Ember69 บาร์แห่งหนึ่งใจกลางเมือง
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกดังสนั่นสะท้อนออกมาจากห้อง VIP02 ท่ามกลางเสียงดนตรีหนักหน่วงที่ดังกลบอยู่ภายนอก
อิงดาว นักศึกษาปีสามคณะบริหารธุรกิจ มือเล็กยกขึ้นไหว้อย่างสั่นเทา ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา
“คุณคะ…ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
"เป็นพนักงานบริการแย่ที่สุด แค่แขกจับแขนนิดหน่อยทำเป็นตกใจปัดแก้วแตก...ใช้ได้ที่ไหน" ธนาชายวัยยี่สิบห้าเอ่ยขึ้นมาหน้าไร้ความปรานี
“คุณคะ น้องเพิ่งมาทำงานวันแรก หากทำอะไรผิดพลาดต้องขอโทษด้วยนะคะ อย่าถือสาเธอเลยค่ะ” มะปรางหนึ่งในพนักงานเสิร์ฟเอ่ยขึ้น
พยายามช่วยแก้สถานการณ์
ชายในชุดสูทเอนหลังพิงโซฟา แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัดใต้แสงไฟสลัว
“ก็ได้…แต่เธอต้องดื่มหนึ่งแก้ว ฉันถึงจะยกโทษให้”
อิงดาวชะงักไปเล็กน้อย
“อิงดาว ดื่มไหวไหม เรื่องจะได้จบ ๆ”
เสียงเพื่อนกระซิบอย่างเป็นห่วง
“ค่ะถ้ามันจะทำให้เรื่องมันจบ..ฉันดื่มก็ได้”
เธอรับแก้วเครื่องดื่มสีอำพันมาไว้ในมือ
เธอเงยหน้าดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
ชายทั้งสามสบตากันก่อนยกยิ้มอย่างรู้กัน
อิงดาวพยายามทำหน้าที่เสิร์ฟเครื่องดื่มต่อไปตามปกติ แต่ไม่นานนัก ความร้อนประหลาดก็แล่นวาบขึ้นทั่วร่าง ลมหายใจเริ่มถี่ ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด
“พี่มะปราง ดาวรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวสักครู่นะคะ…”
“อืม...ไปพักก่อนไปเดี๋ยวพี่บอกเจ๊ให้”
เธอเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าไม่มั่นคง มือกุมหน้าอกแน่น
“เขาใส่อะไรลงไปในเครื่องดื่ม…ทำไมร้อนแบบนี้…”
เธอพึมพำเบา มองตรงไปเบื้องหน้าทางเดินยาวทอดลึกเข้าไปด้านใน แสงไฟสลัวทำให้สายตาเธอพร่าเลือน
แต่ยังไม่ทันถึงมุมเลี้ยว เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังตามมา
“จะรีบไปไหนล่ะสาวน้อย”
ธนาชายที่ยื่นแก้วให้เธอเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต้มอยู่บนใบหน้า
“คืนนี้ไปกับพี่นะ พี่จะช่วยให้เธอหายทรมานเอง”
มือหนากระชากแขนเธอไว้แน่น
“ไม่!...ออกไป...อย่ามายุ่งกับฉันนะ! ฉันมีแฟนแล้ว ปล่อย!”
เสียงเธอสั่น แต่ยังพยายามขัดขืน
เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนดันร่างบางไปติดผนังเย็นเฉียบ
“มีแฟนแล้วก็ไม่เห็นเป็นไร แค่คืนนี้เราสนุกกันก็พอ เงินฉันมีให้...เธอมาทำงานแบบนี้ต้องการเงินไม่ใช่หรือไง อย่ามาทำเป็นเล่นตัวไปหน่อยเลย..ไปกับพี่เถอะนะ”
แรงกดจากร่างสูงใหญ่ทำให้เธอแทบหมดแรงต่อต้าน อาการร้อนรุ่มยิ่งทำให้สติเลือนราง
“ไม่…ช่วยด้วยค่ะ! อย่ามายุ่งกับฉัน!”
“ร้องให้ตายก็ไม่มีคนช่วยหรอก....ที่นี่ถิ่นฉัน ใครจะกล้าเข้ามาช่วย หึ”
เขาก้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนรดแก้มเธอ
หมับ!
ข้อมือของเขาถูกกระชากออกอย่างแรง
“เฮ้ย! มึงเป็นใครวะ!”
ชายร่างสูงอีกคนยืนขวางอยู่ตรงหน้า สายตาคมกริบเย็นเฉียบ
“ผมเป็นใครไม่สำคัญ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเรียบเฉย
“แต่ผู้หญิงคนนี้ คือเด็กของผม ...คุณไม่มีสิทธิ์ยุ่ง”
“เด็กของมึงหรือ นังนี่ กูเจอก่อน!เว้ย”
วาคินน์กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้าใกล้ ใบหน้าหล่อเข้มอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว
“กูบอกว่าอย่ายุ่งก็คือห้ามยุ่ง...”
เสียงเขาเข้มจัด แววตาแข็งกร้าวจนน่าเกรงขาม
“ถ้ายังอยากมีมือไว้ใช้…ก็ถอยไป”
ทันทีที่วาคินน์เอ่ยคำนั้น รุ่นน้องสามคนของเขาของเขาก็ขยับตัวทันที
บรรยากาศรอบข้างเย็นวาบทันที
ชายคนนั้นชะงัก ประเมินสถานการณ์ เขารู้สึกได้ว่าไม่ควรยุ่งจึงถอยออกไปโดยไม่กล้าสบตาอีก
“อยากได้ก็เอาไปเถอะ ...ใครอยากยุ่งกัน” เขาสบถก่อนเดินออกไปอย่างรีบเร่ง
วาคินน์หันกลับมามองหญิงสาวที่แทบทรุดลงกับพื้น ร่างบางสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนเขา
สายตาเย็นชาคู่นั้นฉายแววอันตรายยิ่งกว่าเมื่อครู่
วาคินน์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ถามความสมัครใจ เพราะเธอแทบยืนไม่อยู่แล้ว
ลมหายใจเธอร้อนจัด ซุกหน้ากับแผ่นอกเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง นิ้วเรียวกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่นราวกับกลัวจะถูกทิ้ง
“อิงดาวอย่าหลับ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดข้างหู
“อาการแบบนี้ถูกวางยาแน่พี่...รีบพาไปกลับเถอะ”
เฟสรุ่นน้องคนสนิทร้องบอก
เขาเดินผ่านทางเดินยาวข้ามไปห้องพักโรงแรมฝั่งตรงข้ามที่เขาเปิดไว้ประจำที่มาเที่ยวบาร์
ประตูปิดลงพร้อมเสียงล็อกดังชัด
เขาวางเธอลงบนเตียงกว้าง มือใหญ่แตะหน้าผากเธอเบา ๆ ความร้อนผิดปกติทำให้กรามเขากระตุก
“ไอ้พวกเวร…วางยาผู้หญิง”
อิงดาวพลิกตัวเล็กน้อย ลมหายใจสะดุด
“ร้อน…ช่วยด้วย…”
เขาเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำเย็นมาซับตามข้อมือ ลำคอ และหน้าผาก อย่างระมัดระวัง
ทุกการสัมผัสของเขาแน่นิ่ง ควบคุมตัวเองชัดเจน ต่างจากสายตาที่เข้มขึ้นเรื่อย ๆ
“ตั้งสติไว้” เขาก้มลงกระซิบใกล้ ๆ
เธอลืมตาขึ้นมองเขาอย่างเลือนราง มือเล็กคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
“พี่วาคินน์…”
เสียวเธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่นพร่า ราวกับทุกลมหายใจกำลังจะขาดห้วง
“ช่วยอิงดาวด้วยนะคะ…”
ปลายนิ้วเรียวคว้าแขนเสื้อเขาแน่น ขาเรียวสั่นไหวเสียดสีกับผืนผ้าปูที่นอนอย่างไร้สติ
“ช่วยด้วย…อิงดาวจะไม่ไหวแล้ว…”
เธอดิ้นพล่าน พยายามปลดกระดุมเสื้อของตัวเองอย่างสะเปะสะปะ ร่างบางบิดเบียดบนเตียงใหญ่
วาคินน์ยืนนิ่ง มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาลึกดำที่ยากจะอ่านออก ความทรงจำเก่า ๆ ตีกลับมาเป็นฉากซ้อนทับ อิงดาวคือ น้องสาวของภาคเพื่อนสนิทของเขา ที่ร่วมมือกับคนที่เขารักหักหลังเขาอย่างเลือดเย็น
รอยยิ้มบางเฉียบค่อย ๆ ปรากฏบนริมฝีปากเขา
“ไอ้ภาค…น้องมึงเดินเข้ามาหากูเองนะ” เสียงพึมพำต่ำเย็นหล่นลงกลางความเงียบ “ถึงเวลาที่มึงต้องเจ็บ…เหมือนที่กูเคยเจ็บแล้ว”
อากาศในห้องส่วนตัวหนักอึ้งขึ้นทันตา
“ร้อน…” เธอครางแผ่ว นิ้วเรียวเผลอกำชายเสื้อเขาแน่นกว่าเดิม
วาคินน์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อกรามเกร็ง ก่อนค่อย ๆ ดึงมือเธอออกอย่างช้า ๆ แล้วประคองแก้วน้ำแตะริมฝีปากบาง
“อิงดาว ตั้งสติหน่อย…ดื่มน้ำก่อนนะจะได้ดีขึ้น”
เสียงเขาแหบต่ำกว่าปกติ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดข้างแก้มเธอ เขาลอบกลืนน้ำลาย พยายามบังคับสายตาไม่ให้ไล่มองส่วนเว้าส่วนโค้งที่สะท้านอยู่ใต้เสื้อผ้าบางเบา
หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มสั่นไหวอย่างไม่เต็มใจ
เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“เฟส…ตามหมอมาเดี๋ยวนี้”
ปลายสายเงียบไปวูบหนึ่งก่อนตอบรับอย่างรวดเร็ว
วาคินน์วางสาย ดวงตาคมหันกลับมามองหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาอยู่บนเตียง