ทันทีที่เธอเปิดประตูออกมา ร่างบางก็ชะงักกึกเมื่อเห็นเขายืนพิงผนังอยู่หน้าห้องน้ำราวกับรออยู่ก่อนแล้ว
“พี่คินน์…”
เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาค่อย ๆ เงยขึ้นสบตาเขา ชั่วขณะนั้นหัวใจเต้นแรง สองมือกำชายกระโปรงแน่น
แววตานั้นนิ่งลึก เหมือนผ่านการพิจารณามาแล้วอย่างถี่ถ้วน ก่อนเสียงทุ้มจะดังขึ้นช้า ๆ
“เรื่องเมื่อคืน…”
เขาหยุดนิดหนึ่ง คล้ายเลือกถ้อยคำ
“เธอได้พี่แล้ว ไม่คิดจะทิ้งพี่ใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้อิงดาวแทบสะอึก ลมหายใจสะดุดอยู่ที่ปลายคอ
“แล้ว…พี่ต้องการให้เป็นแบบไหนคะ”
เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง ทั้งที่มือเย็นเฉียบ
วาคินน์มองหน้าเธอนิ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“มาเป็นแฟนพี่หนึ่งปี พี่ให้เธอ 1 ล้านบาท เธอจะได้มีเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลคุณตาของเธอทั้งหมด”
คำว่า “ทั้งหมด” หนักแน่นจนเธอเผลอกลืนน้ำลาย อย่างน้อยเงินนี้นอกจากรักษาคุณตาเธอก็ยังมีค่าเทอมสำหรับเรียนต่อด้วย
“แต่พี่ไม่ได้รักดาว…ถ้าเราเป็นแฟนกัน…เอ่อ…”
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“ไม่ได้เกี่ยวเรื่องความรัก...ที่มหาวิทยาลัยมีสาวตามพี่เยอะ” เขาพูดเรียบ ๆ
“พี่ไม่ชอบ ถ้ามีแฟนก็คงกันพวกนั้นได้บ้าง ว่าไง... สนใจข้อเสนอของพี่ไหม”
ข้อเสนอ…
หรือข้อตกลงที่เขายื่นให้เธอนั้น กำลังทำให้เธอครุ่นคิดอย่างหนัก
“เป็นแฟนพี่แล้ว…เรื่องบนเตียง…”
อิงดาวลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามออกไป เพราะเธอไม่อยากแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ
วาคินน์มองเธอครู่หนึ่ง แววตาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที
“ถ้าเธอไม่ยอม พี่ก็ไม่ฝืน” เขาพูดช้า ๆ ก่อนจะต่อเสียงเบาลง “แต่อย่างน้อย ๆ …สัปดาห์ละครั้ง ผู้ชายเรื่องแบบนั้นก็ต้องมีบ้าง”
เลือดในกายเธอร้อนวูบ ใบหน้าขึ้นสีทันที
“แต่ไม่ต้องห่วงครบหนึ่งปี พี่จะให้อิสระเธอไม่ผูกมัดเธอทั้งนั้น..แต่ถ้าผิดสัญญาพี่จะเรียกคืนเป็นสองเท่า”
คำว่า “อิสระ” ฟังดูสวยงาม…ทั้งที่ความจริงมันคือกรงเวลาหนึ่งปีเต็ม
หัวใจของอิงดาวสับสนวุ่นวาย
"เอาไงดีอิงดาว…
เธอเคยแอบชอบเขาไม่ใช่หรือ
ข้อเสนอนี้ก็ไม่ได้แย่ แถมยังมีเงินรักษาคุณตา และเหลือเป็นค่าเทอมอีกนะ
พี่วาคินน์เองก็ไม่ใช่คนร้ายอะไร
อีกอย่าง…เมื่อคืนเธอกับเขาก็เป็นของเขาแล้วด้วย" อิงดาวคิดทบทวนในใจ
เธอเม้มริมฝีปากแน่น
“ว่ายังไง พี่ให้โอกาสเธอตัดสินใจ”
เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แม้ดวงตาจะไหวระริก
“แล้วตลอดเวลาหนึ่งปี…ถ้าพี่มีคนที่ชอบละคะ”
คำถามนั้นทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของพี่ เธอไม่มีสิทธิ์ยุ่ง”
หัวใจเธอเจ็บแปลบ แต่ก็ยังฝืนถามต่อ
“แล้วถ้าดาวมีคนที่ชอบละคะ”
คราวนี้สายตาของเขาแข็งขึ้นอย่างชัดเจน
“ตลอดเวลาหนึ่งปี เธอไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับใครนอกจากพี่”
ความเงียบกดทับลงมาระหว่างคนทั้งสอง
“นี่ก็คือ…ดาวขายตัวให้พี่”
เธอพูดช้า ๆ ทุกคำเหมือนกรีดใจตัวเอง
วาคินน์กรามกระตุกเล็กน้อย
“อย่าใช้คำนั้น” น้ำเสียงเขาหนักขึ้น
“เอาเป็นว่าพี่จะเลี้ยงดูเธอเองตลอดหนึ่งปี และเธอก็เลิกทำงานเสี่ยง ๆ พวกนั้นซะ อยากได้อะไรมาขอที่พี่”
“เด็กเลี้ยงเหรอ…”
ในชีวิตอิงดาวไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ศักดิ์ศรีกับความจำเป็นกำลังดึงรั้งเธอคนละทาง
“แต่เรื่องนี้ห้ามบอกพี่ชายเธอ” เขาพูดต่อทันที
“ถ้ามันรู้ มันไม่มีทางยอมแน่ ดาวก็น่าจะรู้นิสัยมันดี”
เธอก้มหน้าลงช้า ๆ มือทั้งสองถูเข้าหากันไปมาอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ลมหายใจแผ่วเบาแต่ไม่สม่ำเสมอ ภาพคุณตาที่นอนป่วยผุดขึ้นมาในหัว ตามด้วยพี่ชายที่ยังต้องเข้าออกโรงพยาบาลไม่ขาด ภาระค่าใช้จ่ายที่ถาโถม และความรักที่เธอเก็บไว้เงียบ ๆ เธอพยายามทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หาคำตอบที่ดีที่สุด
สุดท้ายเธอสูดลมหายใจลึก
เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่ยังแดงระเรื่อ
“ก็ได้ค่ะ…ไหน ๆ เราก็เคยนอนด้วยกันไปแล้ว”
เสียงเธอแผ่วลงเล็กน้อย
“หนึ่งปีต่อจากนี้ อิงดาวจะอยู่กับพี่ก็ได้”
คำพูดนั้นเหมือนตราประทับ
วาคินน์ยกยิ้มมุมปาก แต่ในแววตาไม่ได้มีแค่ชัยชนะ
“ดีพี่จะทำสัญญาให้เซ็น” เขาพูดเสียงต่ำ
“เอาเลขบัญชีส่งไลน์ให้พี่.. พี่จะโอนให้ห้าแสนก่อน”
ห้าแสนบาทแลกกับหนึ่งปีของชีวิต
อิงดาวรับรู้ชัดเจนว่า ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
เธอไม่ได้แค่รับข้อเสนอของเขา
เธอกำลังเดิมพันหัวใจของตัวเองด้วย
โทรศัพท์ในมือสั่นเบา ๆ เมื่อเขากดโอนเงินต่อหน้าต่อตา
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในความเงียบที่อึดอัด ราวกับค้อนที่ตอกตราลงบนชีวิตของเธออย่างชัดเจน
ยอดเงินห้าแสนบาทปรากฏบนหน้าจอ
ตัวเลขชัดเจน
วาคินน์ลดสายตามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“ตั้งแต่วันนี้ไป เธอมาอยู่กับพี่.. เข้าใจไหม?”
มันไม่ใช่คำถาม มันคือคำประกาศ ว่าเขาคือเจ้าของเธอ
อิงดาวพยักหน้าช้า ๆ แม้ข้างในจะสั่นไหวจนแทบทรงตัวไม่อยู่
“ค่ะ”
เขายื่นมือเข้ามาช้า ๆ ปลายนิ้วแตะที่ปลายคางของเธอ ก่อนจะเชยขึ้นเบาแต่หนักแน่น บังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตา ระยะห่างระหว่างกันใกล้เกินกว่าจะหลบเลี่ยงได้ ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนแผ่วผ่านผิวแก้ม กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาลอยแตะปลายจมูก จาง ๆ แต่ชัดพอจะทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
“อย่าทำหน้าเหมือนพี่บังคับเธอ” เขาพูดเสียงต่ำ “เธอเลือกเองนะ...อิงดาว”
ประโยคนั้นทำให้ลมหายใจเธอสะดุด
ใช่…เธอเลือกเอง
เลือกเพราะความจำเป็น
เลือกเพราะคุณตา
เลือกเพราะความรักที่ไม่เคยกล้าบอก
“พี่วาคินน์คะ…” เสียงเธอเบาจนแทบขาดหาย “ถ้าวันหนึ่งพี่เจอคนที่พี่รักจริง ๆ ดาวพร้อมจะไปทันทีคะ”
เขานิ่งไปเสี้ยววินาที เสี้ยววินาทีที่ยาวนานเกินปกติ
“หนึ่งปี” เขาย้ำชัด “ครบเมื่อไหร่ พี่จะไม่รั้งเธอ”
คำตอบนั้นเรียบง่าย
แต่ในแววตาของเขากลับมีบางอย่างวูบไหว คล้ายไม่แน่ใจในคำพูดของตัวเอง
ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ เขาจะปล่อยเธอไปได้หรือไม่
อิงดาวกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีด
หนึ่งปี…อาจเป็นแค่ตัวเลขในปฏิทิน แต่หัวใจของคนเราจะเขาออกจากชีวิตได้จริง ๆหรือ