อิงดาวรีบเดินเข้ามาในโซนครัว หัวใจยังเต้นแรงไม่หายจากเมื่อครู่ เธอเปิดตู้เย็นออกอย่างลังเล ภายในมีวัตถุดิบเรียงอย่างเป็นระเบียบ ผัก เนื้อ ไข่ และของสดอีกหลายอย่างที่ดูเหมือนเขาเพิ่งซื้อมาไม่นาน
เธอยืนมองมันนิ่ง ๆ
สมองว่างเปล่า
เธอ…ไม่รู้จะทำอะไร
อิงดาวกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนจะหยิบไข่ไก่ออกมาสองฟอง วางลงบนเคาน์เตอร์ แล้วหยิบกระทะขึ้นตั้งเตา เปิดแก๊สทันที
เปลวไฟลุกขึ้น
เธอมองมันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“เอ่อ…ต้องใส่อะไรก่อนนะ…”
เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคว้าน้ำมันพืชขึ้นมาเทลงไปในกระทะแบบกะปริมาณไม่ถูก
ในห้องนั่งเล่น วาคินน์ที่นั่งอยู่บนโซฟาเงยหน้ามองภาพนั้นจากระยะไกล
เขานั่งดูเธอมาสักพักแล้ว
ตั้งแต่เธอเปิดตู้เย็น
หยิบของ
จนถึงตอนที่เทน้ำมันลงกระทะแบบไม่ดูอะไรเลย
เขาถอนหายใจเบา ๆ "ห๊ะนั้นเธอทำกับข้าวเป็นแน่ไหมนั้น" เขาพึมพำ
ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา
ฝีเท้าหนักแน่นเดินตรงเข้ามาในครัว
อิงดาวกำลังจ้องไข่ในมืออย่างลังเลว่าจะตอกด้านไหนดี จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง
“เธอทำอาหารเป็นไหมเนี่ย”
เธอสะดุ้งสุดตัว
“ว้าย!”
ไข่ในมือเกือบหล่น
เธอหันกลับไปทันที
“พะ…พี่วาคินน์”
วาคินน์ยืนพิงเคาน์เตอร์ มองกระทะที่มีน้ำมันร้อนจัดอยู่ ก่อนจะเหลือบมองเธอ
สายตาคมนิ่งสนิท
“เปิดไฟแรงขนาดนี้ จะทอดไข่หรือจะเผาครัว...ปิด ๆ ก่อน”
อิงดาวหน้าแดงทันที
“ดาว…ดาวกำลังจะทำค่ะ”
เธอพูดเสียงเบา
วาคินน์เลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
ใกล้จนเธอต้องถอยหลังเล็กน้อย
เขามองไข่ในมือเธอ แล้วถามสั้น ๆ
“ทำอาหารไม่เป็น?”
คำถามตรงเกินไป
อิงดาวเม้มปาก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ…ก็เคยทำเมื่อนานมาแล้วตอนอยู่กับคุณยาย แต่มาเรียนก็ซื้ออย่างเดียว”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่
วาคินน์ถอนหายใจอีกครั้ง
ก่อนจะเอื้อมมือผ่านตัวเธอไปปิดไฟเตา
แขนของเขาเฉียดผ่านไหล่เธอ
ระยะห่างใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงความอุ่นจากตัวเขา
หัวใจของอิงดาวเต้นแรงอีกครั้ง
“ถอย ๆ”
เขาพูดสั้น ๆ
เธอรีบขยับออกโดยอัตโนมัติ
วาคินน์หยิบกระทะออกจากเตา เทน้ำมันส่วนเกินทิ้ง แล้วเปิดไฟใหม่ด้วยระดับที่พอดี
การเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วเหมือนทำเป็นประจำ
อิงดาวยืนมองอย่างงง ๆ
“พี่…ทำอาหารเป็นเหรอคะ”
วาคินน์ไม่ตอบทันที เขาหยิบไข่จากมือเธอ
ตอกลงขอบกระทะอย่างแม่นยำ
เสียงไข่กระทบกระทะดังฉ่าเบา ๆ กลิ่นหอมลอยขึ้นทันที
“มันไม่ได้ยากขนาดนั้น”
เขาพูดเรียบ ๆ
อิงดาวยืนมองเขาทำอาหารอย่างเงียบ ๆ
ท่าทางของเขานิ่งและมั่นใจ
ไม่นาน ไข่ดาวสองฟองก็เสร็จ กลิ่นหอมลอยขึ้นจากกระทะ
วาคินน์ตักมันใส่จาน แล้วเลื่อนจานมาวางตรงหน้าเธอ
“เป็นไง หน้าตาดีไหม”
อิงดาวมองไข่ดาวตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
วาคินน์พูดเสียงเรียบ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้หูเธอเล็กน้อย
“ไปตักข้าวสองจาน…วันนี้ดึกแล้ว กินแค่นี้ก็พอ”
เสียงกระซิบต่ำของเขาดังชัดจนหัวใจเธอสะดุด
ค่ะ…” เธอตอบพลางสบตาเขา ก่อนจะรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ข้าวไข่ดาวสองจานก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะอาหาร อิงดาวนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ในขณะที่วาคินน์กำลังวุ่นอยู่กับการทำน้ำปลาพริกในครัว
เสียงมีดกระทบเขียงเบา ๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะ
พริกเขียว พริกแดงถูกซอยละเอียด หอมแดงถูกหั่นบาง ๆ ก่อนจะบีบมะนาวลงไป แล้วราดน้ำปลาตามลงไป
เขายกถ้วยพริกน้ำปลามาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมฉุนของพริกกับมะนาวลอยขึ้นทันที
พริกน้ำปลาถูกตักวางข้าง ๆ ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ข้าวสวยร้อน ๆ ที่เพิ่งตักใหม่ ๆ ชวนเธอน้ำลายสอขึ้นทันที
“อะ กินได้แล้ว”
อิงดาวพยักหน้า ก่อนจะตักพริกน้ำปลาราดลงบนไข่ดาวของตัวเอง แล้วตักข้าวเข้าปากทันทีอย่างคนที่กำลังหิวจัด
เธอเคี้ยวไปสองสามคำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“อร่อยค่ะ”
วาคินน์ไม่ได้ตอบอะไร
เขานั่งนิ่ง กินข้าวเงียบ ๆ มืออีกข้างเลื่อนโทรศัพท์ขึ้นมาดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร
อิงดาวเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวของตัวเองต่อ
แต่จู่ ๆ
“แค่ก ๆ …แค่ก!”
เธอสำลักทันที เพราะเผลอกัดพริกเข้าไปเต็ม ๆ
วาคินน์หันมามอง ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำไปให้เธอ
“ค่อย ๆ กินก็ได้ ไม่มีใครแย่งสักหน่อย จะรีบไปไหน”
อิงดาวรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะหลบสายตาเขาเล็กน้อย
แล้วพึมพำเบา ๆ เหมือนบ่นกับตัวเอง
“ทำไมต้องดุด้วย…ก็คนมันกินโดนพริกนี่นา…”วาคินน์เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเธอบ่นพึมพำ
สายตาคมมองเธอนิ่ง ๆ
“ว่าอะไรนะ”
อิงดาวชะงักทันที มือที่กำช้อนค้างอยู่กลางอากาศ
“ปะ…เปล่าค่ะ”
เธอก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ตักข้าวเข้าปากเหมือนตั้งใจจะเงียบให้จบเรื่อง
วาคินน์มองท่าทางนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเบา ๆ
“พี่ได้ยิน”
เสียงเขาเรียบ แต่แฝงความกดดันบางอย่าง
อิงดาวเม้มปากแน่น
“ดาวก็แค่พูดเฉย ๆ เองค่ะ”
เธอเงยหน้ามองเขาชั่ววินาทีก่อนจะรีบหลบสายตา
วาคินน์จ้องเธออยู่พักหนึ่ง
ก่อนจะตักข้าวเข้าปากตัวเองช้า ๆ
“บ่นเก่งจริง ๆ”
เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่อะไร
อิงดาวชะงักเล็กน้อย
เธอก้มหน้ากินข้าวต่อเงียบ ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกตีกันยุ่ง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงอีกครั้ง
มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ
ผ่านไปสักพัก อิงดาวก็เผลอตักข้าวเข้าปากคำใหญ่เพราะยังหิวอยู่มาก
แล้วก็
“แค่ก! แค่ก!”
เธอสำลักอีกครั้งเพราะเผลอกัดพริกเข้าไปเต็ม ๆ
วาคินน์ถอนหายใจเบา ๆ
ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำมาให้เธอ
“ค่อย ๆ กิน”
เสียงเขาไม่ได้แข็งเหมือนเมื่อกี้ แต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน
อิงดาวรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม
ใบหน้าแดงเพราะความเผ็ด
เธอวางแก้วลงแล้วพึมพำเบา ๆ
“ก็คนมันหิว…”
วาคินน์ได้ยินชัด
มุมปากของเขาขยับนิดเดียวเหมือนจะยิ้ม แต่ก็หายไปทันที
เขามองจานข้าวของเธอที่เกือบหมดแล้ว
ก่อนจะพูดขึ้นเรียบ ๆ
“ในตู้เย็นมีขนม หิวก้ตามสบาย”
อิงดาวเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย เหมือนแปลกใจที่เขาพูดแบบนั้น
เธอไม่ตอบอะไร
แต่ความเงียบระหว่างพวกเขาคราวนี้…มันไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้าเท่าไร
ผ่านไปอีกครู่
อิงดาววางช้อนลง
“ดาวอิ่มแล้วค่ะ”
วาคินน์มองจานของเธอ
แทบไม่เหลืออะไรแล้ว
เขาเลิกคิ้วนิด ๆ
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
เธอพยักหน้า
ก่อนจะรีบลุกขึ้นเก็บจานทั้งของตัวเองและของเขา
“เดี๋ยวดาวล้างเองค่ะ”
วาคินน์ไม่ได้ห้าม
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ มองเธอเดินถือจานเข้าครัว
น้ำในอ่างล้างจานไหลซ่า
อิงดาวยืนล้างจานอย่างตั้งใจ
เหมือนกำลังทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
วาคินน์มองภาพนั้นเงียบ ๆ
แววตาคมลึกลงเล็กน้อย
ก่อนที่เขาจะลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินเข้าไปหาเธอช้า ๆ
เสียงฝีเท้าของเขาทำให้อิงดาวหันกลับมา
“พี่จะเอาอะไรเพิ่มเหรอคะ”
เธอถาม
แต่วาคินน์ไม่ได้ตอบทันที
เขายืนอยู่ใกล้เธอเกินไปอีกแล้ว
สายตาคมมองเธอนิ่ง ๆ
ก่อนจะพูดเสียงต่ำ
“อิงดาว”
“ค่ะ?”
“จำข้อสี่ในสัญญาได้ไหม”
มือของเธอที่กำลังล้างจานหยุดทันที
หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เธอไม่กล้าหันไปมองเขา
เสียงของเธอเบาลงทันที
“จำได้ค่ะ…”
วาคินน์พยักหน้าเบา ๆ
ก่อนจะพูดต่อเรียบ ๆ
“ดี”
เขาก้มลงเล็กน้อย
เสียงทุ้มดังใกล้หูเธออีกครั้ง
“เพราะคืนนี้…”
เขาหยุดนิดหนึ่ง
“…เป็นคืนแรกของสัญญานั้นนะ”