คอนโดของหมิง
“ครืด... ครืด...”
ข้อความจากเฟส หนุ่มรุ่นน้องเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของหมิง
“พี่ครับ วันนี้ผมไม่ได้ไปหาพี่นะ ผมมีธุระจริง ๆ”
หมิงอ่านแล้วพิมพ์ตอบกลับทันที
“แน่ใจหรือว่ามีธุระ ไม่ได้หลบหน้าหมิง”
ไม่นานอีกฝ่ายก็รีบตอบกลับมา
“ผมมีธุระจริงครับ”
หมิงมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
“อืม งั้นก็ไปทำธุระเถอะ แล้วไม่ต้องทักมาอีก หมิงไม่สะดวกคุยแล้ว”
ข้อความนั้นทำให้อีกฝ่ายที่อ่านอยู่ถึงกับมือสั่นเล็กน้อย
ทันใดนั้น
“ครืด... ครืด...”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คราวนี้ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นสายเรียกเข้า
หมิงกดรับสายทันที
“ว่าไง?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“พี่โกรธอะไรผมหรือครับ”
เสียงของเฟสดูระแวดระวัง
หมิงแค่นหัวเราะเบา ๆ
“โกรธอะไรน่ะเหรอ ไปมีเรื่องกับนักเลงจนบาดเจ็บ คิดจะบอกหมิงตอนไหน หรือว่าหมิงไม่สำคัญพอ เฟสเลยไม่คิดจะบอก”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“พี่รู้?”
“ใช่ หมิงรู้”
“พี่รู้ได้ยังไงครับ”
หมิงถอนหายใจเบา ๆ
“จะรู้ได้ยังไงก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าหมิงรู้ก็แล้วกัน แต่เมื่อเฟสไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“แค่นี้นะ หมิงก็มีธุระเหมือนกัน”
แล้วเธอก็กดวางสายทันที
หมิงโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“ไอ้เด็กบ้า คิดจะทำให้เราเป็นห่วง มีเรื่องก็ไม่ยอมบอก ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ใครจะไปใส่ใจกันล่ะ... ชิ”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่สีหน้าของเธอกลับดูหงุดหงิดมากกว่าปกติ
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
หมิงยังคงนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น มือถือวางทิ้งอยู่ข้างตัว ดวงตาเหม่อมองหน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
“ก๊อก… ก๊อก…”
หมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดึกขนาดนี้ใครกัน
เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ก่อนจะเปิดออกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
ทันทีที่ประตูเปิด
ก็เห็นเฟสยืนอยู่หน้าห้อง
ผมของเขายุ่งเล็กน้อย เสื้อยืดสีดำยับ ๆ เหมือนรีบออกมา ใบหน้าของหนุ่มรุ่นน้องดูเกรง ๆ อย่างเห็นได้ชัด
หมิงเลิกคิ้วทันที
“มาทำไมไม่ทราบ”
น้ำเสียงของเธอยังแข็งเหมือนเดิม
เฟสยกมือเกาท้ายทอยอย่างคนทำตัวไม่ถูก ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ
“ผม… มาง้อพี่ครับ”
หมิงแค่นเสียงเบา ๆ
“ใครให้มาง้อ... หมิงไม่ได้โกรธ”
พูดจบเธอก็ทำท่าจะปิดประตู
แต่เฟสรีบยกมือดันประตูไว้ทันที
“เดี๋ยวสิครับพี่!”
หมิงมองมือเขาที่ดันประตู ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นผ้าพันแผลที่ข้อมือของเขา
สายตาของเธอเข้มขึ้นทันที
“ปล่อยมือ”
เฟสรีบชักมือกลับอย่างเชื่อฟัง
หมิงถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะเปิดประตูให้กว้างขึ้นเล็กน้อย
“เข้ามา”
เฟสรีบเดินเข้ามาในห้องเหมือนเด็กที่เพิ่งรอดจากการโดนดุ
ทันทีที่ประตูปิด
หมิงก็หันมามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไหน บาดเจ็บตรงไหนอีก”
เฟสเกาหัวอีกครั้ง
“ก็… นิดหน่อยครับ”
หมิงหรี่ตา
“ถ้านิดหน่อยจริง เฟสคงไม่ต้องหลบหน้าหมิงหรอก”
คำพูดนั้นทำให้เฟสเงียบไปทันที
เขามองหน้าเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อีกนิด
“ผมไม่ได้หลบหน้าพี่นะครับ”
เสียงของเขาเบาลง
“ผมแค่ไม่อยากให้พี่เป็นห่วง”
หมิงชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะหันหน้าหนีเหมือนไม่อยากสบตาเขา
“ใครบอกว่าหมิงเป็นห่วง”
เธอพูดเสียงแข็ง
เฟสหัวเราะเบา ๆ
“ก็คนที่เพิ่งโทรมาดุผมนั่นแหละครับ”
หมิงหันมาค้อนเขาทันที
“เฟส!”
เฟสยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้
“โอเค ๆ ผมยอมรับผิดก็ได้ครับ”
เขาพูดพลางขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย
“พี่อย่าโกรธผมเลยนะครับ”
ท่าทางเหมือนหมาเด็กที่กำลังง้อเจ้าของทำให้หมิงเผลอนิ่งไป
หมิงมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนสายตาหนี
“น่ารำคาญ”
เธอบ่นเบา ๆ
“ไปนั่งตรงนั้น เดี๋ยวหมิงดูแผลให้”
เฟสยิ้มออกมาทันที
“ครับพี่”
เขารีบเดินไปนั่งบนโซฟาอย่างว่าง่าย
หมิงเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะเดินกลับมานั่งข้าง ๆ เขา
มือของเธอจับข้อมือเขาอย่างระวัง
“คราวหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก…”
เธอพูดพลางเปิดผ้าพันแผล
“…ต้องบอกหมิงก่อน เข้าใจไหม”
เฟสมองหน้าเธอใกล้ ๆ แล้วก็ยิ้ม
“ครับ”
เขาตอบง่าย ๆ
ก่อนจะพูดต่อเบา ๆ
“เพราะพี่หมิงเป็นห่วงผม?”
หมิงชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะดีดหน้าผากเขาเบา ๆ
“พูดมาก”
แต่ถึงจะพูดแบบนั้น มุมปากของเธอก็เผลอยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยัง?.”
หมิงถามเขาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เลยผมพึ่งตื่นก็ทักหาพี่ ครั้งแรกว่าจะนอนไปเลย แต่ทำไงได้แฟนงอนต้องรีบมาหา”
คำพูดของเขาทำเอาหมิงหน้าแดงก่ำ
“ใครแฟน พูดดี ๆ นะ”
“ก็พี่ไงแฟนผม”
เฟสเอื้อมมือไปจับมือหมิงมาแนบแก้มของเขา ท่าทางออดอ้อนเหมือนลูกหมาตัวน้อย ๆ ไม่มีผิด
“ชิ...รำคาญหมาเด็กจริง”
“ผมยอมเป็นหมาของพี่ขอแค่พี่รักและเอ็นดูก็พอ”
“ปากดีเกินไปแล้ว...อยากกินอะไรเดี๋ยวจะไปทำให้”
“อะไรก็ได้ครับ แต่หมาเด็กอย่างผม... ขาดนมไม่ได้นะ”
เขาพูดพลางเหลือบมองต่ำที่หน้าอกของเธอ
“เฟสอย่ามาทะลึ่งนะ เราแค่ตกลงคุยกันแต่สถานะแฟนยังไม่ใช่สักหน่อย”
“โธ่พี่จะใจร้ายอะไรกับผมนักหนา ถึงผมจะเด็กกว่าพี่แค่สองปีแต่ผมจริงจังนะครับ”
“ไม่พูดด้วยแล้วนั่งรอตรงนี้เดี๋ยวไปทำอะไรมาให้กิน กินเสร็จจะได้รีบกลับ”
“ไม่อยากกลับดึกแล้วอยากนอนกับพี่ไม่ได้หรอ”
“นี่จะมากเกินไปหรือเปล่า ขอเยอะไปแล้วนะ”
“พี่ครับผมบาดเจ็บผมจะทำอะไรพี่ได้ แค่ขยับตัวผมยังเจ็บไปหมดแล้ว...นะครับขอพักด้วยหนึ่งคืน”
“โธ่วุ่นวายจริงเด็กบ้านี่ งั้นนอนโซฟาไปเลย”
“ได้หมดครับขอแค่ได้อยู่ใกล้พี่ก็พอ”
หมิงพูดจบเธอก็เดินเข้าครัวไปทันที เฟสมองแผ่นหลังของเธอแล้วก็หลุดยิ้มออกมา
เขาเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย ราวกับบ้านของตัวเอง ไม่นานกลิ่นอาหารอุ่น ๆ ก็ลอยออกมาจากในครัว
เฟสเหลือบมองไปทางนั้น ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ปากแข็งจริง ๆ เลยนะ พี่หมิง”