือบหล่น เธอหันกลับไปทันที “พะ…พี่วาคินน์” วาคินน์ยืนพิงเคาน์เตอร์ มองกระทะที่มีน้ำมันร้อนจัดอยู่ ก่อนจะเหลือบมองเธอ สายตาคมนิ่งสนิท “เปิดไฟแรงขนาดนี้ จะทอดไข่หรือจะเผาครัว...ปิด ๆ ก่อน” อิงดาวหน้าแดงทันที “ดาว…ดาวกำลังจะทำค่ะ” เธอพูดเสียงเบา วาคินน์เลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใกล้จนเธอต้องถอยหลังเล็กน้อย เขามองไข่ในมือเธอ แล้วถามสั้น ๆ “ทำอาหารไม่เป็น?” คำถามตรงเกินไป อิงดาวเม้มปาก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ…ก็เคยทำเมื่อนานมาแล้วตอนอยู่กับคุณยาย แต่มาเรียนก็ซื้ออย่างเดียว” ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ วาคินน์ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือผ่านตัวเธอไปปิดไฟเตา แขนของเขาเฉียดผ่านไหล่เธอ ระยะห่างใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงความอุ่นจากตัวเขา หัวใจของอิงดาวเต้นแรงอีกครั้ง “ถอย ๆ” เขาพูดสั้น ๆ เธอรีบขยับออกโดยอัตโนมัติ วาคินน์หยิบกระทะออกจากเตา เทน้ำมันส่วนเกินทิ้ง แล้วเปิดไฟใหม่ด้วยระดับที่พอดี การเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วเหมือนทำเป็นประจำ อิงดาวยืนมองอย่างงง ๆ “พี่…ทำอาหารเป็นเหรอคะ” วาคินน์ไม่ตอบทันที เขาหยิบไข่จากมือเธอ ตอกลงขอบกระทะอย่างแม่นยำ เสียงไข่กระทบกระทะดังฉ่าเบา ๆ กลิ่นหอมลอยขึ้นทันที “มันไม่ได้ยากขนาดนั้น” เขาพูดเรียบ ๆ อิงดาวยืนมองเขาทำอาหารอย่างเงียบ ๆ ท่าทางของเขานิ่งและมั่นใจ ไม่นาน ไข่ดาวสองฟองก็เสร็จ กลิ่นหอมลอยขึ้นจากกระทะ วาคินน์ตักมันใส่จาน แล้วเลื่อนจานมาวางตรงหน้าเธอ “เป็นไง หน้าตาดีไหม” อิงดาวมองไข่ดาวตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ วาคินน์พูดเสียงเรียบ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้หูเธอเล็กน้อย “ไปตักข้าวสองจาน…วันนี้ดึกแล้ว กินแค่นี้ก็พอ” เสียงกระซิบต่ำของเขาดังชัดจนหัวใจเธอสะดุด ค่ะ…” เธอตอบพลางสบตาเขา ก่อนจะรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว ไม่นาน ข้าวไข่ดาวสองจานก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะอาหาร อิงดาวนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ในขณะที่วาคินน์กำลังวุ่นอยู่กับการทำน้ำปลาพริกในครัว เสียงมีดกระทบเขียงเบา ๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะ พริกเขียว พริกแดงถูกซอยละเอียด หอมแดงถูกหั่นบาง ๆ ก่อนจะบีบมะนาวลงไป แล้วราดน้ำปลาตามลงไป เขายกถ้วยพริกน้ำปลามาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมฉุนของพริกกับมะนาวลอยขึ้นทันที พริกน้ำปลาถูกตักวางข้าง ๆ ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ข้าวสวยร้อน ๆ ที่เพิ่งตักใหม่ ๆ ชวนเธอน้ำลายสอขึ้นทันที “อะ กินได้แล้ว” อิงดาวพยักหน้า ก่อนจะตักพริกน้ำปลาราดลงบนไข่ดาวของตัวเอง แล้วตักข้าวเข้าปากทันทีอย่างคนที่กำลังหิวจัด เธอเคี้ยวไปสองสามคำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “อร่อยค่ะ” วาคินน์ไม่ได้ตอบอะไร เขานั่งนิ่ง กินข้าวเงียบ ๆ มืออีกข้างเลื่อนโทรศัพท์ขึ้นมาดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร อิงดาวเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวของตัวเองต่อ แต่จู่ ๆ “แค่ก ๆ …แค่ก!” เธอสำลักทันที เพราะเผลอกัดพริกเข้าไปเต็ม ๆ วาคินน์หันมามอง ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำไปให้เธอ “ค่อย ๆ กินก็ได้ ไม่มีใครแย่งสักหน่อย จะรีบไปไหน” อิงดาวรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะหลบสายตาเขาเล็กน้อย แล้วพึมพำเบา ๆ เหมือนบ่นกับตัวเอง “ทำไมต้องดุด้วย…ก็คนมันกินโดนพริกนี่นา…”วาคินน์เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเธอบ่นพึมพำ สายตาคมมองเธอนิ่ง ๆ “ว่าอะไรนะ” อิงดาวชะงักทันที มือที่กำช้อนค้างอยู่กลางอากาศ “ปะ…เปล่าค่ะ” เธอก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ตักข้าวเข้าปากเหมือนตั้งใจจะเงียบให้จบเรื่อง วาคินน์มองท่าทางนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเบา ๆ “พี่ได้ยิน” เสียงเขาเรียบ แต่แฝงความกดดันบางอย่าง อิงดาวเม้มปากแน่น “ดาวก็แค่พูดเฉย ๆ เองค่ะ” เธอเงยหน้ามองเขาชั่ววินาทีก่อนจะรีบหลบสายตา วาคินน์จ้องเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตักข้าวเข้าปากตัวเองช้า ๆ “บ่นเก่งจริง ๆ” เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่อะไร อิงดาวชะงักเล็กน้อย เธอก้มหน้ากินข้าวต่อเงียบ ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกตีกันยุ่ง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ผ่านไปสักพัก อิงดาวก็เผลอตักข้าวเข้าปากคำใหญ่เพราะยังหิวอยู่มาก แล้วก็ “แค่ก! แค่ก!” เธอสำลักอีกครั้งเพราะเผลอกัดพริกเข้าไปเต็ม ๆ วาคินน์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำมาให้เธอ “ค่อย ๆ กิน” เสียงเขาไม่ได้แข็งเหมือนเมื่อกี้ แต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน อิงดาวรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ใบหน้าแดงเพราะความเผ็ด เธอวางแก้วลงแล้วพึมพำเบา ๆ “ก็คนมันหิว…” วาคินน์ได้ยินชัด มุมปากของเขาขยับนิดเดียวเหมือนจะยิ้ม แต่ก็หายไปทันที เขามองจานข้าวของเธอที่เกือบหมดแล้ว ก่อนจะพูดขึ้นเรียบ ๆ “ในตู้เย็นมีขนม หิวก้ตามสบาย” อิงดาวเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย เหมือนแปลกใจที่เขาพูดแบบนั้น เธอไม่ตอบอะไร แต่ความเงียบระหว่างพวกเขาคราวนี้…มันไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้าเท่าไร ผ่านไปอีกครู่ อิงดาววางช้อนลง “ดาวอิ่มแล้วค่ะ” วาคินน์มองจานของเธอ แทบไม่เหลืออะไรแล้ว เขาเลิกคิ้วนิด ๆ “แน่ใจ?” “ค่ะ” เธอพยักหน้า ก่อนจะรีบลุกขึ้นเก็บจานทั้งของตัวเองและของเขา “เดี๋ยวดาวล้างเองค่ะ” วาคินน์ไม่ได้ห้าม เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ มองเธอเดินถือจานเข้าครัว น้ำในอ่างล้างจานไหลซ่า อิงดาวยืนล้างจานอย่างตั้งใจ เหมือนกำลังทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด วาคินน์มองภาพนั้นเงียบ ๆ แววตาคมลึกลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินเข้าไปหาเธอช้า ๆ เสียงฝีเท้าของเขาทำให้อิงดาวหันกลับมา “พี่จะเอาอะไรเพิ่มเหรอคะ” เธอถาม แต่วาคินน์ไม่ได้ตอบทันที เขายืนอยู่ใกล้เธอเกินไปอีกแล้ว สายตาคมมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดเสียงต่ำ “อิงดาว” “ค่ะ?” “จำข้อสี่ในสัญญาได้ไหม” มือของเธอที่กำลังล้างจานหยุดทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอไม่กล้าหันไปมองเขา เสียงของเธอเบาลงทันที “จำได้ค่ะ…” วาคินน์พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อเรียบ ๆ “ดี” เขาก้มลงเล็กน้อย เสียงทุ้มดังใกล้หูเธออีกครั้ง “เพราะคืนนี้…” เขาหยุดนิดหนึ่ง “…เป็นคืนแรกของสัญญานั้นนะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD