เมื่อวาคินน์มาถึงคณะ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดกล้องถ่ายรูปหน้าตรงของตัวเอง ก่อนจะยกแขนข้างที่มีรอยช้ำขึ้นมาให้เห็นชัด ๆ ในเฟรม
เฟสมองภาพนั้นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้
“เก็บไว้ใช้อ้อนสาว หรือครับพี่”
เฟสเอ่ยแซวเสียงขำ
วาคินน์ยักไหล่เล็กน้อย พลางก้มมองภาพในโทรศัพท์ของตัวเอง
“ก็มีบ้าง เผื่อแฟนจะสงสาร รีบกลับมาดูแล”
เฟสหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้า
“ครับ แค่นี้ก็คงได้คะแนนความสงสารไปพอสมควรแล้วล่ะ”
“อืม...เดี๋ยวรู้ว่าพอมีใจหรือเปล่า”
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยงวัน แดดอ่อนสาดลงมาตามทางเดินหน้าตึกเรียน นักศึกษาหลายคนทยอยออกจากห้อง บางกลุ่มเดินคุยกันเสียงเจื้อยแจ้วถึงมื้อกลางวันที่จะมาถึง
“ไปเถอะ เราไปกินร้านใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยกันดีกว่า ร้านหมาล่าเปิดใหม่ เห็นคนพูดถึงกันเต็มเลย”
ทอฟ้าเอ่ยขึ้นขณะสะพายกระเป๋าและเดินนำหน้า
หมิงที่เดินตามหลังมายืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก่อนตอบทันที
“ก็ดีเหมือนกัน หมิงไม่ได้กินหมาล่ามานานมากแล้วนะ แบบว่าเห็นพริกก็อยากท้าทายชีวิตแล้ว”
อิงดาวหัวเราะเบา ๆ พลางเดินเคียงข้างเพื่อนทั้งสอง
“งั้นก็ไปสิ ดาวก็อยากลองเหมือนกัน ร้านเปิดใหม่นี้จะอร่อยพอเป็นร้านประจำของเราสามคนได้ไหมนะ”
สามสาวหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพากันเดินลัดสนามหญ้าหน้ามหาวิทยาลัยไปยังร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ ป้ายสีแดงสดหน้าร้านเขียนตัวอักษรจีนตัวใหญ่สะดุดตา บรรยากาศคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่ต่อแถวเลือกวัตถุดิบ เสียงพูดคุยจอแจดังคลอไปกับเสียงคีบอาหารกระทบถาดเป็นจังหวะ
เมื่อเดินเข้าไปด้านใน กลิ่นหมาล่าเผ็ดร้อนหอมฉุยก็ลอยมาต้อนรับทันที
“โอ้โห คนเยอะกว่าที่คิดอีกนะ” หมิงพึมพำพลางมองแถวที่ยาวเกือบถึงประตู
ร้านตกแต่งสไตล์จีน โคมไฟสีแดงแขวนเรียงกันเป็นแถว โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มถูกจับจองแทบทุกโต๊ะ นักศึกษาหลายคนยืนเลือกวัตถุดิบกันอย่างตั้งใจ
ทอฟ้าเดินไปหยิบกะละมังโลหะใบเล็กสามใบจากชั้นวางแล้วส่งให้เพื่อน
“อยากกินอะไรก็คีบใส่เลยนะ เดี๋ยวเอาไปชั่งน้ำหนักก่อนเอาไปต้ม..ใครอยากกินแห้งก็บอกพนักงานนะ”
พูดจบเธอก็เริ่มคีบผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง และเนื้อสไลซ์ลงในกะละมังอย่างคล่องแคล่ว
หมิงยืนเลือกของอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะหยิบลูกชิ้นปลาลงไปหลายลูก
“วันนี้ขอจัดเต็มเลยนะ ใครห้ามไม่ฟังแล้ว”
อิงดาวเองก็เดินไปหยิบกะละมังมาเพิ่มอีกใบ เธอค่อย ๆ เลือกวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ทั้งหมูสไลซ์ เต้าหู้ และเส้นมันเทศ ก่อนจะใส่เพิ่มลงอีกเล็กน้อย
ทอฟ้าสังเกตเห็นก็เลิกคิ้ว
“ดาว เอาสองกะละมังเลยเหรอ”
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ พลางตอบอย่างไม่คิดปิดบัง
แม้เธอจะทำอาหารไม่เก่งนัก แต่เรื่องอาหารการกินของเขา อิงดาวไม่เคยอยากละเลยหน้าที่เล็ก ๆ นั้นเลย
ทันใดนั้นเสียงแซวก็ลอยมา
“อุ๊ย สองชุดแบบนี้ ตั้งใจซื้อฝากแฟนใช่ไหมจ๊ะ”
หมิงพูดพลางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายขี้แกล้ง
อิงดาวชะงักเล็กน้อยก่อนหัวเราะเขิน ๆ
“ก็…ควรจะมีอะไรติดมือกลับไปบ้างนี่นา เขาช่วยดาวหลายอย่างเลย”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้หมิงหันไปสะกิดทอฟ้า
“ฟ้า เพื่อนเรากลายเป็นคนคลั่งรักไปแล้วนะเนี่ย”
ทอฟ้าหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนมองหน้าอิงดาวที่ตอนนี้แก้มเริ่มแดงระเรื่อ
“หมิง พอแล้ว แซวดาวจนหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้วนะ”
หมิงยกมือขึ้นทำท่ายอมแพ้ทันที แต่รอยยิ้มซุกซนยังคงติดอยู่ที่มุมปาก
“ก็เห็นเพื่อนมีความสุข เลยอดแซวไม่ได้ไง อิอิ”
อิงดาวก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ พลางคีบผักเพิ่มลงในกะละมังอีกนิด แก้มยังคงขึ้นสีระเรื่อจากคำแซวของเพื่อน
บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ อย่างการซื้อของอร่อยกลับไปฝากใครสักคน ก็ทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็ส่งกะละมังให้พนักงานนำไปต้มในหม้อหมาล่าที่กำลังเดือดพล่าน จากนั้นต่างคนก็รับแก้วชาของตัวเอง ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะว่างใกล้หน้าต่าง
ไม่นานชามหมาล่าร้อน ๆ ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ไอร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมเผ็ดชาที่ชวนให้น้ำลายสอ
ทอฟ้าไม่รอช้า เธอคีบเนื้อชิ้นหนึ่งขึ้นมาเป่าเบา ๆ ก่อนจะส่งเข้าปากเป็นคำแรก
ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นทันที
“โห…ทำไมอร่อยขนาดนี้นะ ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่พวกเรามา”
หมิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรีบโน้มตัวเข้ามาอย่างสนใจ
“จริงเหรอฟ้า ไหนหมิงชิมหน่อยสิ”
เธอคีบเส้นมันเทศที่ชุ่มน้ำซุปสีแดงเข้มขึ้นมา ก่อนจะซู้ดเข้าปากอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา หมิงก็พยักหน้ารัว ๆ
“อร่อยจริงด้วย! ดาว รีบทานเร็ว เดี๋ยวหมิงเผลอกินหมดก่อนนะ”
อิงดาวหัวเราะนิด ๆ ก่อนจะคีบลูกชิ้นขึ้นมาใส่ปาก
รสเผ็ดชาหอมเครื่องเทศกระจายเต็มลิ้นจนเธอเผลอยิ้มออกมา
“อร่อยมากเลย”
ในใจเธอพลันนึกถึงใครบางคนขึ้นมา
พี่วาคินน์คงจะชอบแน่ ๆ
เพียงแค่คิดว่าถ้าเขาได้ชิมคงทำหน้าพอใจแบบไหน อิงดาวก็รู้สึกอยากรีบเอากลับไปให้เขาลองทันที
ระหว่างที่ทั้งสามคนนั่งกินไปคุยไป หมิงก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
“เอ้อ…ว่าแต่” เธอวางตะเกียบลงเล็กน้อย “เสาร์นี้ที่พวกเรานัดจะไปทะเลกัน ยังไปกันอยู่ใช่ไหม”
ทอฟ้าพยักหน้าทันที
“ฟ้าไปได้นะ ไม่ได้ติดอะไรพอดี อยากไปพักสมองเหมือนกัน”
จากนั้นทั้งสองคนก็หันมามองอิงดาวพร้อมกัน
หมิงเอ่ยถามต่อ
“แล้วดาวล่ะ ไปได้หรือเปล่า”
อิงดาวสบตาเพื่อน ๆ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ดาวบอกอีกทีนะ ตอนนี้ยังไม่แน่ใจเลย”
หมิงยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“แต่ถ้าดาวจะพาแฟนไปด้วย พวกเราก็ไม่ติดนะ เพราะหมิงเองก็ว่าจะพาไปเหมือนกัน”
ทอฟ้าชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันขวับไปมองเพื่อน
“เดี๋ยวนะหมิง…ทำไมเพื่อนมีแฟนกันหมดแล้ว ฟ้าพึ่งจะรู้เนี่ย”
อิงดาวเองก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ
หมิงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วรีบโบกมือ
“โอ๊ย ยังไม่ใช่แฟนหรอก แค่เด็กที่มาจีบเฉย ๆ หมิงก็เลยคิดว่าจะชวนไปด้วย”
ทอฟ้าหรี่ตามองทันที
“แหม เมื่อกี้ยังแซวดาวอยู่เลยนะ”
อิงดาวรีบเสริมพร้อมรอยยิ้มขำ ๆ
“ใช่เลย ตัวเองก็แอบกินเด็กเหมือนกันนี่นา”
หมิงทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยก่อนจะหยิบลูกชิ้นเข้าปาก
ทั้งสามคนนั่งคุยหยอกล้อกันอย่างออกรส เสียงหัวเราะดังเป็นระยะ
ทันใดนั้น
“ครืด..ครืด..”
ข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของอิงดาวดังขึ้น
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดอ่านถึงกับตกใจ